การทำใบขับขี่รถยนต์ครั้งแรก ทำอย่างไร? และเรื่องที่คุณต้องรู้

2 views

1 min read

สำหรับใครหลายๆ คนที่ยังไม่เคยทำใบขับขี่ และไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหนหรือติดต่อใครดี ต้องมาดูรายละเอียดเหล่านี้กันเลย ซึ่งการทำใบขับขี่นั้นอาจจะมีความยุ่งยากนิดหน่อยสำหรับมือใหม่ เพราะจะต้องฝึกทักษะต่างๆ ที่ทางกรมขนส่งจะทดสอบเรา ซึ่งในแต่ละการทดสอบนั้นก็ไม่ได้มีความยุ่งยากอะไรมากมายหรอก ขอเพียงแค่เราทำการบ้านมาอย่างดีก็จะสามารถผ่านการทดสอบได้อย่างแน่นอน

วิธีการทำใบขับขี่ครั้งแรก

ก่อนอื่นคนที่ต้องการจะไปทำใบขับขี่รถยนต์จะต้องมีอายุครบ 18 ปี บริบูรณ์ และก็ต้องรู้ก่อนว่าการสอบใบขับขี่นั้นมีทั้งข้อสอบแบบทฤษฎี และข้อปฏิบัติ ซึ่งต่อให้เราเก่งในทางปฏิบัติแค่ไหน แต่ถ้าเราไม่สามารถผ่านข้อสอบแบบทฤษฎีไปได้ ก็ยากที่จะผ่านการทดสอบ โดยมีหลายๆ คนเลยที่ต้องไปสอบใบขับขี่แบบครั้งแล้วครั้งเล่ากว่าจะผ่านการทดสอบนั่นมา ซึ่งการทำใบขับขี่ครั้งแรกก็จะต้องเตรียมตัวดังนี้

  1. ก่อนเข้าสอบใบขับขี่จะต้องจองคิวก่อน ซึ่งสามารถจองคิวได้ผ่านช่องทางออนไลน์ หรือจะเดินทางไปจองคิวสอบที่ กรมขนส่งทางบกเลยก็ได้
  2. ในวันสอบใบขับขี่ ควรเดินทางไปขนส่งก่อนเวลา เนื่องจากจะต้องมีการยื่นเอกสารในช่วง 8.00
  3. เมื่อยื่นเอกสารจะถูกส่งไปที่ห้องทดสอบสมรรถภาพทางร่างกาย ซึ่งจะมีทั้งหมด 4 แบบทดสอบดังนี้
  • การทดสอบสายตาบอดสี
  • การทดสอบสายตาทางลึก
  • การทดสอบสายตาทางกว้าง
  • การทดสอบปฏิกิริยาทางเท้า

4.   ตามกฎหมายข้อบังคับผู้ที่จะทำใบขับขี่จะต้องเข้าอบรมอย่างน้อย        5 ชั่วโมง ซึ่งการอบรมจะแบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงเช้าเริ่ม                9.30      – 12.00 น.และช่วงบ่าย 13.00 – 15.30 น.

5.  ในการสอบภาคทฤษฎีผู้ที่เข้าสอบจะต้องทำทั้งหมด 50 ข้อ                   โดยจะต้องทำให้ถูกอย่างน้อย 45 ข้อขึ้นไปถึงจะผ่าน

6.   ในการสอบภาคปฏิบัติรถยนต์จะมี 3 ท่าดังนี้

  • การขับรถเดินหน้าและเทียบทางฟุตบาท
  • การขับรถเดินหน้าและถอยหลังในทางตรง
  • การขับรถโดยการถอยหลังเข้าจอดในช่องว่างด้านซ้าย

7.   ทําใบขับขี่ใหม่ออนไลน์ 2564 เมื่อสอบผ่านแล้ว ทางกรมขนส่ง.         จะออกใบขับขี่แบบชั่วคราวที่มีอายุการใช้งานได้ 2 ปี และเมื่อ.            ครบกำหนด 1ปี สามารถนำมาเปลี่ยนเป็น 5 ปีได้

     เอกสารที่ต้องใช้ มีอะไรบ้าง

สำหรับเอกสารการทำใบขับขี่ ที่จะต้องเตรียมก็มีดังนี้

  • เอกสารใบจองอบรม
  • บัตรประชาชนตัวจริง
  • ใบรับรองแพทย์ ฉบับจริง ซึ่งมีอายุไม่เกิน 1 เดือน
  • สำเนาทะเบียนบ้าน และพกตัวจริงมาด้วย

เรื่องต้องรู้กับการทำใบขับขี่

ใบขับขี่มีความสำคัญมากสำหรับคนที่ใช้รถใช้ถนน เพราะถ้าลืมพกไปแล้ว ก็จะโดนปรับได้ในข้อหาไม่ยอมพกพาใบขับขี่ และนี่คือเรื่องที่จะต้องรู้เกี่ยวกับใบขับขี่

1. ถ้าใบขับขี่หายไม่ต้องไปแจ้งความ

หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าถ้าทำใบขับขี่หาย หรือว่าชำรุด ไม่ต้องไปแจ้งความที่สถานีตำรวจก็ได้ เพียงแค่นำบัตรประชาชนตัวจริงพร้อมสำเนา ไปขอการทำใบขับขี่ฉบับใหม่ได้เลยที่กรมขนส่ง และไม่ต้องเสียเวลาทดสอบใหม่ ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ แต่เพื่อความสบายใจเราก็สามารถไปแจ้งความไว้ได้เช่นกัน เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อื่นนำเอกสารของเราแอบอ้าง ในทางที่จะทำให้ตัวเราเสียหายได้

