วิธีรับมือในแบบคุณพ่อ เมื่อลูกเอาแต่ใจ ชอบกรี๊ดจนน่าปวดหัว

4 views

1 min read

ปัญหาเด็กชอบกรี๊ดเอาแต่ใจ ถือเป็นปัญหาใหญ่ที่หลายๆ ครอบครัวกำลังเผชิญอยู่ ซึ่งปัญหาดังกล่าวนี้อาจจะมีสาเหตุมาจากการเลี้ยงดูที่คุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย หรือพี่เลี้ยงตามใจมากเกินไป ไม่ว่าอยากได้อะไรก็ต้องคอยตามใจจัดหาให้ทุกอย่าง โดยไม่มีขอบเขต และเมื่อถูกขัดใจก็จะรับไม่ได้เลยแสดงอาการกรี๊ดและก้าวร้าวออกมา ปัญหา ลูกเอาแต่ใจ ถือเป็นปัญหาที่สร้างความหนักใจให้แก่คุณพ่อคุณแม่อยู่ไม่น้อย วันนี้เราจึงมาทำความเข้าใจหาวิธีแก้ไข และวิธีรับมือกันดีกว่า

ทำไมลูกเอาแต่ใจ ชอบกรี๊ดเมื่อไม่ได้ดั่งใจ

ลูกเอาแต่ใจ คือเด็กที่มีอารมณ์ความโกรธที่รุนแรง และเมื่อไม่ได้ดั่งใจก็จะชอบกรี๊ดออกมาเพื่อเป็นการระบายอารมณ์ความโกรธ มีพฤติกรรมที่ก้าวร้าว ไม่ยอมทำตาม อาจได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคสมาธิสั้นร่วมด้วย จริงๆ แล้วเด็กเอาแต่ใจไม่มีสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งที่นำไปสู่พฤติกรรมดังกล่าว ซึ่งอาจจะเป็นที่ถูกเลี้ยงมาแบบตามใจ หรือเป็นลูกคนเดียวเมื่อต้องแบ่งของให้คนอื่นก็ไม่พอใจ หรือเป็นพี่คนโตที่พ่อแม่ให้ความสำคัญน้อยกว่าน้องๆ จนสร้างพฤติกรรมดังกล่าวเพื่อเรียกร้องความสนใจ ซึ่งก็อาจจะเกิดจากเหตุผลนี้ก็ได้

วิธีการรับมือเมื่อลูกชอบกรี๊ด

หากลูกๆ มีพฤติกรรมเอาแต่ใจก้าวร้าวหรือชอบกรี๊ดเมื่อไม่ได้ดั่งใจ ปัญหานี้คุณพ่อคุณแม่จะต้องช่วยกันแก้ไขและหาวิธีรับมือให้ถูกต้อง เพื่อป้องกันปัญหาเด็กติดนิสัยดังกล่าวนี้ไปจนโต ซึ่งอาจเป็นปัญหาในการใช้ชีวิตในสังคมและเพื่อนฝูงได้ ดังนั้นวันนี้เราจึงมีวิธีรับมือกับ ลูกชอบกรี๊ด เอาแต่ใจมาฝาก

1.สอนลูกให้รู้จักควบคุมตัวเองพร้อมเบี่ยงเบนความสนใจ

สอนให้ลูกรู้จักความผิดหวังเสียใจดีใจ และเมื่อ ลูกเอาแต่ใจ หรือมีอารมณ์ความโกรธ คุณพ่อควรสอนให้ลูกรู้จักระบายอารมณ์ความรู้สึกด้วยการพูดคุย เช่น หนูเสียใจ หนูดีใจ หนูมีเรื่องอะไรอยากเล่าให้พ่อฟังอย่างนี้เป็นต้น พร้อมบอกวิธีการแสดงอารมณ์ในรูปแบบที่เหมาะสม เช่น ถ้าลูกมีอารมณ์ความโกรธหรือว่าเสียใจรุนแรง คุณพ่อควรให้ลูกสงบสติอารมณ์ด้วยการนั่งอยู่เงียบๆ สักพักและเมื่อลูกอารมณ์เย็นขึ้นคุณพ่ออาจสองให้เขารู้จักนับ 1 – 10 เพื่อควบคุมอารมณ์และคลายความโกรธ

2.ลดการใช้เสียงภายในบ้าน

คุณพ่อคุณแม่และผู้ใหญ่ภายในบ้านควรเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่เด็ก ไม่ควรแสดงอารมณ์โมโหเกรี้ยวกราดใส่กันให้ลูกเห็น และเมื่อเวลาที่ ลูกเอาแต่ใจ ไม่พอใจก็จะใช้วิธีเดียวกันนี้เหมือนกับที่ผู้ใหญ่ทำ รวมถึงบรรยากาศภายในบ้านไม่ควรให้ลูกเคยชินกับบรรยากาศการใช้เสียงตะเบ็งเสียงใส่กัน และไม่ควรเปิดวิทยุโทรทัศน์ที่เสียงดังจนเกินไป

