การเลี้ยงลูกในคอนโด ก็สร้างพัฒนาการได้ไม่ยาก ด้วย 7 วิธีนี้

9 views

1 min read

ปัจจุบันการอยู่อาศัยในคอนโดถือเป็นเรื่องปกติสำหรับครอบครัวหนึ่งไปแล้ว แต่กระนั้นก็ต้องเข้าใจถึงพื้นที่ใช้สอยที่มีจำกัดด้วย ซึ่งการเลี้ยงลูกในคอนโดอาจจะต้องใช้ทักษะของคุณพ่อช่วยฝึกพัฒนาการของเด็กได้ตามวัย เรื่องนี้อาจเป็นความกังวลของคุณพ่อบางคนพอควร พร้อมพยายามหาวิธีต่าง ๆ ให้เหมาะสม เมื่อเป็นเช่นนี้จึงขออาสาเผยสุดยอด 7 วิธีเลี้ยงดูลูกเสริมพัฒนาการตามวัยในคอนโดที่ไม่เคยบอกที่ไหนมาก่อน

7 วิธีการเลี้ยงลูก ฝึกพัฒนาการของเด็กตามวัย

1. ฝึกทำสมาธิสร้างจิตใจให้สงบ

นับเป็นวิธีแรกของการเลี้ยงลูกที่จะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการให้กับตัวเด็กตามวัยได้เป็นอย่างดี และแม้จะมีพื้นที่ใช้สอยน้อยก็สามารถฝึกลูกได้สบาย ๆ โดยให้เด็กได้พักผ่อนสงบจิตสงบใจตนเอง เช่น นอนหนุนตักคุณพ่อไว้แล้วให้นับเลขในใจ 1 – 10 แล้วค่อยเพิ่มขึ้นไปอีกเป็น 10 – 20, 20 – 30 จนกว่าลูกจะสงบนิ่งได้เอง หรือจะให้นั่งขัดสมาธิตามปกติเลยก็ได้ กำหนดลมหายใจเข้าภาวนาพุทธ หายใจออกภาวนาโธ นอกจากการสร้างสมาธิยังช่วยระงับความโกรธได้ดี ตรงกับพัฒนาการทางสังคมและอารมณ์

2. พาลูกให้เขียนบันทึกทุกวัน

ถือเป็นอีกการเลี้ยงลูกที่เหมาะกับช่วงวัยที่อ่านออกเขียนเป็นแล้ว ซึ่งการที่คุณพ่อพาลูกจดบันทึกเรื่องราวต่าง ๆ ที่ได้เจอมาในแต่ละวัน ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการให้กับลูกด้านความคิด จดจำเรื่องราวที่พบเจอแล้วได้ถ่ายทอดออกมาให้อย่างถูกต้องเหมาะสม ทั้งยังช่วยให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์ในการที่จะแสดงความคิดเห็นตนเองออกมา อาจจะวาดรูป ระบายเหตุการณ์นั้น ๆ ด้วยก็ได้ อยู่คอนโดนั่งโต๊ะเก้าอี้ก็พอแล้ว แนะนำว่าให้เลือกใช้เป็นสีเมจิก หรือสีไม้เพิ่มการจดจำ

3. ออกกำลังกายเบา ๆ

ฝึกให้ลูกได้ออกกำลังกาย เคลื่อนไหวร่างกายไว้บ้าง ซึ่งหากอยู่คอนโดแนะนำว่าให้ออกแบบเบา ๆ อย่าง เล่นโยคะ ยืดหยุ่นส่วนวต่าง ๆ แทนที่จะใช้กำลัง หรือจะเต้นแอโรบิกด้วยก็ได้ โดยการออกกำลังกายถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมเลี้ยงลูกที่เสริมสร้างพัฒนาการร่างกายด้านการเคลื่อนที่ กระตุ้นให้เลือดไปเลี้ยงสมองได้มากขึ้น ทำให้แข็งแรงทั้งกายและใจไปอีก แต่ก็อย่ากระโดดมากเชียวล่ะ เดี๋ยวห้องข้างล่างขึ้นมาเคาะประตูไม่รู้ด้วยนะ

4. ฝึกเล่นเกมพัฒนาความจำบ่อย ๆ

การเลี้ยงลูกด้วยวิธีการพัฒนาความจำอย่างเล่นเกมเรียกได้ว่าเพิ่มความสนุกสนานพร้อมให้ลูกได้เรียนรู้ไปในตัว เช่น เกมหาคำศัพท์ เกมครอสเวิร์ด เกมปริศนาอักษรไขว้ เกมต่อจิ๊กซอว์ ช่วยให้ลูกได้พัฒนาความคิดของตนเอง ฝึกการจดจำให้สมองได้รับการกระตุ้นให้คิด วิเคราะห์ถึงหลักการที่จะ ทั้งยังช่วยฝึกสมาธิ พร้อมความอดทนอดกลั้นด้านการแก้ปัญหาและฟันฝ่าไปถึงอุปสรรคในตัวได้เป็นอย่างดี เหมาะกับเลี้ยงลูกภายใต้พื้นที่คอนโดไปอีก

