กำลังจะมีลูก คุณพ่อวางแผนซื้อบ้านหลังแรกต้องพิจารณาอะไรบ้าง

11 views

1 min read

หลาย ๆ คนเมื่อวางแผนครอบครัวว่ากำลังจะมีลูกแล้ว การสร้างรากฐานโดยเฉพาะที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองถือว่ามีความสำคัญและจำเป็นอย่างมาก แน่นอนว่าความต้องการอยากซื้อบ้านต้องมีผุดเข้ามาในหัวเป็นเรื่องธรรมดา ทว่าใครที่ต้องการซื้อบ้านหลังแรกจำเป็นต้องรู้ถึงสิ่งที่ต้องพิจารณาไว้บ้าง แต่จะมีอะไรบ้างอยากให้ทุกคนลองไปศึกษาพร้อมกันในบทความนี้ดู

7 สิ่งที่ต้องพิจารณา เมื่อต้องการซื้อบ้านหลังแรก

1. ตรวจสอบงบประมาณที่มี

เรื่องการเงินหรืองบประมาณถือว่าเป็นเรื่องสำคัญอย่างที่สุด ดังนั้น สิ่งที่ต้องพิจารณาแรกเลยก็คือการตรวจสอบงบประมาณว่าเป็นอย่างไร ดูว่ามีอยู่แล้วกี่บาท แล้วความต้องการซื้อของตนเองอยู่ในรูปแบบไหน เป็นเงินสดทั้งหมดทีเดียวไปเลย หรือเป็นเงินผ่อนที่ต้องจ่ายเป็นรายเดือนเท่า ๆ หรือมากกว่าขั้นต่ำได้หมด และหากเลือกแบบเงินผ่อนแม้จะเป็นการทยอยจ่าย แต่ก็ต้องคิดเรื่องวงเงินที่ขอกู้รวมถึงเงินผ่อนที่หมายรวมถึงเงินต้นและดอกเบี้ยด้วย ช่วยให้การวางแผนซื้อบ้านหลังแรกได้ในราคาที่เหมาะสม

2. ตรวจสอบด้านทำเลที่ต้องการ

เมื่อได้งบประมาณที่เหมาะสมสามารถผ่อนจ่ายได้อย่างสบายใจแล้วก็มาถึงเรื่องการตรวจสอบด้านทำเลที่ต้องการกันบ้าง แนะนำว่าให้เลือกจากความต้องการอยู่ว่าอยากได้แบบไหน สภาพแวดล้อมเงียบสงบ มีทำเลกว้าง มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยสอดส่องดูแล มีรถผ่านน้อย หรือครึกครื้น ลานจอดรถที่มากน้อยแค่ไหน หรือถ้าจำเป็นต้องเดินทางไปทำงานแบบไม่มีรถส่วนตัวก็อาจจะต้องใกล้สถานีรถไฟฟ้า ใกล้รถประจำทางผ่านเยอะ ๆ เป็นต้น แล้วการซื้อขายบ้านจะเป็นไปอย่างสบายใจ

3. มีการเปรียบเทียบหลาย ๆ โครงการ

แน่นอนว่าจำเป็นต้องหาข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับโครงการซื้อบ้านหลังแรกเพื่อให้สอดคล้องกับทั้งงบประมาณ และทำเลที่ตั้งใจไว้ใน 2 ข้อแรก ดูเรื่องของสมาชิกในครอบครัวว่าตั้งใจไว้กี่คน รวมไปถึงช่วงบั้นปลายชีวิตด้วย เพราะจำเป็นต้องเลือกบ้านที่ตอบโจทย์กับผู้สูงวัย และเมื่อได้บ้านที่ต้องการก็ต้องหารายชื่อโครงการที่เข้าเกณฑ์ทั้งหมด เอามาเปรียบเทียบหาความคุ้มค่ามากที่สุดโดยเฉพาะเรื่องของดอกเบี้ย บางโครงการมีโปรโมชั่นต่าง ๆ อยู่ด้วย

ซึ่งในส่วนของราคาที่ต้องเปรียบเทียบกันในลักษณะของบ้านหลังเดียวกัน แน่นอนว่าบ้านที่อยู่ต่างจังหวัดจะมีราคาที่ถูกกว่าบ้านในกรุงเทพฯ และปริมณฑล แต่กระนั้นบ้านในกรุงเทพบางโครงการก็มีราคาถูกได้เพียงแต่ปัจจัยอื่น ๆ อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง จึงต้องพิจารณาให้รอบคอบอย่าเห็นแก่ราคาถูก

