รู้จักกับ "หัวเทียนรถยนต์" อีกอุปกรณ์ที่คนมีรถไม่ควรมองข้าม

3 views

1 min read

เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับหัวเทียนรถยนต์สำหรับคนมีถือเป็นสิ่งที่ต้องศึกษาอย่างที่สุด เพื่อให้การใช้งานยาวนาน พร้อมดูแลรักษาง่ายมากขึ้น  เพราะหากละเลยไปแล้วเครื่องยนต์มีโอกาสทำงานได้ไม่เต็มที่ มีปัญหาให้เราปวดหัวแทนบ่อยครั้ง ยิ่งความกระตุกเอย ขัดข้องขึ้นมาดื้อ ๆ เอย เอาเป็นว่าอย่ารอช้าเราไปติดตามพร้อมกันเลยดีกว่า จะมีเรื่องไหน น่าสนใจอย่างไรบ้าง?

1. หัวเทียนรถยนต์ คืออะไร ทำงานอย่างไร?

หัวเทียน หรือ Spark Plug เป็นอะไหล่รถยนต์ที่ค่อนข้างสำคัญ เพราะจะสร้างประกายไฟให้ทันทีที่เราสตาร์ทเครื่อง โดยที่ตัวคอยล์จะมีคุณสมบัติในการจุดระเบิด และส่งกระแสไฟฟ้าไปที่หัวเทียน แล้วบริเวณเขี้ยวหัวเทียนก็จะเกิดเป็นประกายไฟขึ้นมา โดยที่จะจุดระเบิดในห้องเผาไหม้ ที่ทำงานร่วมกับน้ำมันและอากาศ เกิดการระเบิดเผาไหม้ขึ้นมา ทำให้ลูกสูบดันขึ้น – ลง พร้อมสร้างกำลังในการเคลื่อนตัวของรถยนต์ไปอีก

กระนั้นในด้านการทำงานของหัวเทียนรถยนต์จะมีการจุดประกายไฟที่ทำให้เกิดการเผาไหม้ โดยที่หัวเทียนยังอยู่ในสภาพปกติดี แนะนำว่าให้เลือกหัวเทียนที่ถูกกับสภาพการทำงานของเครื่องยนต์ที่มีความแตกต่างเพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพการใช้งาน กรณีที่หัวเทียนเสื่อมสภาพหรือที่เรียกว่าหัวเทียนบอด เครื่องยนต์ก็จะจุดระเบิดได้ไม่มีประสิทธิภาพ ส่งผลต่อเครื่องยนต์ในหลาย ๆ ด้านไปอีก

2. เราจำเป็นต้องเปลี่ยนหัวเทียนเมื่อไหร่?

ความจำเป็นในการเปลี่ยนหัวเทียนรถยนต์นั้นค่อนข้างสำคัญ เพราะจะช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานดีขึ้น และไม่ทำให้รถเกิดอาการกระตุก และต้องเปลี่ยนอยู่เสมอ โดยที่หัวเทียนจะมีอายุการใช้งานตามประเภทที่มี อย่าง

  • หัวเทียนแพลทินัม ที่จะทำจากแพลทินัมแบบทนทานสูง จึงรองรับทุก ๆ การทำงานที่ต้องผ่านอุณหภูมิสูงได้ดี เขม่าที่หัวเทียนเกิดขึ้นได้น้อยกว่าเพราะถูกเผาไปก่อนหน้าแล้ว โดยที่หัวเทียนจะมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ส่วนราคาจะสูงอยู่ ควรเปลี่ยนในทุก 100,000 กม.
  • หัวเทียนนิกเกิล จะเหมาะกับรถยนต์รุ่นเก่าที่ใช้กำลังไฟเพื่อจุดระเบิด แต่ปัจจุบันได้พัฒนาให้รองรับเครื่องยนต์ใหม่ ๆ ได้แล้ว เหมาะกับรถเกือบทุกประเภท ราคาถูกกว่าแพลทินัม ซึ่งจะต้องเปลี่ยนเมื่อใช้งานทุก ๆ 8,000 – 20,000 กม.
  • หัวเทียนรถยนต์อิริเดียม เป็นหัวเทียนรูปแบบเข็มที่มีความแข็งแรง ทนทานสูงชนิดที่มากกว่าแบบแพลทินัมเลย จุดระเบิดได้แม่น นำไฟฟ้าได้ดี จึงเหมาะกับรถยนต์ที่ใช้เทอร์โบ หรือใช้แรงม้าสูง ราคาจึงสูงที่สุด แต่เมื่อเทียบกับอายุการใช้งานแล้วก็ถือว่าคุ้มค่า ซึ่งการเปลี่ยนจะเหมือนกับหัวเทียนแพลทินัมเลย คือ เปลี่ยนในทุก 100,000 กม.

อย่างไรก็ตาม หากเป็นรถยนต์ที่ใช้แก๊สไม่ว่าจะ LPG หรือ CNG ควรเปลี่ยนทุก 10,000 กม. ทั้งนี้ ต้องมีการตรวจสภาพอะไหล่รถยนต์หัวเทียนทุก 1 ปี หรือวิ่งไปแล้ว 20,000 กม. เป็นการตรวจสอบระบบให้สมบูรณ์แบบมากที่สุด

3. เราสามารถเปลี่ยนหัวเทียนรถยนต์เองได้ไหม?