2. สามารถจองคิวผ่านช่องทางออนไลน์ได้

ในปัจจุบันสำหรับผู้จะทําใบขับขี่ใหม่ออนไลน์ 2564 สามารถจองคิวได้เลยผ่านช่องทางออนไลน์ ที่ ebooking.dlt.go.th เพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย ไม่จำเป็นจะต้องเดินทางไปจองคิวถึงกรมขนส่งทางบก ซึ่งผู้ที่จองคิวล่วงหน้าไว้ เมื่อถึงวันนัดหมายเพียงแค่นำหลักฐานการจองคิว มาแสดงกับทางเจ้าหน้าที่ได้เลย แต่ถ้าไม่สะดวกกับช่องทางนี้ก็สามารถเดินทางไปจองคิวได้ที่กรมขนส่งทางบก

Sponsored

3. สอบใบขับขี่ไม่ได้จบในวันเดียว

หลายคนคงยังไม่รู้ว่าในปัจจุบันนี้การทำใบขับขี่ไม่สามารถทำให้เสร็จได้ภายในหนึ่งวันเหมือนเมื่อก่อนแล้ว เพราะทางกรมขนส่งทางบกได้กำหนดการสอบใบขับขี่แบ่งออกเป็น 2 วันดังนี้

  • วันที่ 1 จะมีการทดสองสมรรถภาพทางร่ายกาย และ ไปอบรมอีก 5ซม สุดท้ายก็สอบภาคทฤษฎีจำนวน 50 ข้อ
  • วันที่ 2 จะมีการสอบภาคปฏิบัติ ขับรถยนต์ ถ้าผ่านก็จะส่งไปทำใบขับขี่และรอรับใบขับขี่ได้

ซึ่งการจองคิวในครั้งแรกจะเป็นการจองคิวเพื่อทดสอบของวันที่ 1 เท่านั้น เพราะหลังจากที่ทดสอบผ่านวันที่ 1 แล้ว ถึงจะสามารถจองคิวเพื่อทดสอบวันที่ 2 ได้

4. ใบรับรองแพทย์มีอายุ 30 วันเท่านั้น

หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าใบรับรองแพทย์ที่เราต้องใช้เป็นหลักฐานประกอบการทำใบขับขี่นั้น จะต้องมีอายุไม่เกิน 30 วัน หมายความว่า เอกสารที่ออกให้ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันที่เราไปสมัครนั้น ไม่เกิน 30 วัน ซึ่งหลายคนมักจะเข้าใจผิดว่าต้องมีอายุไม่เกิน 1 เดือนซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะกรมขนส่งทางบกจะยึดตามจำนวนวันเป็นสำคัญ ยกตัวอย่างเช่น ได้คิวทดสอบวันที่ 31 มกราคม ผู้สมัครจะต้องยื่นใบรับรองแพทย์ ที่ออกให้ตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม เป็นต้นไป

5. สามารถต่อใบขับขี่ล่วงหน้าได้ 60 วัน

สำหรับคนที่มีใบขับขี่ก็ควรตรวจสอบใบขับขี่ของตัวเองอย่างสม่ำเสมอ เพราะถ้าใกล้หมดอายุแล้ว ก็ควรวางแผนหาวันไปต่อตามที่ตัวเองสะดวก เพราะใบขับขี่นั้น สามารถต่อล่วงหน้าได้ไม่เกิน 60 วัน ซึ่งนับ 60 วันจนถึงวันหมดอายุของบัตรเรานั่นเอง แต่ถ้ายังไม่สะดวกและปล่อยให้ใบขับขี่หมดอายุไป  ก็ยังสามารถต่ออายุหลังจากนั้นได้ กำหนดภายใน 1 ปี แต่ถ้าหลัง 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี การทำใบขับขี่จะต้องสอบข้อเขียนใหม่ และถ้าเลยกำหนด 3 ปี จะต้องสอบใหม่ทั้งหมด

6. สามารถทดสอบได้ภายใน 90 วัน

ในกรณีที่ผู้ขอทำใบขับขี่ทดสอบข้อเขียนผ่านแล้ว แต่ไม่สามารถทดสอบภาคปฏิบัติผ่าน ท่านสามารถนัดหมายเพื่อทดสอบแก้ตัวใหม่ได้ ภายในกำหนด 90 วันโดยที่ไม่ต้องทดสอบข้อเขียนใหม่อีกครั้ง แต่ถ้าเลย 90 วันแล้ว จะต้องกลับไปจองคิวเพื่อขอทดสอบใหม่ทั้งหมด

และนี่คือขั้นตอนทั้งหมดสำหรับการทำใบขับขี่ที่ได้นำมาฝากกัน ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้สมัครแล้วว่าจะสามารถทำได้หรือไม่ เพราะขับรถเก่งอย่างเดียวไม่พอ จะต้องรู้กฎจารจรอีกด้วย จะได้ใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัยนั่นเอง


ติดตาม Papa Expert ได้ที่
Website - papaexpert.com
Blockdit - blockdit.com/papaexpert
Facebook - facebook.com/daipa.papa
Instagram - instagram.com/daipa_papa/