ปลดล็อกกัญชา ทำได้แบบเสรี แต่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย

21 views

1 min read

อย่างที่ทราบกันแล้วว่าปัจจุบันได้มีการ “ปลดล็อกกัญชา” เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้ประชาชนหรือผู้ประกอบการสามารถปลูกเพื่อใช้งานได้เองโดยไม่ต้องขออนุญาต แต่ต้องมีการลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันที่ชื่อ “ปลูกกัญ” ของสำนักงานอาหารและยา (อย.) ด้วย และถึงแม้จะมีการปลดล็อค ทำได้แบบเสรีแล้ว อย่างไรก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย เพื่อให้เป็นระเบียบในการใช้งานต่อไป

ปลดล็อกกัญชาจำหน่ายใบไม่ต้องขออนุญาต จำหน่ายส่วนอื่นต้องขออนุญาต

เมื่อได้มีการปลดล็อกกัญชาแล้ว แน่นอนว่าส่วนที่ถูกใช้งานได้อย่างถูกกฎหมายก็คือ “ใบ” เท่านั้น โดยที่คุณไม่ต้องขออนุญาตเพราะถือเป็นส่วนประกอบที่ได้ถูกจัดอยู่ในกลุ่มยาเสพติดประเภท 5 แต่หากเป็นส่วนอื่น ไม่ว่าจะเมล็ดพันธุ์ กิ่งพันธุ์ หรือสารสกัดต้องขออนุญาตก่อน โดยแบ่งออกเป็น

  • การขายสารสกัด ต้องได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติด ที่มีค่าสาร THC ได้ไม่เกิน 0.2% ตามที่ปลดล็อกกัญชาไม่ต้องมีใบอนุญาตจำหน่าย แต่หากเกินกว่า 0.2% จะต้องมีใบอนุญาตจำหน่ายยาเสพติดให้โทษ โดยที่ผู้ซื้อเองก็ต้องมีใบอนุญาตการซื้อยาเสพติดให้โทษด้วย
  • การขายเมล็ดพันธุ์ และกิ่ง โดยต้องรับอนุญาตตาม พ.ร.บ. พันธุ์พืช

สารสกัดกัญชาต้องได้รับอนุญาตก่อนไหม?

ส่วนใครที่มีความสนใจอยากทำสารสกัดจากกัญชา ต้องได้รับการควบคุมวัตถุเสพติดจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ด้วย โดยทั่วไปก็ทำสารสกัดขึ้นแล้วตรวจสอบปริมาณอัตราส่วนว่ามีเท่าไหร่บ้าง ซึ่งจะนำสารสกัดไปตรวจที่ห้องปฏิบัติการโดยเฉพาะ แต่กรณีที่มีการปลดล็อกกัญชา อนุญาตให้ปลูกได้เองแล้วกลายเป็นกัญชาถูกกฎหมาย

ส่วนที่จะยกเว้นก็คือช่อดอกที่นำมาใช้ประกอบอาหาร กระนั้นหากมีการนำไปสกัดเอาสาร THC ไม่ว่าจะส่วนใดส่วนหนึ่งก็ต้องแจ้งขออนุญาตการผลิตตามกฎหมายอยู่ หากสารสกัดต้องไม่เกิน 0.2% ก็จะยกเว้นไปไม่ถือเป็นยาเสพติดให้โทษ ทั้งนี้ สาร THC จะเป็นสารที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ทำให้เกิดความผ่อนคลาย เคลิบเคลิ้ม ลดอาการคลื่นไส้อาเจียน นอนหลับง่ายขึ้น

ระวังควันจากกัญชา มีโทษปรับ/จำคุก

กรมอนามัยได้แจ้งถึงแนวทางการควบคุมความรำคาญจากควันกัญชา แต่แม้จะเป็นกัญชาถูกกฎหมายแล้ว แต่หากส่งกลิ่นเหม็นมาก ๆ ทำให้รำคาญใจต่อผู้คนรอบข้างก็มีโทษปรับ และจำคุกด้วยเช่นกัน โดยจะขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นเป็นผู้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง ศึกษาข้อมูลเบื้องต้นถึงสถานที่ที่ถูกร้องเรียน แหล่งกำเนิดกลิ่น ลักษณะความรุนแรงของกลิ่น ช่วงเวลาที่มักจะได้รับผลกระทบอยู่บ่อยครั้ง ก่อนจะแจ้งเตือนผู้กระทำผิดอีกครั้ง โดยจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน โทษปรับไม่เกิน 25,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เพื่อให้การสูบหลังปลดล็อกกัญชาเป็นไปอย่างราบรื่นปกติ

