วัคซีนเด็กขวบปีแรก คุณพ่ออย่าลืมพาลูกไปฉีดให้ครบ

13 views

1 min read

วัยเด็กเป็นวัยที่มีภูมิคุ้มกันที่ต่ำ เสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคต่างๆ ได้ง่าย เด็กทารกจึงต้องมีการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันโรค เพราะวัคซีนจะทำหน้าที่สร้างภูมิคุ้มกันต่อโรค  เด็กทุกคนควรได้รับการฉีดวัคซีนตั้งแต่แรกเกิด เพื่อลดโอกาสที่จะติดเชื้อนี้ จึงมีการผลิตวัคซีนป้องกันโรคต่างๆ ให้ฉีดตั้งแต่วัยเด็กเพื่อสร้างภูมิ คุณพ่อจึงต้องให้ความสำคัญพาลูกน้อยไปฉีด วัคซีนเด็ก ให้ครบ ตามที่หมอแนะนำด้วย

วัคซีนเด็ก สำคัญอย่างไร

วัคซีนถือเป็นสิ่งสำคัญมากๆ สำหรับเด็ก ควรมีการฉีดวัคซีนตั้งแต่แรกเกิด เพราะเด็กแรกเกิดนั้นมักจะมีภูมิคุ้มกันเกิดจากนมแม่เพียงอย่างเดียว ซึ่งอาจไม่เพียงพอที่จะต่อต้านเชื้อโรคร้ายต่างๆ ได้ จึงต้องมีการฉีดวัคซีน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันมาต่อสู้กับโรคเหล่านั้น โดยเมื่อร่างกายเด็กได้รับ วัคซีนเด็ก เข้าไป ก็จะคิดว่าเป็นเชื้อโรคนั้นๆ จึงสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมา หรือที่เรียกกันว่า (Antibodies ) เมื่อมีภูมิคุ้มกันโรคแล้ว ร่างกายของเด็กก็จะสามารถต้านทานต่อโรคนั้นได้ หรือลดความรุนแรงลงมานั่นเอง

เด็กแรกเกิด - 1 ปี ต้องฉีดวัคซีนอะไรบ้าง

ร่างกายของเด็กยังไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันเองได้ เสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคต่างๆ ได้ง่าย คุณพ่อจึงต้องพาลูกไปฉีดวัคซีนให้ครบตามที่หมอได้นัดไว้ ซึ่ง วัคซีนเด็ก ที่ลูกน้อยจะต้องฉีดนั้นมีด้วยกันดังนี้

1.วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ใช้ป้องกันโรคติดต่อทางเดินหายใจที่เกิดจากไข้หวัดใหญ่ ซึ่งเด็กจะมีไข้ เจ็บคอ ปวดหัวรุนแรงและอ่อนเพลีย วัคซีนนี้ลูกน้อยจะได้รับเมื่อตอนอายุ 6 เดือน นอกจากนี้วัคซีนไข้หวัดใหญ่จะมีภูมิต้านทานได้เพียง 1 ปี คุณพ่อจะต้องพาน้องมา ฉีดวัคซีน อีกครั้งเมื่อน้องอายุครบ 18 เดือน

2.วัคซีนป้องกันหัด-หัดเยอรมัน-คางทูม

  • โรคหัดเกิดจากเชื้อไวรัส Measles virus เด็กจะมีไข้ ตาแดง ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนได้ง่าย เช่น ปอดอักเสบ หูอักเสบ สมองอักเสบ ท้องเดิน และยังสามารถแพร่เชื้อสู่คนอื่นได้ ด้วยละอองฝอยจากการไอจาม
  • โรคหัดเยอรมัน Rubella virus เด็กที่ติดเชื้อจะมีอาการปวดหัว มีไข้ ครั่นเนื้อครั่นตัว ต่อมน้ำเหลืองบริเวณใบหูและลำคอ ตามมาด้วยอาการผื่นลามตั้งแต่แขนขาถึงใบหน้า และจะค่อยๆ หายไป หัดเยอรมันจะรุนแรงมากขึ้นเมื่อสตรีมีครรภ์ติด เพราะอาจทำให้ลูกในครรภ์พิการได้
  • โรคคางทูม เกิดจากไวรัส Mumps เข้าไปทำให้ต่อมน้ำลายอักเสบ บางรายอาจะทำให้เยื่อสมองอักเสบได้ แม้ว่าโรคนี้จะไม่อันตรายถึงเสียชีวิต แต่ก็นำไปสู่อาการแทรกซ้อนหลายอย่างได้ เช่น รังไข่อักเสบ อัณฑะอักเสบ ข้ออักเสบ ระบบประสาท และกล้ามเนื้อสมองอักเสบ

