ลูกเตรียมเข้าอนุบาล มีสิ่งไหนที่คุณพ่อต้องสอนเพื่อให้เด็กปรับตัว

10 views

1 min read

คงเป็นความกังวลใจของคุณพ่อไม่น้อยเมื่อถึงเวลาที่ลูกน้อยของเราต้องเตรียมเข้าอนุบาล ซึ่งเชื่อว่าลูกเองคงมีความกลัว ความงอแงเกิดขึ้นไม่มากก็น้อย จนบางครั้งก็แอบเป็นความสงสัยว่าจะทำอย่างไร มีสิ่งไหนที่คุณพ่ออย่างเราต้องสอนเพื่อให้เด็กปรับตัวรับมือกับสถานการณ์ที่จะต้องเผชิญด้วยตนเองบ้าง เอาเป็นว่าเรื่องนี้ไม่ยาก เรามีข้อมูลมาให้ลองศึกษาและนำไปปรับสอน

เตรียมความพร้อมด้านต่าง ๆ ให้ลูกเพื่อเตรียมเข้าอนุบาล

1. เตรียมความพร้อมด้านจิตใจ

โดยทั่วไปแล้วเด็กย่อมมีความตื่นเต้น และกลัวเมื่อรู้ตัวว่าตนเองต้องเตรียมเข้าอนุบาล ห่างไกลจากคุณพ่อ ซึ่งต้องทำความเข้าใจว่าเด็กวัยนี้กลัวการจากลา การพลัดพราก ทำให้ร้องไห้ในวันแรกได้ แต่ถึงกระนั้นคุณพ่อสามารถทำให้ลูกรู้สึกผ่อนคลายได้ โดยการฝึกความพร้อมด้านจิตใจก่อนเข้าอนุบาล โดยการ

  • หมั่นพูดถึงโรงเรียนไปในทิศทางที่ดีเข้าไว้ บอกเล่าว่าการไปโรงเรียนสร้างความสนุก ได้เจอเพื่อนคนใหม่ ๆ รู้จักสิ่งใหม่ ๆ ทำให้เก่งขึ้นในอีกหลายอย่างที่ลูกยังไม่รู้ถ้าได้ไปโรงเรียน
  • พาลูกไปสถานที่ใหม่ ๆ เจอคนใหม่ ๆ เพื่อทำความคุ้นเคย เช่น เปลี่ยนสถานที่เล่น หรือทำกิจกรรมร่วมกันหลากหลาย ไปบ้านเพื่อนพ่อที่มีเด็ก
  • แสดงความภาคภูมิใจเมื่อลูกต้องไปโรงเรียน ทำให้การเตรียมเข้าอนุบาลเป็นเรื่องง่ายขึ้น
  • พยายามไม่สร้างความคาดหวัง อย่าพูดเรื่องที่ไม่จริง ว่าโรงเรียนนั้นมันเป็นสถานที่มหัศจรรย์ เลิศเลอค่า เพราะควรพูดบนฐานความเป็นจริงทั่วไป ที่สำคัญควรย้ำลูกว่าคุณครูเป็นคนน่ารัก ใจดี ช่วยเหลือหนูได้ตลอด พยายามสร้างความอบอุ่น ไว้ใจ ไม่สร้างความหวาดกลัวเมื่อต้องไปโรงเรียน
  • ก่อนเปิดเทอมจริงให้พาลูกไปทำกิจกรรมของโรงเรียน สร้างความคุ้นเคย ให้รู้จักเพื่อนคุ้นหน้าเพื่อนบ้าง
  • สร้างความมั่นใจให้ลูก พยายามอธิบายว่าเช้าไปส่งไม่นานก็บ่าย ก็เย็นเดี๋ยวพ่อมารับ ไม่ได้ทิ้ง และวันแรกก็ควรไปส่งลูกก่อน

2. เตรียมความพร้อมด้านพัฒนาการและร่างกาย

คุณพ่อต้องสอนเตรียมพร้อมเรื่องพัฒนาการและร่างกาย โดยเฉพาะการช่วยเหลือตัวเอง ไม่ทำให้เกิดความรู้สึกด้อย ไม่มั่นใจเมื่อเวลาไปโรงเรียนแล้วเห็นเพื่อนทำได้แต่เราทำไม่ได้ เป็นต้น ดังนั้น เพื่อเตรียมเข้าอนุบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุณพ่อจึงควรฝึกลูกให้เข้าใจและทำเป็น ได้แก่