การใช้งานกัญชาเพื่อประกอบอาหารจำหน่าย

เชื่อว่าหลายคนรู้กันดีว่ากัญชาสามารถนำมาใส่ในอาหารเพื่อเพิ่มความอยากกิน ความอร่อยให้อาการติดอกติดใจ จึงมีหลายคนที่คิดอยากเอามาใส่ประกอบอาหารหลังปลดล็อกกัญชาแล้ว จากการรายงานของกองควบคุมวัตถุเสพติดกัญชา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แจ้งว่าส่วนของกัญชา ที่มีสารสกัด CBD ที่ใช้เพื่อจำหน่าย และต้องเป็นส่วนของพืชที่กำหนดคือเมล็ด น้ำมันจากเมล็ด ผลิตภัณฑ์อาหารที่ใช้เปลือก เส้นใย ลำต้น กิ่งก้าน ใบ และราก แต่ต้องไม่มีช่อดอก หรือยอดติดมาด้วย

ทั้งนี้ ผู้ที่ขึ้นทะเบียนอาหารหรือขออนุญาตใช้จะต้องขอรับเลขสารบนอาหาร และต้องมีคุณภาพที่ได้มาตรฐาน เงื่อนไขชนิดอาหาร ปริมาณทั้งสาร CBD และ THC ที่ใช้ รวมถึงคำเตือนที่จะต้องเป็นไปตามที่ประกาศกำหนดบ่งบอกทั้งหมด และต้องดำเนินยื่นขอรับเลขสถานที่ผลิตอาหาร และเลขทะเบียนการค้าบนอาหารเพื่อผลิตอาหารจำหน่ายถูกต้องตามกฎหมายต่อไป

อนึ่งบางคนอาจจะใช้ใบที่ถือเป็นกัญชาถูกกฎหมายใส่ลงในอาหารปรุงสุกให้ลูกค้าเลย จึงอยากแนะนำปริมาณที่เหมาะสมให้ คือเมนูผัด แกง ต้ม ควรผสม 1 ใบสดต่อเมนู และเมนูทอด ควรมี 1 – 2 ใบต่อเมนู และห้ามกินใน 1 วันถึง 5 ใบเด็ดขาด

การใช้ผลิตภัณฑ์กัญชาต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์

ปลดล็อกกัญชาแล้วบางคนมีความอยากรู้ถึงการใช้งานผลิตภัณฑ์ให้เกิดความปลอดภัยต่อตนเอง ซึ่งผู้ใช้งานสามารถทำได้ตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด โดยที่ควรต้องรับการวินิจฉัยจากแพทย์ หรือเภสัชกร อย่าง

Sponsored
  • มีผู้ดูแล
  • ไม่ขับรถ หรือต้องทำงานกับเครื่องจักร
  • มีคำแนะนำตามแพทย์ หรือเภสัชกรสั่ง และต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ไม่หยดยาเพิ่มเองเด็ดขาด

ทั้งนี้ การใช้กัญชามากเกินไปจะทำให้เกิดผลกระทบได้ ซึ่งอาการผิดปกติจากการเสพกัญชาที่สามารถพบได้ คือ ปากแห้ง มึน เวียนหัว ปวดหัว คลื่นไส้ อาเจียน ง่วงนอนมากกว่าปกติ และหากเกิดอาการผิดปกติแบบรุนแรงทั้งสับสน กระวนกระวาย อึดอัดหายใจไม่ออก หวาดระแวงแบบไม่สมเหตุสมผล เห็นภาพหลอน หัวใจเต้นเร็ว เต้นผิดจังหวะ เป็นลมหมดสติ เหงื่อแตกตัวสั่น เจ็บหน้าอกร้าวไปถึงแขน ทรงตัวไม่อยู่ พูดไม่ชัด หูแว่ว อารมณ์แปรปรวนง่าย พูดคนเดียว แนะนำว่าให้พบแพทย์ที่โรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาวินิจฉัยช่วยเหลือต่อไป แล้วการปลดล็อกกัญชาจะไม่เป็นโทษต่อผู้ใช้งาน

แม้จะปลดล็อกกัญชาแล้ว แต่ก็มีกำหนดถึงผู้ที่ไม่เหมาะสมในการใช้งาน คือเด็ก หรือผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 25 ปี, สตรีมีครรภ์ หรือกำลังให้นมลูก, ผู้ที่ต้องกินยาต้านการแข็งตัวของเลือด, ผู้ที่ป่วยอารมณ์ 2 ขั้ว หรือเป็นโรคซึมเศร้า, ผู้ที่ป่วยโรคหัวใจ และหลอดเลือด โรคไต โรคตับขั้นบกพร่องรุนแรง, ผู้ป่วยที่จิตเภท, ผู้มีประวัติแพ้สารสกัดกัญชา

ติดตาม Papa Expert ได้ที่
Website - papaexpert.com
Blockdit - blockdit.com/papaexpert
Facebook - facebook.com/daipa.papa
Instagram - instagram.com/daipa_papa/

บทความน่ารู้อื่นๆ คลิกไปอ่านกันเลย

1.แนะนำ 8 คาเฟ่สวยๆ พาลูกเที่ยว คุณพ่อพักผ่อนกาย คุณลูกสบายใจ

2.10 อาชีพที่ใฝ่ฝันของเด็ก ๆ ที่คุณพ่อฝึกฝนให้ลูกได้ตั้งแต่วันนี้