คุณพ่อต้องระวัง ปัญหาที่ตามมาหากลูกติดโทรศัพท์เกินเหตุ

29 views

1 min read

ปัจจุบันนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน คุณพ่ออาจเลือกให้ลูกเล่นโทรศัพท์เพื่อหวังดึงความสนใจบางอย่างไว้ แต่ปัญหาตามมาแน่นอนเมื่อลูกติดโทรศัพท์ แน่นอนว่าเรื่องนี้คุณพ่อจึงจำต้องคอยระวังอย่างมาก เพราะเมื่อลูกได้ติดการเล่นโทรศัพท์ชนิดที่เกินกว่าเหตุขึ้นมา ให้เลิกยังไงก็ไม่ยอม แบบนี้อาจมีปัญหาตามมาในอนาคต สร้างผลกระทบต่อลูกได้

ปัญหาที่อาจตามมาได้ หากลูกติดโทรศัพท์เกินเหตุ

1. ลูกจะไม่มีการเคลื่อนไหวไปตามวัย

การเคลื่อนไหวร่างกายถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างมากไม่ว่าจะช่วงวัยใดก็เพื่อเป็นการพัฒนาทางกายกับอวัยวะต่าง ๆ ไม่ว่าจะ การเดิน การขยับมือ การวิ่ง หรือแค่หยิบจังสิ่งของก็ตาม แต่เมื่อลูกติดโทรศัพท์ขึ้นมาแน่นอนว่าลูกก็จะไม่ลุกไปไหนหรือทำอะไรเลย นอกจากนั่งเฉย ๆ เอาแต่จ้องมือถือ ก็ทำให้ไม่ได้รับการพัฒนาทักษะการเคลื่อนไหวร่างกายใด ๆ ราวกับว่าลูกไม่ได้ออกกำลังกายเลย

2. เกิดปัญหาสมาธิสั้นเทียม

การที่ปล่อยให้ลูกเกิดวิกฤตติดโทรศัพท์มีโอกาสที่จะทำให้เกิดโรคสมาธิสั้นเทียมได้ ซึ่งเกิดผลกระทบต่อลูกอย่างที่สุด ได้แก่ กลายเป็นเด็กที่มีอารมณ์ร้อน ฉุนเฉียวได้ง่าย ๆ เวลาเรียนออนไลน์ยิ่งไม่มีสมาธิใหญ่เพราะใจจดจ่อจะเปิดอย่างอื่นดูแทน รอไม่เป็น ว่อกแว่กง่าย กระวนกระวาย เอาแต่ใจ งอแง เอะอะโวยวายเมื่อได้ไม่ดั่งใจ

3. ขาดปฏิสัมพันธ์กับคนรอบตัวเองไปโดยปริยาย

นอกจากจะกลายเป็นเด็กสมาธิสั้นเทียมแล้วก็ยังมีปัญหาเกี่ยวกับการพูดคุย สร้างปฏิสัมพันธ์กับคนรอบ ๆ ตัวเองเพราะใจมัวใจอยากดูสิ่งต่าง ๆ ในโทรศัพท์ หรือแท็บเล็ต ทำให้มีผลด้านการอยู่คนเดียวเก่ง พฤติกรรมแยกตัวออกจากคนรอบข้าง ไม่อยากพูดคุยกับใคร ไม่มีปฏิสัมพันธ์กับคนในครอบครัว จึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าอย่าปล่อยให้ลูกติดโทรศัพท์โดยเด็ดขาด

4. ปวดเมื่อยลำคอเป็นอย่างมาก

ด้วยความที่เวลาดูโทรศัพท์ต้องมีการก้มคอมองจออยู่ตลอด ซึ่งปกติแล้วต้องก้มอยู่ที่ 60 องศา ถือเป็นท่าที่ไม่เหมาะสมอย่างมาก ยิ่งเด็กที่ติดโทรศัพท์มักจะดูสื่อต่าง ๆ เป็นเวลานานติดต่อกันยิ่งไม่ดีเข้าไปใหญ่ อนาคตทำให้ปวดคอเรื้อรัง โดยเฉพาะเวลาก้มมองเป็นเวลานาน ๆ

5. ทำลายจอประสาทตา

ผลกระทบหรือปัญหาต่อมาเมื่อลูกติดโทรศัพท์เลยก็คือดวงตาจะได้รับการเปลี่ยนแปลง ด้วยระบบการมองเห็นของเด็กอ่อนไหวง่าย ไม่ควรมองจอที่มีแสงสว่างมากเกินไป เพราะหน้าจอมีแสงสีฟ้าที่มีส่วนทำลายจอประสาทตาของลูกน้อยอย่างที่สุด เมื่อจ้องเป็นระยะเวลานาน ๆ ก็ยิ่งทำให้ตาล้า ตาลาย มองภาพไม่ชัด จนนำไปสู่โรคทางสายตาต่าง ๆ หรือกลายเป็นจอประสาทตาเสื่อมไปเลย

