คุณพ่อควรรับมืออย่างไร กับการเรียนการสอนออนไลน์ของลูกวัยประถม

15 views

1 min read

โรคระบาดโควิด 19 ทำให้ทั่วโลกได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก ทั้งในเรื่องของเศรษฐกิจ และการใช้ชีวิตประจำวัน รวมถึงการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินทำให้หลายคนต้องหมดเนื้อหมดตัวไปก็มี โรคระบาดโควิด 19 ยังส่งผลกระทบไปถึงการเรียนการสอนของทางโรงเรียนด้วย หลายพื้นที่ที่อยู่ในพื้นที่สีแดงต้องมี การเรียนการสอนออนไลน์ ทำให้เด็กๆ ที่อยู่ในช่วงวัยประถมจำเป็นจะต้องมีผู้ปกครองคอยดูแลในเรื่องการเรียนของบุตรหลาน ซึ่งก็ไม่ได้ง่ายเลยสำหรับผู้ปกครองจึงต้องหาวิธีรับมือกับเรื่องดังกล่าวอย่างถูกวิธี

การเรียนการสอนออนไลน์ ในยุคโควิด-19

ในยุคโควิด 19 หลายๆ อย่างที่คนเราจะต้องทำการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตแบบ New Normal การทำงานแบบ Work From Home รวมถึง การเรียนการสอนออนไลน์ ด้วย เด็กๆ ไม่สามารถไปเรียนที่โรงเรียนได้ ทำให้บุตรหลานจึงต้องทำการปรับตัว เรียนผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งการเรียนออนไลน์ นี่เองทำให้คุณพ่อจะต้องทำความเข้าใจให้มากๆ ในหลายๆ เรื่อง อย่างเช่น

  • ทำความเข้าใจว่าเด็กไม่ได้มีสมาธิตลอดเวลา คุณพ่อไม่ต้องกดดันลูกในการเรียนแบบออนไลน์มากเกินไป
  • ทำการประสานงานกับสถานศึกษาหรือคุณครูประจำชั้นของลูกในเรื่องการเรียนเช่น ตารางเรียน การบ้าน หรืองานต่างๆ ที่ลูกได้รับมอบหมาย
  • จัดตารางเรียนประจำวันของลูกรวมทั้งวันที่ไม่มีเรียนสม่ำเสมอเพื่อฝึกให้ลูกรู้จักหน้าที่
  • จัดสภาพแวดล้อมที่เรียนให้ลูกให้เหมาะสม เพื่อให้ลูกมีสมาธิกับการเรียน พร้อมเตรียมอุปกรณ์ การเรียนให้พร้อม
  • คอยกำกับดูแลลูกขณะเรียน โดยเฉพาะลูกที่อยู่ในวัยอนุบาลและวัยประถมศึกษา
  • หากิจกรรมที่ลูกชอบเพื่อผ่อนคลายหลังจากที่ลูกเรียนเสร็จ
  • พูดคุยกับลูกเกี่ยวกับความรู้สึกและปัญหาการเรียนทางออนไลน์ รวมถึงควรชื่นชมลูกที่มีความตั้งใจในการเรียน และสามารถทำงานที่ได้รับมอบหมายสำเร็จ

วิธีรับมือการเรียนของลูกวัยประถม

เมื่อลูกๆ ไม่สามารถไปเรียนที่โรงเรียนได้จึงต้องเปลี่ยนการเรียนมาเป็นแบบออนไลน์แทน เรื่องที่ดูจะง่ายแต่ก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะคุณพ่อจะต้องแบ่งเวลาทำงานมาดูแลการเรียนของลูกด้วย แถมลูกเองก็ไม่มีทีท่าจะยอมเรียนง่ายๆ เสียด้วยเจอแบบนี้คุณพ่อก็ต้องมีเหนื่อยใจบ้าง วันนี้เราจึงมีวิธีง่ายๆ รับมือ การเรียนการสอนออนไลน์ ของลูกวัยประถมมาฝาก คุณพ่อจะต้องทำอย่างไรบ้างนั้นมาดูกันเลยดีกว่า

1.สร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการเรียน

การเรียนออนไลน์ ที่บ้านปัญหาหนึ่งที่พบเจอบ่อยๆ นั่นก็คือเรื่องของสภาพแวดล้อมไม่เอื้ออำนวยเหมือนในโรงเรียน แต่ละบ้านก็มีที่อยู่อาศัยที่แตกต่างกัน บางคนอยู่คอนโด อยู่บ้านเดี่ยว หรือบางบ้านก็มีผู้พักอาศัยอยู่ด้วยกันหลายคน ซึ่งการสร้างสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมสำหรับการเรียนให้เด็กนั้นจะส่งผลต่อสมาธิจดจ่อในการเรียนของลูกมากขึ้นจะทำให้ลูกจดจ่อกับการเรียน ไม่โดนรบกวนระหว่างการเรียน โดยสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการเรียนของเด็กๆ สามารถทำดังนี้