โรคทั้งสามอย่างนี้สามารถป้องกันได้ด้วยการ ฉีดวัคซีน คุณพ่อควรพาน้องไปฉีดเมื่ออายุครบ 9 – 12 เดือน และจะฉีดอีกครั้งเมื่ออายุครบ 2 ขวบครึ่ง

3.วัคซีนป้องกันไข้สมองอักเสบ

วัคซีนป้องกันไข้สมองอักเสบ ใช้ป้องกันเชื้อ Japanese B encephalitis virus: JEV ซึ่งเป็นสาเหตุของไข้สมองอักเสบในประเทศไทย เด็กที่ติดเชื้อจะมีอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง ไข้ ชัก และอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้ คุณพ่อควรพาลูกน้อยไปฉีดเข็มแรกเมื่ออายุ 9 – 18 เดือน

4.วัคซีนอีสุกอีใส

วัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใส ใช้ป้องกันโรคติดเชื้อไวรัส Varicella zoster: VZV ที่สามารถติดต่อกันได้ผ่านระบบทางเดินหายใจ หรือจากการสัมผัสผู้ที่มีเชื้อนี้โดยตรง เด็กที่ติดเชื้อนี้จะมีอาการ ปวดหัว ปวดเมื่อยตามลำตัว เกิดตุ่มแดงและตุ่มน้ำใสทั่วตัว หลังจากหายแล้วเชื้อไวรัสนี้ก็จะยังแฝงตามร่างกาย หากช่วงใดที่ภูมิคุ้มกันอ่อนแอเชื้อนี้ก็จะออกมาทำให้เป็นโรคงูสวัดได้ คุณพ่อควรพาลูกน้อยไปฉีดวัคซีนเด็ก เมื่ออายุครบ 1 ขวบ

5.วัคซีนโรต้า

วัคซีนโรต้า ใช้ป้องกันโรคท้องร่วงที่เกิดจากไวรัส (Rota virus ) เด็กถ้าติดเชื้อจะมีอาการเยื่อบุลำไส้เล็กบาดเจ็บ และสร้างน้ำย่อยได้น้อยลง การดูดซึมก็น้อยตามด้วย จนเกิดอาการท้องร่วง คุณพ่อควรพาลูกน้อยไปฉีดวัคซีนชนิดนี้เมื่ออายุครบ 8 เดือน

Sponsored

6.วัคซีนบีจีซี

วัคซีน บีซีจี (Bacillus Chalmette Guerin BCG) เป็นวัคซีนช่วยป้องกันวัณโรค ซึ่งเป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ไมโคแบคทีเรีย ทูเบอร์คูโลซิส เด็กที่ได้รับเชื้อนี้จะส่งผลกระทบรุนแรงต่อปอด นอกจากนี้ยังแพร่กระจายไปส่วนอื่นๆ ของร่างกายได้ เช่น สมอง และกระดูกสันหลัง ลูกน้อยจะได้รับวัคซีนนี้ตั้งแต่แรกเกิด เพียง 1 เข็มและไม่ต้องฉีดซ้ำตลอดชีวิต

7.วัคซีนตับอักเสบบี

วัคซีนตับอักเสบบี (Hepatitis B vaccine: HBV) ช่วยป้องกันโรคตับอักเสบที่เกิดจากไวรัส Hepatitis B เด็กที่ได้รับเชื้อเข้าไปจะมีอาการเพียงเล็กน้อย หรือเฉียบพลันเลยก็ได้ และมีโอกาสที่จะกลายเป็นปัญหาสุขภาพเรื้อรังได้ เด็กควรได้รับวัคซีนเพื่อป้องกันไวรัสตับอักเสบบีตั้งแต่แรกเกิด เข็มที่ 2 อายุ 1 เดือน เข็มที่ 3 ตอนอายุครบ 6 เดือน

