สาเหตุและวิธีแก้ปัญหาเมื่อ กระจกไฟฟ้ารถยนต์ไม่ทำงาน

13 views

1 min read

กระจกของรถยนต์นั้นเดิมทีเราจะใช้แรงมือในการหมุนคันจับที่ติดตั้งอยู่บริเวณประตูรถให้กระจกเลื่อนขึ้นลง ซึ่งปัจจุบันได้มีการพัฒนาใหม่กลายเป็นกระจกรถยนต์แบบไฟฟ้าไปแล้ว ทว่าใครที่มีรถยนต์แบบกระจกไฟฟ้าจำเป็นต้องรู้สาเหตุ และวิธีแก้ปัญหาเมื่อกระจกไฟฟ้ารถยนต์ไม่ทำงานเอาไว้ด้วย เพราะหากต้องเผชิญปัญหานี้ขึ้นมาจริง ๆ จะได้เข้าใจ และสามารถจัดการได้ด้วยตัวเองอย่างมีประสิทธิภาพ

กระจกไฟฟ้ารถยนต์ไม่ทำงาน เกิดจากอะไรและวิธีแก้ไข

ก่อนที่จะไปศึกษาถึงวิธีการแก้ไขปัญหากระจกไฟฟ้ารถยนต์ไม่ทำงานเอาไว้ มาดูเรื่องสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาเล็กน้อย เพื่อปรับพฤติกรรมเสี่ยงต่าง ๆ

1. มอเตอร์กระจกเสีย

ถือเป็นชิ้นส่วนสำคัญของกระจกรถยนต์เลยก็ว่าได้ แม้ว่าปัจจุบันมอเตอร์ได้รับการพัฒนาขึ้นอย่างมาก และเกิดปัญหาชำรุดเสียหายยากแล้ว แต่โอกาสที่จะเกิดปัญหาพาให้กระจกเลื่อนไม่ขึ้นก็มีอยู่ เพราะหากเสียขึ้นมาจริง ๆ กดเลื่อนเท่าไหร่ก็คงไม่สามารถทำตามคำสั่งของเราได้

วิธีการแก้ไขมอเตอร์กระจกเสีย : ให้เราทำการเลื่อนกระจกไฟฟ้ารถยนต์ขึ้น – ลงเพื่อตรวจสอบความผิดปกตินั้น ๆ อีกครั้ง และดูที่แผงควบคุมที่ติดตั้งอยู่ฝั่งคนขับ กรณีที่ไม่สามารถใช้งานได้ให้คุณทุบ หรือเคาะลงไปที่กระจกแบบเบามือที่สุด หากโชคดีมีสิ่งแปลกปลอมเกาะอยู่แต่ไม่ได้เกาะมาก แค่เข้าไปขัดขวางมอเตอร์เล็กน้อย ก็จะหลุดออกมาเองได้ แล้วสามารถเลื่อนขึ้น – ลงได้ตามปกติ แต่หากทุบ หรือเคาะแล้วไม่เกิดผลด ๆ ต้องลองแกะแผงประตูออกมาเพื่อตรวจสอบ กรณีที่ไม่พบสิ่งผิดปกติ ควรเอารถยนต์เข้าศูนย์ซ่อม หรือศูนย์บริการเพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญได้ตรวจสอบสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างละเอียดอีกครั้ง

2. อุปกรณ์ภายในชำรุด หรือเสื่อมสภาพแล้ว

นอกจากมอเตอร์จะเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ทำให้กระจกไฟฟ้ารถยนต์ไม่เลื่อนขึ้น – ลงได้แล้ว อุปกรณ์ภายในที่มีอยู่อย่าง ลวด หรือข้อต่อต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อการเลื่อนกระจกขึ้น – ลงก็ต้องใส่ใจด้วย เพราะหากเกิดปัญหาชำรุด เสียหาย หรือเสื่อมสภาพแล้ว ก็อาจจะส่งผลต่อการเลื่อนที่ช้าลง หรือบางจังหวะก็มีสะดุดไปบ้าง ซึ่งหากเกิดอาการแบบนี้แล้ว คงไม่เป็นผลดีอีกต่อไปอย่างแน่นอน

วิธีการแก้ไขปัญหาอุปกรณ์ภายในรถยนต์ชำรุด เสื่อมสภาพ : ให้คุณทดลองเปิดปิดโดยเลื่อนกระจกไฟฟ้ารถยนต์ขึ้น – ลงที่ทุกประตูซ้ายขวาเลย ซึ่งต้องสังเกตจังหวะการเลื่อนด้วย ว่ามีลักษณะเป็นอย่างไร ฝืด สะดุด หรือมีอาการค้างเกิดขึ้นหรือไม่ กรณีที่อาจเกิดมาจากข้อต่อ ลวด ฟันเฟือง หรือข้อต่อต่าง ๆ เกิดชำรุด เสื่อมสภาพจริง ๆ ให้คุณจัดการแกะแผงประตูรถออกมา พร้อมกับหยอดน้ำมันหล่อลื่นลงไปที่อุปกรณ์ต่าง ๆ ดู เผื่อว่าน้ำมันนี้จะไปช่วยให้อาการฝืด สะดุดของกระจกหายไปได้ แต่ถ้าลองใช้น้ำมันแล้วก็ยังไม่ดีอีก ควรนำรถเข้าตรวจสอบที่ศูนย์ซ่อม หรือศูนย์บริการได้เลย

