พัฒนาการทางสังคม สำหรับเด็กวัยเรียน ที่คุณพ่อต้องใส่ใจ

12 views

1 min read

มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่รวมกันแบบเป็นสังคม การใช้ชีวิตในสังคมจึงต้องมีการประพฤติปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎและกติกาที่สังคมมนุษย์ตั้งไว้ ถึงจะอยู่อย่างสงบสุข การสอนให้ลูกได้เรียนรู้ในการปรับตัวให้เข้ากับสังคมเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะลูกจะต้องเติบโตขึ้นมามีสังคม ความสามารถทางสังคมของเด็กจะทำให้เด็กประสบความสำเร็จในชีวิต การที่ลูกมี พัฒนาการทางสังคม ที่ดี จึงจะดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสงบสุข

พัฒนาการทางสังคม ในเด็กวัยเรียน

สำหรับเด็กที่อยู่ในวัยเรียนการปรับตัวให้เข้ากับสภาพสังคมเป็นสิ่งสำคัญมาก เด็กจะเรียนรู้แนวทางการปฏิบัติตัวในสังคมอย่างถูกต้อง การปรับตัวนี้ก็เพื่อที่จะทำให้บุคคลอื่นยอมรับ และใช้ชีวิตร่วมกันในสังคมกับบุคคลอื่นๆ ได้ กระบวนการนี้เด็กจะมี การเปลี่ยนแปลงด้านสติปัญญา ค่อยๆ เรียนรู้ไปจนตลอดชีวิต ตั้งแต่วัยทารกจนโตพอที่จะเรียนรู้และเข้าใจ โดยเด็กจะเรียนรู้ในการสร้างความสัมพันธ์กับแม่และพ่อ ขยายไปสู่บุคคลภายนอกรอบๆ ตัว เด็กจะเรียนรู้ภาษา การแสดงความรู้สึกต่อผู้อื่น รู้จักการช่วยเหลือตัวเอง รู้จักข้อตกลงทางสังคม เรียนรู้จักวัยหนึ่งสู่วัยหนึ่งตามช่วงอายุซึ่งเรียกว่าพัฒนาการ เด็กวัยเรียนหรือวัยประถมจะมี พัฒนาการทางสังคม แตกต่างจากเด็กปฐมวัย เด็กวัยประถมจะได้รับอิทธิพลจากเพื่อนและสภาพแวดล้อมรอบตัว เด็กวัยเรียนจึงมีความเข้าใจในภาษามากขึ้น และจะเริ่มลดตนเองเป็นจุดศูนย์กลาง

ผลจากพัฒนาการดังกล่าวจะทำให้เด็กวัยนี้สามารถสร้างสังคมกับบุคคลอื่น และสิ่งแวดล้อมได้ดีขึ้น แต่ในขณะที่เด็กวัยประถมจะไม่ค่อยสนใจผู้ใหญ่เหมือนในวัยปฐมวัย นักจิตวิทยาให้ความสนใจลักษณะการ พัฒนาการทางสังคม ของเด็กวัยนี้ เช่น Sigmund Freud ผู้คิดค้นทฤษฎีพัฒนาการทางเพศ ผู้เชื่อว่าการพัฒนาการทางบุคลิกภาพของเด็กในแต่ละคนนั้น อยู่ที่การเปลี่ยนแปลงของร่างกาย โดยการเปลี่ยนแปลงของร่างกายมีส่วนแห่งความพึงพอใจเป็นระยะๆ ในช่วงอายุที่ต่างกันความพึงพอใจนั้นจะได้รับการตอบสนองเต็มที่ เด็กจึงมี พัฒนาการทางสังคม ที่ดีและสมบูรณ์

ในวัย 6 – 9 ปีจะอยู่ในระยะที่แฝง The latency stage เป็นระยะที่เก็บกดความพึงพอใจในทางเพศไว้ จะไม่มีบริเวณส่วนใดในร่างกายเป็นที่พึงพอใจ เด็กในวัยนี้จะแสดงความพึงพอใจในเรื่องอื่นเช่น การแข่งขันการเรียน การเล่นกีฬา ส่วนทางด้าน Erik H. Erikson ผู้คิดทฤษฏีพัฒนาการทางสังคม Psychosocial development กล่าวว่าเด็กในช่วงวัยประถมนี้จะอยู่ในช่วงวัยพัฒนาความขยันขันแข็งหรือความรู้สึกด้อย เป็นระยะวัยที่เด็กการทำสิ่งต่างๆ ให้บรรลุความสำเร็จ วัยนี้จึงมีความพยายามที่จะแข่งขันเพื่อที่ตนจะได้ประสบความสำเร็จ แต่ถ้าเกิดการล้มเหลวจะทำให้เด็กวัยนี้เกิดมีปมด้อยและเกิดความท้อถอยใจที่จะทำสิ่งใหม่ๆ ในอนาคต

