รู้สักนิด! ใบขับขี่รถยนต์มีกี่ประเภท ต่างกันอย่างไร

14 views

1 min read

ใบอนุญาตขับรถหรือใบขับขี่ เป็นใบสำคัญทางราชการ เพราะถ้าขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาต ก็จะมีความผิดทางกฎหมายได้ ใบขับขี่มีอยู่ 2 ประเภท และหลายชนิด ซึ่งแต่ละชนิดก็จะแตกต่างกัน เพราะไม่สามารถใช้ส่วนบุคคลไปแทนสาธารณะได้ จึงต้องมีการแยกชนิดเพื่อให้เหมาะกับการใช้งานของแต่ละอาชีพ ซึ่งผู้ที่มีสิทธิ์ทำใบขับขี่รถยนต์นั้นจะต้องมีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ ส่วนใบขับขี่จักรยานยนต์นั้น ต้องมีอายุครบ 15 ปีบริบูรณ์ถึงจะสามารถทำได้ เรามาดูกันดีกว่าว่าประเภทของใบขับขี่มีอะไรบ้าง และชนิดของใบขับขี่ใช้แตกต่างกันอย่างไร

ประเภทของ ใบขับขี่รถยนต์

ใบขับขี่รถยนต์ ได้แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ เพื่อให้ใช้ตามความเหมาะสมซึ่งจะมีรายละเอียดดังนี้

1. ใบขับขี่ ประเภท ส่วนบุคคล (บ.)

ใบขับขี่ประเภทส่วนบุคคลนี้ ออกให้เพื่อใช้สำหรับรถในการขนส่งส่วนบุคคล โดยรถจะมีป้ายทะเบียนพื้นสีขาว ส่วนตัวเลขและตัวอักษรจะมีสีดำ

2. ใบขับขี่ ประเภท ทุกประเภท (ท.)

ใบขับขี่ เป็นผู้ขับรถทุกประเภท ใช้สำหรับสาธารณะ โดยจะมีแผ่นป้ายทะเบียนสีเหลือง ซึ่งใบอนุญาตขับรถทุกประเภทนั้น สามารถใช้ทดแทนประเภทส่วนบุคคลได้ และ ใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถสาธารณะตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ได้

ชนิดของใบขับขี่ที่ต้องรู้ มีอะไรบ้าง

นอกจากนี้ใบขับขี่ยังได้แบ่งออกเป็นหลายชนิด เพื่อให้เหมาะแก่การใช้งานของแต่ละบุคคลและอาชีพ ซึ่งจะมีรายละเอียดดังนี้

1. ใบอนุญาตขับรถชนิดชั่วคราว

ใบขับขี่ชนิดชั่วคราวคือ สำหรับบุคลที่ไปทำครั้งแรก ซึ่งจะมีการแยกย่อออกไป 3 ประเภทคือ

  • ใบอนุญาต แบบขับรถยนต์ชั่วคราว จะมีอายุการใช้งาน 2 ปี
  • ใบอนุญาต แบบสามล้อชั่วคราว จะมีอายุการใช้งาน 2 ปี
  • ใบอนุญาต แบบขับจักรยานยนต์ชั่วคราว จะมีอายุการใช้งาน 2 ปี

โดยผู้ขอทำใบขับขี่ดังกล่าวจะต้องมีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ และทุประเภทจะมีค่าธรรมเนียม 100 บาท

ใบขับขี่

2. ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล

สำหรับใบอนุญาตชนิดนี้ เป็นใบขับขี่ที่ทุกคนคุ้นเคยกันดีที่สุด เพราะเป็นใบขับขี่รถยนต์ ส่วนบุคคลนั่นเอง โดยจะได้หลังจากการใช้ใบขับขี่ชั่วคราวมาแล้ว ครบ 1 ปี ( มีอายุการใช้งาน 2 ปี แต่เมื่อครบ 1 ปี สามารถติดต่อขอทำใบขับขี่ส่วนบุคคล 5 ปีได้ ) ซึ่งใบขับขี่ส่วนบุคคลจะมีอายุการใช้งาน 5 ปี

3. ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคล

สำหรับผู้ที่จะเปลี่ยนใบอนุญาตสามล้อจากชนิดชั่วคราว ไปเป็นชนิด 5 ปี หรือต้องการต่ออายุใบอนุญาตสามล้อส่วนบุคคล ซึ่งใบขับขี่รถยนต์สามล้อส่วนบุคคลจะมีอายุ 5 ปี และมีค่าธรรมเนียม 250 บาท

4.ใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ

สำหรับใบอนุญาตสำหรับผู้ที่ต้องการประกอบอาชีพขับรถยนต์ขนส่งสาธารณะ หรือรถแท็กซี่ รถสองแถว โดยได้รับใบขับขี่ชั่วคราวมาแล้ว ครบ 1 ปี หรือว่ามีใบขับขี่ส่วนบุคคลอยู่แล้ว โดยผู้ที่จะขอใบอนุญาตชนิดนี้ จะต้องมีอายุครบ 22 บริบูรณ์ จะมีอายุ 3 ปี และค่าธรรมเนียม 300 บาท

5. ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อสาธารณะ

ใบขับขี่ของผู้ที่ต้องการทำอาชีพขับรถยนต์สามล้อสาธารณะ หรือที่เรียกติดปากกันว่า รถตุ๊กตุ๊ก โดยจะต้องเป็นผู้ที่ได้รับใบขับขี่รถยนต์สามล้อส่วนบุคคลมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปีหรือแบบตลอดชีพ และต้องมีอายุ 22 ปีบริบูรณ์ โดยจะมี อายุ 3 ปี และค่าธรรมเนียม 150 บาท

Sponsored

6. ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล

สำหรับใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล เป็นใบขับขี่อีกหนึ่งชนิดที่น่าจะเป็นที่คุ้นเคยสำหรับหลาย ๆ คน โดยผู้ที่ต้องการเปลี่ยนใบขับขี่รถจักรยานยนต์จากชนิดชั่วคราว ไปเป็นชนิด 5 ปี หรือต้องการต่ออายุใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล จะมีค่าธรรมเนียม 250 บาท

7. ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ

ใบอนุญาต สำหรับผู้ที่ต้องการทำอาชีพขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ หรือวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง  โดยต้องได้รับใบขับขี่รถจักรยานยนต์ชั่วคราวมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือมีใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลอยู่แล้ว และผู้ขอจะต้องมีอายุครบ 20 บริบูรณ์ขึ้นไป จะมีอายุ 3 ปี และค่าธรรมเนียม 150 บาท

8. ใบอนุญาตขับรถบดถนน

สำหรับผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถบดถนน จะต้องผ่านการอบรมตามหลักสูตรดังนี้ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง (กฎหมายว่าด้วยรถยนต์ กฎหมายว่าด้วยทางหลวง และกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก), การขับรถอย่างปลอดภัย และ มารยาทในการขับรถ ต้องมีอายุไม่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป มีอายุ 5 ปี และมีค่าธรรมเนียม 250 บาท

9. ใบอนุญาตขับรถแทรกเตอร์

สำหรับผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถแทรกเตอร์เพื่อใช้งานในเกษตรกรรม ผู้ขอจะต้องมีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ ขึ้นไป ซึ่งใบอนุญาตขับรถแทรกเตอร์จะมีอายุ 5 ปี ค่าธรรมเนียม 250 บาท

10. ใบอนุญาตขับรถชนิดอื่น

ใบอนุญาตชนิดนี้ก็คือใบขับขี่สำหรับผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถชนิดอื่น ๆ นอกจากที่กล่าวมาในข้อ 1 ถึง ข้อ 9 โดยจะมีอายุ 5 ปี ค่าธรรมเนียม 100 บาท

11. ใบอนุญาตขับรถตามความตกลงระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นภาคี หรือ ใบขับขี่สากล

สำหรับผู้ขอรับใบขับขี่รถยนต์ระหว่างประเทศ หรือที่เรียกกันติดปากว่า ใบขับขี่สากล โดยผู้ที่สามารถทำใบขับขี่สากลได้ จะมีอายุเท่าไรก็ได้ แต่ที่สำคัญจะต้องมีใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล ชนิด 5 ปี หรือตลอดชีพแล้ว จึงจะสามารถยื่นขอทำใบขับขี่สากลได้ โดยใบขับขี่สากลจะมีอายุ 1 ปี และมีค่าธรรมเนียม 500 บาท

ใครบ้างที่ต้องทำใบขับขี่รถ

สำหรับบุคคลที่จะใช้รถใช้ถนน อย่างถูกต้องตามกฎหมาย สิ่งหนึ่งที่จะต้องมีคือ ใบขับขี่ หรือใบอนุญาตขับรถ ซึ่งบุคคลที่จะใช้รถใช้ถนนจะต้องทำใบขับขี่ตามที่ต้องใช้ให้ถูกประเภท อย่างเช่น รถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถรับจ้างสาธารณะ อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งผู้ที่จะขอรับใบขับขี่จะต้องมีอายุครบตามเกณฑ์ที่ทางใบขับขี่ประเภทนั้นๆ กำหนดไว้นั่นเอง

ใบอนุญาต หรือ ใบขับขี่เป็นเอกสารอย่างหนึ่งที่สำคัญมาก สำหรับบุคคลที่ใช้รถใช้ถนน หรือบุคคลที่ต้องการทำอาชีพรับจ้างที่เกี่ยวกับการใช้รถใช้ถนน เพราะถ้าไม่มีใบขับขี่รถยนต์ หรือใบขับขี่ทั่วไปก็ไม่สามารถทำได้เลย เพราะฉะนั้นใบขับขี่ จึงเป็นเอกสารที่มีความสำคัญมากสำคัญพอๆ กับบัตรประจำตัวประชาชนเลยทีเดียว

ติดตาม Papa Expert ได้ที่
Website - papaexpert.com
Blockdit - blockdit.com/papaexpert
Facebook - facebook.com/daipa.papa
Instagram - instagram.com/daipa_papa/