4. วางแผนค่าใช้จ่ายแบบภาพรวมทั้งหมด

ซื้อบ้านหลังแรกใครว่ามีแค่เรื่องค่าใช้จ่ายของตัวบ้านเท่านั้น แน่นอนว่ายังต้องเสียค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ร่วมด้วย ไม่ว่าจะค่าธรรมเนียมการโอน ค่าธรรมเนียมการยื่นกู้ ค่าอากรแสตมป์ ค่าสำรวจและประเมินราคาของหลักค้ำประกัน ค่าส่วนกลาง ค่าตกแต่งบ้าน ค่าเบี้ยประกันอัคคีภัย ฯลฯ สิ่งสำคัญคือการสอบถามหรือขอคำปรึกษากับธนาคารที่สนใจยื่นกู้ว่าท้ายที่สุดแล้วมีค่าใช้จ่ายใดอยู่บ้าง ต้องจ่ายเท่าไหร่ เพื่อให้สามารถวางแผนหาเงินในส่วนที่ต้องจ่ายมาไว้ก่อน

Sponsored

5. ตรวจสอบสินเชื่อ และธนาคารที่เหมาะสม

ลำดับต่อมาก็คือการตรวจสอบสินเชื่อที่แต่ละธนาคารมีให้แตกต่างกันออกไป โดยให้เปรียบเทียบสินเชื่อบ้านแต่ละตัวไปเลย ระยะเวลาการผ่อนจ่ายให้เท่าไหร่ ดอกเบี้ยเป็นอย่างไร เงื่อนไขที่มี เป็นการหาสินเชื่อที่ตอบโจทย์เหมาะสมกับตนเองมากที่สุด สร้างความมั่นใจในการผ่อนซื้อบ้านหลังแรก

6. วางแผนเกี่ยวกับการผ่อนพร้อมซ้อมอย่างน้อย 6 เดือน

เมื่อต้องการซื้อขายบ้านโดยเฉพาะบ้านหลังแรกแล้วนั้น ต้องไม่ลืมที่จะวางแผ่นเรื่องการผ่อนค่าบ้านที่ระบุไว้ในสัญญาเป็นรายเดือน เดือนละเท่าไหร่ก็ว่าไป สิ่งสำคัญที่อยากแนะนำอย่างมากเลยก็คือการประเมินเสินเชื่อ และตัวอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารจะอนุมัติวงเงินให้เป็นจำนวนเท่าไหร่ แล้วควรต้องผ่อนจ่ายเท่าไหร่ อาจจะลองคำนวณจากเครื่องมือที่ธนาคารมีให้ผ่านออนไลน์ที่เว็บไซต์ก่อนก็ย่อมได้ และเมื่อคุณพ่อได้จำนวนค่าผ่อนที่ต้องจัดการในแต่ละเดือนแล้ว อยากให้ลองทดสอบซ้อมผ่อนก่อนอย่างน้อย 6 เดือน หรือ 3 เดือนก็ยังดี

ยกตัวอย่างให้เข้าใจมากขึ้น กรณียื่นของซื้อบ้านหลังแรกกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือ ธอส. โดยที่คุณพ่อมีเงินเดือนไม่น้อยกว่า 30,000 บาท ขอกู้ในระยะเวลา 40 ปี อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารให้อยู่ที่เฉลี่ยแล้ว 3.25% ทั้งสามารถขอกู้ได้ของราคาประเมินที่ 100% และหากได้บ้านราคา 2 ล้านบาท การผ่อนต่องวดอยู่ที่ 7,451 บาท ก็ให้ลองผ่อนค่างวด 7,451 บาท เก็บเข้าบัญชีเป็นเวลา 3 – 6 เดือน โดยรวมค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันจริง ๆ ไปด้วยว่าทำได้หรือไม่

7. จัดเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน

เอกสารซื้อขายบ้านที่ต้องใช้แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ๆ นั่นคือเอกสารส่วนบุคคล เช่น บัตรประชาชน/บัตรข้าราชการ/บัตรรัฐวิสาหกิจ สำเนาทะเบียนสมรส ใบหย่า ใบมรณะบัตร ฯลฯ และเอกสารทางการเงิน เช่น สลิปเงินเดือน/หนังสือรับรองเงินเดือน สำเนาบัญชี Statement ย้อนหลัง 3 – 6 เดือน สำเนาจดทะเบียนการค้า/ห้างหุ้นส่วน รูปถ่ายกิจการ ฯลฯ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความต้องการของธนาคารนั้น ๆ ด้วยคุณพ่อที่ตั้งใจวางแผนซื้อบ้านหลังแรก เพื่อสร้างความมั่นคงให้ครอบครัวปฏิเสธที่จะไม่ศึกษารายละเอียดเหล่านี้ไม่ได้เลย ซึ่งจะเห็นว่าทั้ง 7 ข้อค่อนข้างสำคัญและควรต้องพิจารณาก่อนซื้อโดยสิ้นเชิง เพื่อให้ได้บ้านที่ดีที่สุดอยู่อาศัยกันไปนาน ๆ ไม่เกิดปัญหาตามมาภายหลัง

ติดตาม Papa Expert ได้ที่
Website - papaexpert.com
Blockdit - blockdit.com/papaexpert
Facebook - facebook.com/daipa.papa
Instagram - instagram.com/daipa_papa/