การเสริมพัฒนาการทางสังคม ให้กับลูกรัก

ในช่วงวัยอายุอยู่ระหว่าง 6 – 9 ปี ถือเป็นช่วงวัย การเปลี่ยนแปลงด้านสติปัญญา เด็กจะมีลักษณะพิเศษเฉพาะตัว คุณพ่อคุณแม่ควรใส่ใจส่งเสริม พัฒนาการทางสังคม ของลูกให้เหมาะสมกับระดับความสามารถของเขา เพื่อที่ลูกจะได้เติบโตมาอย่างมีคุณภาพ การจัดหากิจกรรมที่ลูกสนใจให้ลูกได้เล่นกับเพื่อนๆ อย่างมีอิสระ การส่งเสริมการอ่านให้ลูก เพราะการอ่านหนังสือมีความสำคัญมากสำหรับเด็กวัยนี้ และหนังสือที่เหมาะสำหรับเด็กวัยนี้ควรเกี่ยวกับการใช้ชีวิตในสังคมหรือโลกภายนอก ลูกจะได้สนใจในเรื่องที่เป็นจริงมากกว่าวัยปฐมวัย สนใจเรื่องราวที่มีเหตุผลมากขึ้น

เด็กในวัยนี้ ควรได้เรียนในโรงเรียนที่เหมาะสม มีขนาดพอเหมาะกับจำนวนนักเรียน เด็กจะได้มีโอกาสได้เข้ากับกลุ่มเพื่อน ได้รับการยอมรับจากเพื่อนๆ เขาจะรู้สึกดีและเกิดความอบอุ่นที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมกับเพื่อนๆ เกิดความรู้สึกว่าตัวเองมีค่า คุณพ่อคุณแม่ควรสนับสนุนให้ลูกเข้ากลุ่มตามความสนใจ เช่นการเข้าเป็นสมาชิกชมรมหนังสือ สมาชิกลูกเสือ เพื่อที่จะทำให้ลูกมีกลุ่มเพื่อนที่สนใจในเรื่องเดียวกัน จัดสภาพแวดล้อมของครอบครัวให้เอื้อต่อการเรียนรู้โลกภายนอกอย่างเหมาะสมอย่างเช่น มีหนังสือสำหรับเด็ก มีนิตยสาร หนังสือพิมพ์ และรายการโทรทัศน์ที่เหมาะสมตามวัย

พ่อแม่ควรมีส่วนในการจัดเวลาในการดูโทรทัศน์ของลูก และเลือกรายการให้แก่เด็ก จัดกิจกรรมทางด้านศาสนาเพื่อให้เด็กได้ซึมซับการทัศคติที่ดีต่อศาสนาเช่น การไปวัดฟังเทศน์ ตักบาตรทำบุญ เวียนเทียนในวันสำคัญของพระพุทธศาสนา เช่นวันเข้าพรรษา วันวิสาขบูชา วันมาฆบูชาเป็นต้น เพื่อให้เด็กได้มีศาสนาเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ เป็นคนดีของสังคม เป็นแบบอย่างที่ดีในสังคม

Sponsored

ถึงแม้ว่าเด็กในวัยนี้จะมี การเปลี่ยนแปลงด้านสติปัญญา มีความสนใจเพื่อนมากกว่าพ่อแม่ก็ตาม แต่พ่อแม่ก็ยังมีอิทธิพลต่อลูก การสอนให้ลูกเรียนรู้ในการอยู่สังคมอย่างถูกต้องเช่นการสอนมารยาท การปลูกฝังวัฒนธรรมไทย การแสดงออกด้วยท่าทีแบบสุภาพเรียบร้อยแบบไทยๆ เช่นการเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน การพูดจาสุภาพอ่อนโยน การทักทายผู้อื่น และการไหว้ตามแบบธรรมเนียมไทยที่ถูกต้องเหมาะสมกับวัยอย่างเช่น การไหว้พระ ไหว้พ่อแม่ครูอาจารย์ จะแตกต่างกันเป็นต้น

การร่วมสืบสารประเพณีไทยเป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติเพื่อที่จะได้เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของคนในสังคมไทย และร่วมดำรงไว้ซึ่งประเพณีที่ดีงามสืบต่อไปมอบหมายงานบ้านให้เด็กได้รับผิดชอบ ให้เด็กได้ทำหน้าทีสมาชิกของครอบครัวปฏิบัติพื้นฐานให้เด็กได้ทำหน้าที่ของตนเองคือการช่วยเหลือตนเองและในฐานะสมาชิกในสังคมต่อไป การทำงานของเด็กในวัยนี้จะทำร่วมกับพ่อแม่ก็ได้ จะได้อยู่ในบรรยากาศครอบครัวอบอุ่น เห็นถึงความรัก การช่วยเหลือ การเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน เป็นการสร้างความผูกพันในครอบครัวซึ่งเป็นสิ่งที่เหมาะสมสำหรับการ พัฒนาการทางสังคม ที่ดีให้แก่ลูก

การที่พ่อแม่พาลูกๆ ออกมาทำกิจกรรมต่างๆ ทางสังคม ไม่ว่าจะเป็นการร่วมปลูกต้นไม้ การพัฒนาชุมชนสีเขียว การทำความสะอาดชุมชนร่วมกัน จะเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีให้แก่ลูกเป็นการเสริมสร้าง พัฒนาการทางสังคม ให้กับลูกทำให้ลูกเติบโตมามีจิตใจเอื้อเฟื้อและรู้จักช่วยเหลือสังคม


ติดตาม Papa Expert ได้ที่
Website - papaexpert.com
Blockdit - blockdit.com/papaexpert
Facebook - facebook.com/daipa.papa
Instagram - instagram.com/daipa_papa/