5. เสริมสร้างพัฒนาการด้วยการฟังเพลง

Sponsored

ดนตรีนั้นคือชีวิตลูก ๆ สามารถเสริมสร้างพัฒนาการตนเองได้ด้วยการให้ฟังเพลง หรือเล่นเครื่องดนตรีที่ไม่รบกวนห้องข้าง ๆ ได้ เช่น กีตาร์ เปียโน ฯลฯ ซึ่งจะช่วยให้สมองได้จดจำตัวโน้ต คอร์ด จดจำทำนอง หรือสามารถร้องเพลงได้ตามจังหวะอย่างถูกต้อง ได้รู้จักการแบ่งเวลาจนนำไปสู่เป้าหมายที่ตั้งใจไว้อย่างการเล่นเพลงได้ การเลี้ยงลูกวิธีนี้ได้ความผ่อนคลายในตัวเองด้วย ลูกก็ด้วย มีแต่ความสุขอารมณ์ดี แต่ถ้าลูกไม่ชอบเล่นเครื่องดนตรีก็อย่าบังคับเชียว

6. หากิจกรรมที่สร้างสรรค์ให้ลูกได้ทำ

ด้วยความที่สมัยนี้เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน ดังนั้น เด็ก ๆ จึงมีโอกาสที่จะติดหน้าจอมือถือ หรือแท็บเลตได้ง่าย ๆ ซึ่งคุณพ่อสามารถให้ลูกดูการ์ตูน หรือทำสิ่งต่าง ๆ ได้แต่ก็ต้องจำกัดเวลาใน 1 วันสัก 3 ชั่วโมงก็พอ แล้วหากิจกรรมที่สร้างสรรค์ให้ลูกได้ทำ อาจจะเลือกอ่านนิทานที่ชอบ หรือชวนทำสวนที่ระเบียง ปลูกตะบองเพชร เก็บกวาดห้อง เป็นต้น เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ พร้อมส่งเสริมพัฒนาการได้เป็นอย่างดี เชื่อว่าการเลี้ยงลูกแบบนี้ไม่ทำให้เด็กก้าวร้าวจากสื่อเทคโนโลยีได้แน่นอน

7. พาลูกเข้าครัวทำอาหารร่วมกัน

สุดท้ายเรื่องกินคือเรื่องใหญ่เช่นกัน และเราสามารถเสริมสร้างพัฒนาการลูก ๆ ได้อย่างเต็มที่ด้วยการพาลูกเข้าครัว ให้ลูกช่วยหยิบจับอุปกรณ์ครัว หรือเครื่องปรุง อาจจะให้ลูกได้ให้ความคิดสร้างสรรค์ในการจัดวางอาหารลงในจานด้วยก็ได้ ที่สำคัญควรเลือกทำเมนูอาหารที่มีประโยชน์ มีสารอาหารครบ 5 หมู่ได้ยิ่งดีโดยเฉพาะผักที่ต้องมีเป็นสีสัน หรือที่มีวิตามินบีสอง กรดโฟลิค ธาตุเหล็ก ฯลฯ เป็นการกระตุ้นให้สมองได้ทำงานเต็มประสิทธิภาพ ความจำดี คุณพ่อคนไหนทำอาหารเป็นการเลี้ยงลูกแบบนี้ได้สานสัมพันธภาพในตัวได้ด้วย

แม้ว่าการเลี้ยงลูกในคอนโดอาจมีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ใช้สอย แต่คงไม่มีอะไรยากเกินกว่าความสามารถคุณพ่อที่พร้อมเสริมสร้างพัฒนาการลูกเหมาะสมตามช่วงวัยได้ อย่างไรก็ตาม นอกจากเราจะฝึกฝน เสริมสร้างพัฒนาการด้านต่าง ๆ แล้ว อย่าลืมสังเกตพัฒนาการของลูกตามช่วงวัยด้วยเช่นกัน โดยลูกอาจมีความผิดปกติบางอย่างที่แสดงให้เห็นว่ามีพัฒนาการที่ช้ากว่าเด็กทั่วไป เช่น การพูด การเรียนรู้ การเคลื่อนไหวร่างกาย หรือการกระทำต่าง ๆ และหากสังเกตแล้วพบว่าผิดปกติจริงให้รับพาไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยด่วน เพื่อเข้ารับการวินิจฉัยและรับคำปรึกษา หาแนวทางแก้ไขต่อไป

ติดตาม Papa Expert ได้ที่
Website - papaexpert.com
Blockdit - blockdit.com/papaexpert
Facebook - facebook.com/daipa.papa
Instagram - instagram.com/daipa_papa/