  • ไม่ว่าที่อยู่อาศัยจะมีข้อจำกัดมากน้อยเพียงใด ควรแบ่งพื้นที่ให้เป็นสัดส่วนให้เด็กๆ สามารถเรียนหนังสือได้ ควรเลือกพื้นที่ที่มีความสงบเงียบให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ หากที่บ้านมีคนอาศัยอยู่หลายคนควรแจ้งคนอื่นให้ทราบเพื่อหลีกเลี่ยงการรบกวนระหว่างที่เด็กๆ เรียน
  • พื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับ การเรียนการสอนออนไลน์ ของลูกควรเป็นพื้นที่ส่วนในของบ้านที่เด็กๆ รู้สึกปลอดภัยไม่อึดอัด ไม่ว่าจะเป็นห้องส่วนตัว ห้องนั่งเล่น หรือถ้าเป็นผู้อยู่อาศัยในคอนโดที่มีพื้นที่จำกัด อาจจะเลือกมุมสำหรับเด็ก ทำให้ลูกได้รู้ว่าพื้นที่ตรงนี้คือพื้นที่สำหรับเรียนของลูก
  • สำหรับเด็กเล็กที่เรียนในชั้นประถม คุณพ่อคุณแม่จะต้องคอยช่วยเหลือเด็กๆ ขณะที่เรียนด้วยเช่นคอยหาอุปกรณ์การเรียน การซัพพอร์ตเรื่องอุปกรณ์อื่นๆ รวมถึงคอยชี้แนะให้ลูกๆ ระหว่างการเรียนออนไลน์ เพื่อให้ลูกได้เข้าใจในการเรียนมากขึ้น

2.แบ่งเวลาเรียน และเวลาพักให้ลูก

เด็กๆ ก็ไม่ต่างจากผู้ใหญ่ทั่วไป ที่ต้องการเวลาพักผ่อนบ้างเมื่อเวลาเรียน คุณพ่อควรแบ่งเวลาให้เหมือนเวลาเรียนที่โรงเรียน แบ่งเวลาที่ลูกต้องเรียน และเวลาพักให้เป็นสัดส่วน เพื่อให้ลูกๆ ไม่รู้สึกเหนื่อยเครียดและหรือกดดันมากเกินไป ทำให้ลูกรู้สึกสนุกกับการเรียน

3.ตรวจสอบอุปกรณ์การเรียนให้พร้อม

การเรียนการสอนออนไลน์ แน่นอนว่าจะต้องมีอุปกรณ์ที่สามารถรองรับระบบอินเตอร์เน็ต คุณพ่อควรตรวจสอบและเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ แทบเล็ต และสมาร์ทโฟน และในการเข้าเรียนควรตรวจสอบอุปกรณ์ให้พร้อมให้สามารถใช้งานได้อย่างไม่ขัดข้อง ควรชาร์จอุปกรณ์เรียบร้อยก่อนการเข้าเรียน

Sponsored

4.กำหนดเวลาใช้งานหน้าจอ

ถึงแม้ว่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จะสำคัญมากใน การเรียนการสอนออนไลน์ จากที่บ้าน แต่ก็ไม่ใช่วิธีเดียวที่สามารถเรียนรู้สำหรับเด็กๆ การให้ลูกอยู่ในหน้าจอมากเกินไปอาจจะนำพาผลเสียมาให้มากกว่าผลดี เพราะฉะนั้นคุณพ่อควรกำหนดชั่วโมงในการใช้หน้าจอ เพื่อที่ลูกๆ จะได้ไม่ติดหน้าจอมากเกินไป

5.พูดคุยกันให้มากขึ้น

เนื่องจากลูกๆ ไม่ได้เจอเพื่อนๆ เหมือนกับตอนที่ไปเรียนที่โรงเรียนไม่ได้เล่นหรือพูดคุยกับเพื่อนๆ เลยลูกอาจจะรู้สึกโดดเดี่ยวหรือเหงาบ้าง คุณพ่อและคนในครอบครัวควรชวนลูกพูดคุยให้มากขึ้น เพื่อให้ลูกรู้สึกไม่โดดเดี่ยว การพูดคุยในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมต่างๆ จะช่วยให้ลูกมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างดีมากขึ้น

การเรียนการสอนออนไลน์ เป็นสิ่งที่ผู้ปกครองยุคใหม่จะต้องพบเจอกันแทบจะทุกบ้าน เพราะในช่วงที่โรคระบาดโควิด 19 ยังคงระบาดอยู่นี้ก็คงจะต้องเรียนแบบนี้ต่อไป จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้นปลอดภัยสำหรับเด็กๆ ถึงจะสามารถกลับไปเรียนที่โรงเรียนได้ เพราฉะนั้นในช่วงนี้คุณพ่ออย่างเราก็ต้องรับมือในการสอนออนไลน์ให้ลูกๆ ไปก่อน

ติดตาม Papa Expert ได้ที่
Website - papaexpert.com
Blockdit - blockdit.com/papaexpert
Facebook - facebook.com/daipa.papa
Instagram - instagram.com/daipa_papa/