กองทุนปันผล คืออะไร? ทำไมจึงเป็นที่นิยม

18 views

1 min read

ในปัจจุบันการทำงานกินเงินเดือนอย่างเดียว อาจไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นในแต่ละวัน หลายคนพยายามหาทางออกโดยการนำเงินก้อนที่มีไปลงทุน เพื่อให้เงินทำงานแทนเรา ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในตลาดหุ้น  กองทุนรวมตลาดเงิน และแม้แต่พวกกองทุนตราสารหนี้ต่างๆ  ซึ่งก็แล้วแต่ความถนัดและความสนใจของแต่ละคน แต่ส่วนมากแล้วมักนิยมลงทุนกับกองทุนปันผล เพราะเป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงน้อยและให้ผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอนั่นเอง

กองทุนปันผล คืออะไร

กองทุนแบบปันผล คือ การที่เรานำเงินไปลงทุนในกองทุนใดกองทุนหนึ่ง ซึ่งมีผู้จัดการที่เชี่ยวชาญนำเงินของเราไปลงทุนในรูปแบบต่างๆ ตามที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวน และให้ผลตอบแทนกลับมาในรูปแบบเงินปันผล  โดยเราจะได้รับเงินปันผลมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับเงินทุนที่เรานำไปลงทุน ซึ่งกองทุนปันผลกำลังเป็นที่นิยมมากในนักลงทุนหน้าใหม่ เพราะทำให้มีรายได้เข้ามาเรื่อยๆ เหมือนกับที่เรานำเงินไปฝาก และได้รับดอกเบี้ยนั่นเอง

ใครที่ควรลงทุนกับกองทุนปันผล

กองทุนแบบปันผลเหมาะกับคนที่มีเงินทุนก้อนใหญ่ อย่างเช่น บุคคลที่มีเงินหลักล้านขึ้นไป หรือบุคคลที่เกษียณอายุงานแล้ว เพราะบุคคลประเภทนี้ไม่ได้ทำงานมีเงินเดือน การลงทุนกับกองทุนแบบปันผล จึงถือเป็นการลงทุนที่ทำให้มีรายได้เหมือนการทำงานนั่นเอง เพราะกองทุนปันผลนั้น มีประโยชน์มากๆ สำหรับบุคคลที่อยู่ในวัยเกษียณแล้ว ดังนั้นกองทุนปันผลจึงไม่เหมาะกับบุคคลที่มีเงินทุนน้อย เพราะถ้าเงินทุนของเราไม่มากพอ ผลตอบแทนเงินปันผลของเราก็น้อยตามไปด้วย และถ้าหวังแต่จะรอเงินปันผลเพียงอย่างเดียว โดยไม่คิดวางแผนลงทุนเพิ่ม คงไม่มีทางบรรลุเป้าหมายทางการเงินอย่างแน่นอน

กองทุนปันผล และกองทุนไม่ปันผล แตกต่างกันอย่างไร

เชื่อว่าหลายคนที่กำลังศึกษาในเรื่องของกองทุนต่างๆ อยู่นั้น เมื่อได้ยินว่ากองทุนมีทั้งแบบปันผล และ ไม่ปันผลด้วย หลายคนคงจะคิดสงสัยแล้วว่ากองทุนสองอย่างนี้แตกต่างกันอย่างไร และแบบไหนดีกว่ากัน ซึ่งวันนี้เราจะพามาไขข้อข้องใจกันว่ากองทุนแต่ละอย่างนั้นมีข้อดีที่แตกต่างกันอย่างไร