3.สอนให้รู้จักการกระซิบ

การใช้เสียงกระซิบกระซาบถือเป็นเรื่องที่เข้าใจยากสำหรับลูกน้อย แต่คุณพ่อสามารถทำให้เป็นเรื่องสนุกได้เช่นกัน เมื่อลูกส่งเสียงดังจนเกินไปคุณพ่อลองกระซิบแล้วให้ลูกกระซิบตามลูกจะรู้สึกว่าการพูดเบาๆ ทำให้เรื่องนั้นดูสำคัญและสนุกขึ้นได้เหมือนกัน และเมื่อลูกกำลังส่งเสียงกรี๊ดคุณพ่อคุณแม่ลองมองตา แล้วทำการกระซิบข้างหูลูก ลูกก็จะหยุดและหันมาฟังที่เสียงกระซิบและหยุดพฤติกรรมนั้น และเมื่อลูกมีอายุถึงวัยที่สามารถเข้าใจได้แล้วว่า สถานที่ไหนควรใช้เสียงได้ เช่นเวลาที่อยู่ในห้องของตัวเองสามารถใช้เสียงดังได้  และเมื่อเวลาออกไปข้างนอกอย่างเช่นพื้นที่สวนสาธารณะไม่ควรส่งเสียงดัง การกำหนดการใช้เสียงตั้งแต่ล่วงหน้าไว้แบบนี้ จะส่งผลดีต่อลูก ดีกว่าการห้าม ลูกเอาแต่ใจ ในเวลานั้นๆ เลย

4.สอนให้เข้าใจคำว่าได้ และ ไม่ได้

ลูกเอาแต่ใจ คุณพ่อควรสอนให้ลูกเรียนรู้ความสมหวัง ผิดหวัง พร้อมทั้งอธิบายกำกับด้วยทุกครั้งว่าด้วยเหตุใดลูกถึงทำได้ และไม่ได้ เพื่อให้ลูกรู้จักเรียนรู้การระงับสติอารมณ์ลง คุณพ่อควรค่อยๆ โอบกอดเพื่อทำให้ลูกรู้สึกผ่อนคลาย โดยที่ไม่จำเป็นจะต้องไปโอ๋ หรือต่อรองด้วยของขวัญรางวัลใดๆ ทุกครั้ง

Sponsored

5.ไม่ต้องรีบตามใจเมื่อลูกเอาแต่ใจ

เมื่อ ลูกชอบกรี๊ด เอาแต่ใจถ้าคุณพ่อรีบให้ความสนใจหรือตามใจเพื่อให้ลูกหยุดพฤติกรรมการอาละวาดนั้น ลูกจะเข้าใจว่าการกระทำเช่นนี้เป็นวิธีการที่แก้ปัญหาที่ถูกต้อง และจะทำซ้ำอีกเมื่อมีโอกาส ทางที่ดีคุณพ่อจะต้องทำให้ลูกเข้าใจว่าวิธีการ กรี๊ด ส่งเสียงดังไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้อง และลูกจะได้สิ่งของที่ต้องการก็ต่อเมื่อลูกสงบสติอารมณ์ลงได้แล้วเท่านั้น

6.ฝึกให้รู้ช่วยเหลือตัวเอง

คุณพ่อควรฝึกให้ลูกสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ตั้งแต่ยังเด็กในการใช้ชีวิตประจำวัน ด้วยการทำกิจกรรมง่ายๆ อย่างเช่นการใส่เสื้อผ้าเอง เก็บของเล่นเอง จะทำให้ลูกรู้จักการรับผิดชอบสามารถแก้ไขปัญหาได้ด้วยตัวเอง และจะไม่มีนิสัย ลูกชอบกรี๊ด ชอบเรียกร้องความสนใจ และไม่จำเป็นจะต้องขอความช่วยเหลือกจากใครโดยที่ไม่จำเป็น

7.ใช้เวลาอยู่กับลูก

ปัจจุบันพ่อแม่มักหมดเวลาไปกับการทำงาน จนไม่ค่อยมีเวลาอยู่กับลูกเพื่ออบรมสั่งสอนเขา คุณพ่อควรแบ่งเวลาหากิจกรรมทำร่วมกันพร้อมหน้าพร้อมตา เมื่อลูกได้เวลาส่วนนี้จะทำให้เขารู้สึกอบอุ่น ไม่ว้าเหว่ และไม่ทำการไขว่คว้าเรียกร้องเอาแต่ใจหาสิ่งของเพื่อมาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย

ลูกน้อยที่คุณพ่อรู้สึกว่าเอาแต่ใจในตอนนี้คุณพ่อจะต้องรีบแก้ไข เพราะเมื่อเขาเติบโตไปแล้วมีนิสัยเอาแต่ใจตัวเองแบบนี้ จะส่งผลให้เขาอาจถูกปฏิเสธจากเพื่อนๆ และบุคคลรอบข้างได้ เพราะฉะนั้น ถ้าเห็น ลูกเอาแต่ใจ ต้องรีบหันกลับมาปรับปรุงแก้ไขก่อนที่จะสายเกินแก้


ติดตาม Papa Expert ได้ที่
Website - papaexpert.com
Blockdit - blockdit.com/papaexpert
Facebook - facebook.com/daipa.papa
Instagram - instagram.com/daipa_papa/