3. ปัญหาความชื้น และน้ำ

เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมาได้ง่าย ๆ เลยกับความชื้น และน้ำโดยเฉพาะที่บริเวณประตูที่มีการติดตั้งยางรีดน้ำของตัวกระจกรถยนต์ด้านนอกไม่ดี หรือบางคันคือเสื่อมสภาพไปแล้ว ยิ่งเราเอารถไปล้าง หรือต้องขับลุยฝนมาทำให้เกิดความชื้น หรือน้ำเล็ดลอดเข้าไปอยู่สร้างความเสียหายเกิดขึ้นกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่อยู่ภายในประตูของรถยนต์เรา เช่น กระจกที่เลื่อนขึ้น – ลงยาก การทำงานทำได้ไม่เต็มที่ เลื่อนขึ้น – ลงได้บ้างไม่ได้บ้าง มีสะดุดบ้าง ทำให้ไม่สามารถใช้งานได้เลยก็มี

วิธีการแก้ไขปัญหาความชื้น และน้ำ : ให้คุณลองทำการตรวจสอบเกี่ยวกับการทำงานของกระจกไฟฟ้าก่อนเลยว่ามีโอกาสที่จะเปิด – ปิดให้เป็นปกติได้หรือไม่ ดูว่ามีน้ำจากส่วนไหนของประตูรั่วซึมออกมาหรือไม่ กรณีที่กระจกไฟฟ้าใช้งานไม่ได้ หรือใช้ได้ในบางครั้ง มีร่องรอยปัญหารั่วซึม ยางกันน้ำของกระจกชำรุด ให้สันนิษฐานก่อนว่าน้ำอาจจะเข้าไปรบกวนการทำงานกระจกไฟฟ้ารถยนต์ได้ แนะนำว่าให้คุณตากแดดรถเพื่อเอาความชื้นออกไป พร้อมสตาร์ทเครื่องยนต์ทันที ก่อนจะให้มือทุบกับประตูเบา ๆ จะด้านในหรือด้านนอกได้หมดเลย เพราะบางทีตัวมอเตอร์หรือฟันเฟืองอาจจะติด หรือมีอะไรไปขัดขวางได้ การทุบเบา ๆ มีโอกาสที่จะกลับมาทำงานได้ปกติ

Sponsored

4. แบตเตอรี่ของรถมีกำลังอ่อน หรือใกล้จะหมดแล้ว

อาจไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องของอุปกรณ์กระจกไฟฟ้ารถยนต์โดยตรง แต่หากเกิดปัญหาแล้วก็ส่งผลทำให้ไม่สามารถเลื่อนกระจกขึ้น – ลง ได้เช่นกัน นั่นคือเรื่องของแบตเตอรี่ หรืออุปกรณ์ที่ใช้กักเก็บกำลังไฟภายในรถยนต์ และหากเกิดปัญหาแบตเตอรี่กำลังไฟอ่อนลง หรือใกล้จะหมดแล้วโดยที่เราเองก็ไม่รู้ตัว สามารถสังเกตได้จากการเลื่อนขึ้น – ลงของกระจกได้ เพราะจะมีการทำงานที่ช้าลงมากกว่าเดิม ทั้งนี้ หากจะดูเรื่องของแบตเตอรี่อ่อน หรือไฟใกล้จะหมดจริง ๆ ควรดูอุปกรณ์อื่นที่ทำงานผิดปกติด้วย

วิธีการแก้ไขปัญหาแบตเตอรี่ : อาจจะไม่ต้องไปแก้ไขถึงระบบไฟฟ้า แต่แนะนำว่าให้เปลี่ยนแบตเตอรี่เป็นลูกใหม่ไปเลย เพื่อให้มีกำลังไฟฟ้าที่เหมาะสมใช้งานได้ต่อไป รวมถึงทำให้การทำงานของทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ ไม่ใช่แค่กำลังไฟของกระจกรถยนต์เท่านั้น

กระจกไฟฟ้ารถยนต์ไม่ได้มีการทำงานหนักที่ฝั่งคนขับเท่านั้น โอกาสขัดข้องหรือเสียมีได้เป็นปกติ ดังนั้น อยากแนะนำให้เลือกเปิดกระจกขึ้นลงทุก ๆ บานไปด้วยกัน เป็นการตรวจสอบการทำงานว่ายังใช้ได้เป็นปกติ โดยควรกดเลื่อนอย่างช้า ๆ แต่สุดท้ายแล้วหากไม่มั่นใจ หรือไม่สามารถแก้ไขปัญหาเองได้ ให้เอารถเข้าตรวจสอบกับศูนย์บริการ หรือร้านซ่อมกระจกไฟฟ้าที่มีผู้เชี่ยวชาญดูแลเลยจะดีกว่า

ติดตาม Papa Expert ได้ที่
Website - papaexpert.com
Blockdit - blockdit.com/papaexpert
Facebook - facebook.com/daipa.papa
Instagram - instagram.com/daipa_papa/

บทความน่ารู้อื่นๆ คลิกไปอ่านกันเลย

1.7 วิธีทำให้ไม่ง่วง ลดความเสี่ยงหลับใน เมื่อต้องขับรถทางไกล

2.พฤติกรรมการขับรถ ที่คุณพ่อไม่ควรทำเด็ดขาดเมื่อมีลูกอยู่ในรถ