วางแผนทางการเงินอย่างไรดี เมื่อลูกน้อยกำลังจะเข้าโรงเรียน

15 views

1 min read

เรื่องอนาคตของลูกน้อยเป็นสิ่งสำคัญอย่างที่สุด คุณพ่อที่ทำงานหาเงินจำเป็นต้องวางแผนทางการเงินเพื่อสร้างความราบรื่น ไม่เกิดปัญหาระหว่างทาง แต่ถึงกระนั้นเรื่องการวางแผนนี้เป็นที่สงสัยว่าควรทำอย่างไรดี เมื่อลูกน้อยกำลังจะเข้าโรงเรียน ซึ่งเรื่องนี้จริง ๆ แล้วไม่ใช่ปัญหาใหญ่โตอะไร ขอแค่ทำความเข้าใจและปฏิบัติตามจะช่วยได้

ลูก 1 คนวางแผนทางการเงินเรื่องอะไรบ้าง?

ก่อนที่เราจะไปศึกษาเรื่องการวางแผนการเงิน ขออธิบายให้เข้าใจตามช่วงวัยของลูก 1 คน สักเล็กน้อย ว่าต้องเตรียมตัวเจอกับค่าใช้จ่ายเท่าไรบ้าง โดยจะขอพูดถึงช่วงวัยเรียนเลย (ค่าใช้จ่ายเป็นแบบคร่าว ๆ หมายรวมถึงค่าเทอม ค่าข้าว ค่าขนม ฯลฯ) นั่นคือ

  • ช่วงวัยอนุบาล อายุ 4 – 7 ปี : เป็นวัยพื้นฐานและช่วยเสริมทักษะการเรียนรู้เรื่องต่าง ๆ การเลือกโรงเรียนสำหรับวัยนี้ถือว่าสำคัญเพราะจะนำไปสู่พื้นฐานที่ดี อนาคตสดใส ค่าใช้จ่ายหลัก ๆ จะไปตกที่ค่าเทอม โดยรวมประมาณ 20,000 – 80,000 บาท คุณพ่อต้องเริ่มวางแผนทางการเงินไว้เลย
  • ช่วงวัยประถม อายุ 7 – 12 ปี : เป็นช่วงที่ต่อจากวัยอนุบาล แน่นอนว่ามีตัวเลือกทั้งโรงเรียนอันเตอร์ โรงเรียนเอกชนหรือโรงเรียนรัฐบาล ค่าใช้จ่ายก็จะแตกต่างกัน บางคนอาจต้องเสริมทักษะด้านต่าง ๆ เรียนพิเศษ เรียนกีฬา เรียนดนตรี ฯลฯ โดยรวมประมาณ 20,000 – 150,000 บาท
  • ช่วงวัยมัธยม อายุ 12 – 18 ปี : โดยทั่วไปแล้ววัยมัธยมแบบนี้จะไม่แตกต่างจากวัยประถมเท่าไรนัก เพราะทางเลือกจะคล้ายกัน แต่หากบางคนต้องไปเรียนต่อต่างประเทศก็อาจจะต้องเตรียมเงินเยอะขึ้นมาก หรือบางคนไปเรียนสายอาชีวะ แต่ใด ๆ แล้วการเรียนพิเศษก็ยังคงจำเป็นเพื่อการแข่งขันศึกษาต่อในรั้วมหาวิทยาลัย โดยรวมแล้วอยู่ที่ 50,000 – 300,000 บาท
  • ช่วงวัยมหาวิทยาลัย อายุ 18 – 24 ปี : เรียกได้ว่าเป็นวัยสิ้นสุดการเล่าเรียน คุณพ่อยิ่งต้องวางแผนทางการเงิน โดยมหาวิทยาลัยมีทั้งรัฐบาลและเอกชน ซึ่งมหาวิทยาลัยรัฐบาลก็สามารถมีค่าเทอมเท่าเอกชนได้หากอยู่ในหลักสูตรอินเตอร์ ซึ่งแต่ละคณะ แต่ละมหาวิทยาลัยจะมีค่าเทอม และค่าจิปาถะต่าง ๆ แตกต่างกันออกไป บางคนไม่ได้อยู่บ้านก็ต้องมีค่าหอพักด้วยทำให้ค่าใช้จ่ายช่วงวัยเรียนนี้ค่อนข้างดีดตัวสูง โดยประมาณแล้วอยู่ที่ 70,000 – 500,000 บาท

ขั้นตอนวางแผนเรื่องการเงิน เมื่อลูกน้อยจะเข้าโรงเรียน

เมื่อเรารู้แล้วว่าแต่ละช่วงวัยในการศึกษาเล่าเรียนจะต้องเจอกับค่าใช้จ่ายใดบ้าง ถึงเวลาศึกษาขั้นตอนวางแผนทางการเงิน เมื่อลูกน้อยจะเข้าโรงเรียนกันแล้ว โดยมีขั้นตอน ได้แก่