  • เตรียมความพร้อมกล้ามเนื้อมัดเล็ก อย่าง การขีดเขียน ระบายสี หรือจับดินสอ
  • เตรียมความพร้อมด้านการช่วยเหลือตัวเอง อย่าง การถอดเสื้อผ้า การใส่เสื้อผ้า การติดกระดุม กินอาหารเอง เข้าห้องน้ำเอง หรือใส่ถุงเท้าเอง
  • ก่อนเข้าอนุบาลควรเตรียมด้านภาษา ให้ลูกบอกสิ่งที่ต้องการได้ ไม่งอแง อย่าง ปวดฉี่ ปวดอึ หรือเจ็บ ไม่ชอบ ชอบ ไม่ให้เพื่อนผลักเรา ไม่แย่งของเล่นคนอื่น หรือหากเพื่อนแกล้งก็บอกคุณครูเป็น เป็นต้น
  • เตรียมความพร้อมวิชาการเพื่อเตรียมเข้าอนุบาลอย่างมีประสิทธิภาพ อย่าง นับเลข ท่อง A – Z หรือท่อง ก – ฮ
  • เตรียมความพร้อมด้านสังคม อย่าง การรอคอย การแบ่งปัน ฯลฯ เพื่อให้ลูกกล้ามีส่วนร่วมทำกิจกรรมที่ชอบ หรือกล้าเข้าไปขอเพื่อน ๆ เล่นด้วย
  • ปรับเวลาการทำกิจวัตรประจำวัน อย่าง การฝึกให้ลูกนอนไวเพื่อเตรียมเข้าอนุบาล ให้กินอาหารก่อนไปโรงเรียน หาวิธีปลุกที่ทำให้ตื่นง่ายไม่งอแง ฯลฯ

สิ่งสำคัญในทุก ๆ วันที่ลูกไปโรงเรียนคือคุณพ่อต้องมั่นใจว่าสารอาหารที่ลูกจะได้รับเพียงพอแล้ว แนะนำว่าควรเตรียมเมนูที่มีครบ 5 หมู่ พร้อมให้ลูกดื่มน้ำต่อวันมาก ๆ อาจจะเตรียมกระบอกน้ำให้ไปด้วยก็ได้ ทั้งนี้ มีผลวิจัยออกมาว่าการดื่มนมที่มีจุลินทรีย์ มีพรีไบโอวัน มี LGG นอกจากได้รับสารอาหารที่เพียงพอ ยังช่วยลดอาการเจ็บป่วย ลดจำนวนวันขาดเรียนจากการติดเชื้อได้ 40% เลยทีเดียว หรือจะให้กินโยเกิร์ตก็มีสารเหล่านี้เช่นกัน เป็นการเตรียมเข้าอนุบาลที่ได้ความคุ้มค่า ไม่มีปัญหาตามมาภายหลัง

Sponsored

3. เตรียมความพร้อมป้องกันลูกหาย

แม้โรงเรียนจะมีความปลอดภัยแล้วแต่ก็ควรสอนให้ลูกรู้เท่าทันบรรดามิจฉาชีพที่มีหลากหลายรูปแบบด้วย ที่ส่วนใหญ่ก็มักจะมาดักรอหน้าโรงเรียนไปอีก โดยสิ่งที่คุณพ่อต้องเตรียมให้ลูกก่อนเข้าอนุบาล คือ

  • สอนให้ลูกไม่ไปไหนกับคนแปลกหน้า ไม่พูดคุยโดยเด็ดขาด
  • สอนว่าคนร้ายมักมีพฤติกรรมหลอกล่ออย่างให้ขนม ให้เงิน ให้ของเล่น พูดจาดี หลอกถามเรื่องต่าง ๆ
  • สอนให้ลูกตะโกนขอความช่วยเหลือดัง ๆ เมื่อรู้สึกว่าไม่ปลอดภัย
  • สอนลูกว่าถ้ามีใครมาอ้างว่าคุณพ่อมารับอย่าไปด้วยเด็ดขาด
  • หรือจะตั้งรหัสลับที่รู้กันแค่คุณพ่อกับลูก เพื่อป้องกันเวลามีใครมาบอกว่าคุณพ่อให้มารับ ก็พูดรหัสใส่กัน ถ้าไม่ถูกรีบไปแจ้งคุณครูทันที
  • สอนลูกไม่ให้พยายามไปสนิทสนมกับคนแปลกหน้า บอกเล่าว่าคนร้ายมักจะมาตีสนิทไว้ก่อนจนเกิดความไว้ใจ

อย่างไรแล้ว เราสามารถฝึกซ้อมเตรียมเข้าอนุบาลได้ด้วยการสร้างบทบาทสมมุติกับลูก ๆ รับมือสถานการณ์ต่าง ๆ เช่น พาลูกไปโรงเรียนแล้วบอกว่าตอนบ่าย ตอนเย็นมารับให้รอตรงนี้ หรือสถานการณ์ลูกถูกเพื่อนแกล้ง เกิดการบาดเจ็บต้องทำอย่างไร สร้างสถานการณ์คนร้ายมารับลูก ลูกจะทำอย่างไร เป็นต้น ทำให้เกิดความเคยชินที่สุด เพื่อให้การส่งลูกไปโรงเรียนเป็นเรื่องง่ายมากขึ้น หวังว่าจะเป็นประโยชน์นำไปปรับใช้กันได้

ติดตาม Papa Expert ได้ที่
Website - papaexpert.com
Blockdit - blockdit.com/papaexpert
Facebook - facebook.com/daipa.papa
Instagram - instagram.com/daipa_papa/