8.วัคซีนคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน

  • โรคคอตีบ เป็นโรคที่ทำให้เกิดเนื้อตายในลำคอ หลอดลมตีบลง ทำให้การหายใจลำบาก อาจทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนได้ เช่น ปอดอักเสบ ไตทำงานผิดปกติ
  • โรคบาดทะยัก เกิดจากเชื้อบาดทะยัก ทำให้กล้ามเนื้อกระตุก เกร็ง หายใจลำบาก และอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้
  • โรคไอกรน เกิดจากเชื้อแบคทีเรียบอร์เดเทลลา เพอร์ทัสซิส ทำให้เกิดอาการไออย่างรุนแรง หลายสัปดาห์ อาการจะรุนแรงมากถ้าเกิดขึ้นกับเด็ก อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น ปอดแฟบ ปอดอักเสบ

โรคทั้งสามอย่างนี้สามารถป้องกันได้จากวัคซีนรวม โดยจะฉีดเข็ม 1 - 2 - 3 เมื่ออายุครบ 2,4,6 เดือน

9.วัคซีนโปลิโอ

วัคซีนโปลิโอ เป็นโรคที่เกิดจากไวรัสโปลิโอ Polio virus สามารถแพร่กระจายจากคนสู่คนได้ เมื่อติดเชื้อแล้วจะส่งผลให้สมอง และไขสันหลังทำให้เกิดเป็นอัมพาตได้ ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษา แต่สามารถป้องกันด้วยวัคซีน โดยวัคซีน มีทั้งหยอด และฉีด สามารถใช้แทนกันได้ตามความเห็นของแพทย์ คุณพ่อควรพาลูกน้อยไปฉีด วัคซีนเด็ก ครั้งแรกเมื่อ 2 เดือน ครั้งที่ 2 เมื่ออายุครบ 4 เดือน ครั้งที่ 3 ตอนอายุครบ 6 – 18 เดือน และครั้งสุดท้ายเมื่ออายุครบ 4 – 6 ขวบ

การดูแลลูกหลังฉีดวัคซีน

หลังคุณพ่อพาลูกน้อยไปฉีดวัคซีนแน่นอนว่าสิ่งที่จะตามมาก็คืออาการป่วยหลังจากได้รับ วัคซีนเด็ก นั่นเอง คุณพ่อควรเตรียมรับมือให้พร้อม ซึ่งหลังฉีดวัคซีนลูกน้อยจะมีอาการดังนี้

  • ร้องไห้งอแง มีไข้ร่วมด้วย คุณพ่อจะต้องคอยดูแลอย่างดีคอยเช็ดตัวลดไข้ให้ หรือให้ยาลดไข้ เบี่ยงเบนความสนใจโดยการพาไปเดินเล่น สร้างบรรยากาศที่ดี
  • ผื่นขึ้น ถ้ามีผื่นขึ้นคุณพ่อไม่ต้องตกใจ เพราะจะหายไปเองเมื่อ 2 – 3 วันผ่านไป คุณพ่อควรใส่เสื้อผ้าที่สบายๆ ให้ลูกเพื่อให้สบายตัวขึ้น
  • เป็นไตหรือแผล คุณพ่อควรสังเกตจากแขนลูกน้อยข้างที่ ฉีดวัคซีน ถ้ายกแขนไม่ขึ้นมีอาการติดเชื้อ จนเป็นตุ่มหนอง ควรพาลูกน้อยไปพบแพทย์

วัคซีนมีความสำคัญมากสำหรับลูกน้อย เพราะเด็กแรกเกิดยังมีภูมิคุ้มกันต่อโรคน้อย คุณพ่ออย่าลืมพาลูกน้อยไปฉีด วัคซีนเด็ก ให้ครบตามที่หมอนัด ลูกน้อยจะได้เติบโตมาโดยไร้โรคภัยและแข็งแรงสมวัยนั่นเอง

ติดตาม Papa Expert ได้ที่
Website - papaexpert.com
Blockdit - blockdit.com/papaexpert
Facebook - facebook.com/daipa.papa
Instagram - instagram.com/daipa_papa/