6. ลูกจะเกิดอาการปวดหัว ปวดตาได้

Sponsored

กรณีที่อาจจะไม่เป็นโรคจอประสาทตาใด ๆ แต่หากปล่อยให้ลูกติดโทรศัพท์นานวันเข้า รังสีที่ออกมาจากโทรศัพท์หรือที่เรียกว่าคลื่นแผ่ออกมา เมื่อจ้องนานแผ่ออกมามาก ๆ เข้ารังสีก็ส่งผลกระทบต่อระบบประสาทที่นอกจากปวดตาก็มีโอกาสปวดหัวขึ้นมาดื้อ ๆ หรือเด็กบางคนรุนแรงกว่านั้นก็เป็นไปได้

7. รบกวนการนอนหลับ

การที่ลูกดูหน้าจอโทรศัพท์นาน ๆ หรือติดโทรศัพท์โดยเฉพาะก่อนเข้านอน ด้วยความที่หน้าจอสว่างฮอร์โมนเมลาโทนินในร่างกายจะหลังออกมา ซึ่งเป็นสารช่วยควบคุมการนอนหลับ และร่างกายจะปล่อยฮอร์โมนนี้ออกมาขึ้นอยู่กับแสงสว่างของหน้าจอด้วย ทำให้นอนไม่หลับ พาให้เกิดปัญหาพักผ่อนไม่เพียงพอ เด็กเกิดอาการฝันร้าย เซลล์ประสาทถูกทำลาย และมีโอกาสเกิดผลกระทบต่อร่างกายในระยะยาวหรืออายุมากเลยทีเดียว

8. ลูกจะมีพฤติกรรมก้าวร้าวมากขึ้น

กรณีที่ลูกติดโทรศัพท์ หรือเราปล่อยให้ลูกเล่นอยู่นาน ๆ เพื่อให้ลูกจดจ่อกับสิ่งนั้น ๆ หรือหลอกล่อให้ลูกทำตามคำสั่งง่าย ๆ มันก็ดีแต่ลูกจะไม่อยากทำอย่างอื่นเลย และเมื่อวันไหนที่คุณพ่อเกิดไม่ให้โทรศัพท์มือถือกับลูกขึ้นมาลูกก็จะเริ่มแสดงพฤติกรรมก้าวร้าว อย่าง กระทืบเท้า ลงไปชักดิ้นชักงอ หงุดหงิดง่าย ขึ้นเสียง เพราะไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ หรืออาจเลียนแบบพฤติกรรมสื่อเพราะคิดว่าทำได้ ยิ่งคุณพ่อไม่ได้ดูอยู่ด้วยก็จะไม่สามารถสอนสิ่งที่ถูกที่ควรให้ลูกเข้าใจ

9. จินตนาการของลูกมีน้อยลง

ด้วยความที่เด็กมักจะมีจินตนาการด้านต่าง ๆ อย่างน่ามหัศจรรย์ ไม่ว่าจะวาดรูป ระบายสี ออกแบบสร้างสรรค์ผลงานต่าง ๆ หรือแม้แต่มองก้อนเมฆเป็นรูปต่าง ๆ แต่เมื่อลูกติดเล่นโทรศัพท์ได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ผ่านสื่อแทน ซึ่งเนื้อหามักจะจำกัดกรอบความคิด ทำให้เด็กเชื่อว่าการคิดแบบนี้เหมาะสมแล้ว เห็นผลลัพธ์ที่ได้ กลายเป็นว่าจินตนาการของเด็กมีน้อยลงนั่นเอง

และทั้งหมดนี้ก็เป็นสิ่งที่จะตามหาหรือปัญหาที่เกิดขึ้นเมื่อคุณพ่อปล่อยให้ลูกติดโทรศัพท์ ซึ่งจริง ๆ แล้วเราสามารถให้ลูกใช้งานได้ตามต้องการ เพียงแต่ต้องจำกัดเวลาให้เล่น อย่างใน 1 วันนอกจากเรียนออนไลน์แล้วสามารถเล่นเกม หรือดูการ์ตูนต่อไปอีกวันละ 3 ชั่วโมง เมื่อครบตามระยะเวลาคุณพ่อจะเก็บโทรศัพท์ทันทีโดยไม่มีข้อแม้ เป็นต้น โดยที่คุณพ่อควรตั้งกฎและอธิบายให้ลูกเข้าใจ หรืออาจจะบอกปัญหาหากลูกเล่นโทรศัพท์เป็นเวลานานบ่อย ๆ ให้ลูกเห็นว่าทำแล้วไม่ดี เมื่อลูกเกิดความเข้าใจและรับทราบกฎที่ตั้งระหว่างกัน ปัญหาที่ลูกไม่ได้โทรศัพท์แล้วจะแสดงกิริยาไม่ดีก็จะลดลง หรือไม่มีเกิดขึ้น

ติดตาม Papa Expert ได้ที่
Website - papaexpert.com
Blockdit - blockdit.com/papaexpert
Facebook - facebook.com/daipa.papa
Instagram - instagram.com/daipa_papa/