Sponsored

ข้อดีของกองทุนปันผล

  1. กองทุนจะปันผลให้กับผู้ลงทุนเรื่อยๆ แบบระยะยาว เหมาะกับคนที่ต้องการผลตอบแทนระหว่างการลงทุนโดยในหนึ่งปีอาจจะได้รับเงินปันผล 1 – 4 ครั้งเลยทีเดียว
  2. เงินที่ได้จากการปันผลนั้น อาจมาจากหลายปัจจัยไม่ใช่เงินที่ได้กำไรมาจากกองทุนหุ้นปันผลเพียงอย่างเดียว โดยอาจมาจากกำไรที่ขายกองทุนออกไปด้วยก็ได้
  3. เมื่อขายกองทุน และได้กำไร ไม่ต้องเสียภาษี
  4. ไม่ว่าราคากองทุนนั้นจะมีมูลค่าที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง เราก็ยังจะคงได้รับเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ ตามที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวน อย่างเช่น ปันผล 1 – 4 ครั้งต่อปี แต่จะได้รับเท่าไหร่นั้นก็ต้องรอทางกองทุนประกาศออกมา
  5. เงินปันผลที่ได้จะต้องจ่ายภาษี 10% โดยจะโดนหัก ณ ที่จ่าย หรือจะเก็บรวมไว้เป็นเงินรายได้ และคิดภาษีตอนต้นปีก็ได้
  6. ในช่วงที่เป็นขาขึ้นของตลาดหุ้น กองทุนแบบปันผล กำไรส่วนต่างจะน้อยกว่ากองทุนแบบไม่ปันผล เวลาที่ขายกองทุน

ข้อดีกองทุนไม่ปันผล

  1. กองทุนไม่ปันผลไม่มีการจ่ายเงินแบบกระแสเงินสด และเมื่อกองทุนมีการปันผล ผู้จัดการกองทุนดังกล่าวจะเก็บไว้และนำเงินไปลงทุนให้เราอีกอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เราได้กำไรจากเงินส่วนนี้เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ตลาดหุ้นนั้นเป็นช่วงขาขึ้น
  2. เมื่อมีกำไรจากการขายกองทุน ไม่ต้องจ่ายภาษี เพราะเงินปันผลจะถูกรวมอยู่ในกองทุนแบบอัตโนมัติตอนที่ขายกองทุน ก็เลยเหมือนไม่ต้องเสียเงินภาษีปันผลนั่นเอง
  3. เมื่อมีการผันผวนของตลาดหุ้น หรือหุ้นอยู่ในช่วงขาลง อาจจะทำให้ขาดทุนได้เหมือนกัน เพราะว่าไม่ได้รับเงินปันผลระหว่างทางเพื่อให้เรามาเก็บไว้นั่นเอง แต่ถ้าเป็นการลงทุนแบบระยะยาว กองทุนประเภทนี้จะมีความเสี่ยงที่น้อยกว่า เพราะว่าหุ้นในกองทุนนี้อาจจะมีเงินปันผลออกมา ซึ่งทำให้ NAV ของกองทุนไม่ลดต่ำมากจนเกินไป และอาจงอกเงยขึ้นได้ในภายหลัง

กองทุนแบบปันผล เสียภาษีไหม

สำหรับเงินปันผลนั้นจะต้องจ่ายภาษี  และในกรณีเงินกองทุนจะต้องจ่ายภาษี ณ ที่จ่าย 10% และจะไม่มีการขอคืนภาษีเหมือนกับเงินปันผลหุ้น ถึงอย่างไรก็ตามเราก็มีเคล็ดลับอย่างหนึ่งคือ ลองเข้าไปตรวจสอบฐานภาษีของเราก่อนว่า ถ้ารวมเงินปันผลรายได้ทั้งปีแบบยังไม่หักภาษีเข้าไปแล้ว ถ้ายังไม่เกิน 10% เราก็จะสามารถยื่นขอคืนภาษีได้ และก็จะได้รับเงินคืน แต่ถ้าหากว่ารวมเงินปันผลของเรา แบบยังไม่ทันหักภาษีเข้าไปแล้ว มากกว่าหรือว่าเท่ากับ 10% ก็อย่าได้นำเงินปันผลนี้ เข้าไปคำนวณในฐานเงินรายได้ เพราะนอกจากเราจะไม่ได้รับภาษีเงินคืนแล้ว ยังอาจจะทำให้เราต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้นอีกด้วย

ติดตาม Papa Expert ได้ที่
Website - papaexpert.com
Blockdit - blockdit.com/papaexpert
Facebook - facebook.com/daipa.papa
Instagram - instagram.com/daipa_papa/