1. กำหนดเป้าหมายการใช้เงิน

เราต้องกำหนดเป้าหมายก่อนเลยว่าจะให้ลูกเข้าโรงเรียนแบบไหน เพื่อปูทางการศึกษาในอนาคต โดยการเลือกโรงเรียนควรเลือกจากปัจจัยต่าง ๆ สอดคล้องกัน ทั้งสถานที่เรียน โปรแกรมการเรียน ประเภทโรงเรียน รัฐบาล เอกชน หรืออินเตอร์ อยากให้ลูกเก่งภาษา หรือต่อต่างประเทศได้ก็อาจจะต้องเรียนอินเตอร์ เป็นต้น พูดง่าย ๆ ว่าเริ่มต้นกำหนดการศึกษาไว้ก่อน

2. เริ่มวางแผนการออมได้

เมื่อเราเลือกโรงเรียนให้ลูกตอบโจทย์ความต้องการในอนาคตแล้ว ถึงเวลาวางแผนการเงินแบบคร่าว ๆ กับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายแน่นอน ได้แก่ ค่าเล่าเรียนแต่ละปี ค่าชุดนักเรียน ค่าหนังสือ ค่าขนม ค่าเดินทางต่าง ๆ อย่าลืมเรื่องค่าทำกิจกรรม หรือเสริมทักษะเรียนพิเศษใด ๆ ด้วย วางแผนดูว่าต้องมีงบประมาณเท่าไหร่ในแต่ละปีบ้าง

3. ออมเงินเผื่อไว้ใช้จ่ายในอนาคต

แม้จะมีเงินเก็บพอค่าเล่าเรียน แต่คุณพ่ออย่าลืมว่าอนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอนอาจเกิดเหตุจำเป็นต้องใช้เงินขึ้นได้ และหากต้องนำเงินค่าเล่าเรียนมาใช้คงมีผลกระทบต่อค่าเทอม หรือค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ก็เป็นได้ ดังนั้นควรมีค่าใช้จ่ายสำรองออมไว้ด้วย อย่าง เปิดบัญชีแยกค่าใช้จ่ายเพื่อสร้างสภาพคล่องทางการเงินสำรองไว้ ทั้งนี้ต้องมีวินัยการออมด้วย

Sponsored

4. ตรวจสอบแผนและปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์

หลังจากที่ได้วางแผนทางการเงินแล้ว ก็ควรปฏิบัติตามแผนได้อย่างมีวินัย พร้อมมีการตรวจสอบแผน และปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์นั้น ๆ ได้เป็นอย่างดีมีประสิทธิภาพเพราะอย่างที่บอกไม่มีใครล่วงรู้อนาคตได้ ทั้งการตรวจสอบการเงินยังช่วยกระตุ้นให้เรามีสติและทำตามไปได้ตลอด และสร้างความมั่นคงทางการเงินให้ตัวเองได้ดี

5. สอนให้ลูกรู้จักคุณค่าของเงิน

สุดท้ายคือการสอนให้ลูกรู้จักคุณค่าของเงิน และใช้จ่ายได้อย่างคุ้มค่าประหยัด โดยคุณพ่อต้องปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว โดยอาจจะให้ลูกใช้จ่ายด้วยเงินค่าขนมเองเป็นรายเดือน ให้จัดการวางแผนการเงินของตนเองใช้จ่าย หรือให้ลูกรู้ว่าการทำงานเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้เรามีเงินมาใช้จ่าย เมื่อลูกรู้ว่าต้องเหนื่อยจนได้เงินความอยากใช้เงินอาจลดลงได้ กลายเป็นอยากเก็บเงินมากกว่า

อย่างไรก็ตาม จริง ๆ แล้วก่อนที่จะมีลูก ทั้งคุณพ่อคุณแม่ควรมีการวางแผนทางการเงินไว้เนิ่น ๆ เลย หรืออาจออมเงินเพิ่มเติมในช่วงที่กำลังตั้งครรภ์อยู่ก็ได้ เพราะหากมีลูกแล้วการเก็บออม วางแผนทางด้านการเงินจะยุ่งยากมากขึ้น มีค่าใช้จ่ายด้านต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น จุดนี้จึงค่อนข้างสำคัญไม่แพ้กัน

เรื่องการศึกษาถือเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิต เพราะจะมีความรู้ความสามารถได้ทุกคนต้องเรียนรู้ฝึกฝน แน่นอนว่าย่อมต้องมีค่าใช้จ่ายแลกมา หวังว่าคำแนะนำขั้นตอนวางแผนทางการเงิน เมื่อลูกน้อยจะเข้าโรงเรียนนี้จะช่วยให้คุณพ่อเข้าใจ จัดการวางแผนเพื่ออนาคตที่สดใสของลูกน้อยได้


ติดตาม Papa Expert ได้ที่
Website - papaexpert.com
Blockdit - blockdit.com/papaexpert
Facebook - facebook.com/daipa.papa
Instagram - instagram.com/daipa_papa/