เราสามารถเปลี่ยนหัวเทียนรถยนต์ได้เลยตามต้องการ เพียงเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม ไม่ว่าจะเป็นประแจที่เอาไว้ถอดหัวเทียน, ประแจขันน็อตเบอร์ 10 หรือตัวทีเบอร์ 10 ก็ได้, คีมปากจิ้งจก และไขควงปากแบน โดยวิธีการเปลี่ยนมีขั้นตอนเบื้องต้นง่าย ๆ คือ

  • เปิดฝากระโปรงรถขึ้นมาก่อน แล้วใช้ลมแรงดันช่วยเป่าทำความสะอาดเอาฝุ่น หรือสิ่งสกปรกออก เสร็จแล้งดึงปลั๊กหัวเทียนเก่ออกมา กระนั้นรถยนต์แต่ละรุ่นจะมีการถอดที่แตกต่าง บางรุ่นถูกซ่อนหลบมุมนอตไว้ เวลาจะจะถอดจึงต้องถอดออกหลายอย่างทั้งท่ออากาศ แบตเตอรี่ ฯลฯ แต่บางรุ่นก็แค่ขันนอตยึดหัวออกก่อนแค่นั้น
  • เมื่อถอดได้แล้วก็ใช้ลมแรงดังสูงเป่าซ้ำ เอาประแจมาถอดหัวเทียนแล้วขันเอาอันเก่าออก กรณีที่หัวเทียนไม่ติดออกมาด้วยเอาคีมปากจิ้งจก หรือปลั๊กหัวเทียนดึงออกมาก็ได้เช่นกัน
  • เอาหัวเทียนอันใหม่มาใส่เข้าไปที่ช่องเดิมหลังจากเอาหัวเทียนรถยนต์อันเก่าออกได้เลย เสร็จแล้วก็ใช้ประแจมาถอดหัวเทียนขันจนแน่นตึง แต่อย่าแน่นมากไปเพราะจะกลายเป็นว่าหัวเทียนเกิดความเสียหายได้
  • นำปลั๊กออกจากหัวเทียนแล้วเสียบกลับเข้าไปที่เดิม (รุ่นที่มีนอตยึดก็สามารถขันนอตยึดหัวปลั๊กเข้าได้เลย) แล้วประกอบอุปกรณ์เข้าให้ครบทุกจำนวนลูกสูบเครื่องยนต์ด้วยวิธีเดิมเป็นอันเสร็จ

4. หัวเทียนที่บอดเกิดขึ้นได้อย่างไร

หัวเทียนรถยนต์อย่างที่ทราบมีโอกาสเกิดปัญหาหัวบอดขึ้นได้ เพราะเมื่อเราใช้งานไปสักระยะหนึ่ง ที่เขี้ยวของหัวเทียนจะสึกกร่อน ยิ่งหัวเทียนที่มีคราบเขม่าดำ หรือคราบน้ำมัน การสังเกตเขี้ยวหัวเทียนที่สึกกร่อนชำรุดนั้นจะมีความโค้ง เหลี่ยมคมหาย หรือไม่เป็นแนวเดียวกันแล้ว มีความห่างจากกัน การสปาร์กไฟฟ้าจึงไม่สม่ำเสมออีกต่อไป เมื่อหัวเทียนไม่สามารถจุดระเบิดเครื่องยนต์ได้เต็มที่ ประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์จึงลดลง นำไปสู่ปัญหาในการขับขี่ สั่น เร่งเครื่องไม่ขึ้น เครื่องเดินได้ไม่เรียบ ที่สำคัญรถก็จะกินน้ำมันขึ้นเรื่อย ๆ และเกิดมลพิษจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์

Sponsored

ดูแลหัวเทียนรถยนต์ก็เปรียบเสมือนได้ดูแลเครื่องยนต์ที่เราไม่อาจละเลย หรือมองข้ามกันไปได้ เพราะไม่อย่างนั้นจะพาไปเกิดปัญหาส่วนอื่น ๆ ขึ้นมาได้ง่ายมากขึ้น การหมั่นตรวจสอบดูแลอย่างสม่ำเสมอจึงสำคัญ เพื่อให้การใช้งานยังคงมีอยู่อย่างเต็มประสิทธิภาพ ประหยัดค่าใช้จ่ายแก้ปัญหาในอนาคตได้สบาย

ติดตาม Papa Expert ได้ที่
Website - papaexpert.com
Blockdit - blockdit.com/papaexpert
Facebook - facebook.com/daipa.papa
Instagram - instagram.com/daipa_papa/

บทความน่ารู้อื่นๆ คลิกไปอ่านกันเลย

1.สาเหตุและวิธีแก้ปัญหาเมื่อ กระจกไฟฟ้ารถยนต์ไม่ทำงาน

2.เลือกสีไหนดี สีรถถูกโฉลกตามวันเกิด 2565 ใครจะออกรถใหม่อย่าพลาด