กองทุนตราสารหนี้ อีกหนึ่งการลงทุน ที่หลายคนให้ความสนใจ

15 views

1 min read

ปัจจุบันการลงทุนมีหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น ลงทุนกับ อสังหาริมทรัพย์  ลงทุนกับหุ้น ลงทุนกับกองทุนต่างๆ คนรุ่นใหม่เองก็หันมาให้ความสนใจกับการลงทุนกันมากยิ่งขึ้น และการลงทุนที่หลายคนให้ความสนใจก็คือกาลงทุนกับ  กองทุนตราสารหนี้ ซึ่งเป็นการลงทุนที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะการลงทุนประเภทนี้มีความเสี่ยงน้อยและได้ผลตอบแทนสม่ำเสมอแบบระยะยาวนั่นเอง

กองทุนตราสารหนี้ คืออะไร

กองทุนตราสารหนี้ คือ กองทุนที่รวบรวมเงินที่นักลงทุนทั้งหลายนำมาลงทุนในกองทุนและนำไปลงทุนใน ตราสารหนี้ เป็นหลัก ถ้าเปรียบเทียบง่ายๆ ก็คือเหมือนการที่เรานำเงินไปให้คนอื่นยืม และออกใบสัญญาเงินกู้ให้ เพื่อแสดงว่าเราเป็นเจ้าของเงินกู้  ถ้าลงทุนในระยะเวลาไม่เกิน 1 ปีเรียกการลงทุนชนิดนี้ว่าการลงทุน ระยะสั้น แต่ถ้าลงทุนเกิน 1 ปีขึ้นไปเรียกว่าการลงทุนระยะยาว

ข้อดีของการลงทุนประเภทนี้

การลงทุนประเภทนี้จุดประสงค์ ก็เพื่อปล่อยกู้ ข้อดีก็คือยังรักษาเงินต้นของผู้ลงทุนเอาไว้ และคอยเก็บเกี่ยวผลที่เป็นดอกเบี้ยและเงินปันผลเป็นการตอบแทน ซึ่งการลงทุนในกองทุนประเภทนี้มีข้อดีตั้งมากมายอย่างเช่น

1. การลงทุนที่เหมือนการออมเงิน

สำหรับนักลงทุนผู้ที่มีจุดประสงค์ในการออมเงินแบบระยะยาว พร้อมยังสามารถออมได้อย่างสม่ำเสมอ ก็สามารถลงทุนในกองทุนประเภทนี้ได้เลย เพราะกองทุนมีนโยบายในการลงทุนใน ตราสารหนี้ ประเภทอื่นๆ อีกด้วย หรือจะเป็นการลงทุนโดยตรง ในพันธบัตรออมทรัพย์ ที่ระยะเวลาในการลงทุนระยะยาว ซึ่งทางรัฐบาลจะทำการออกจำหน่ายเป็นครั้งคราว โดยทั่วไปแล้วจะให้ดอกเบี้ยสูงกว่าทางธนาคาร

2. เป็นการลงทุนที่รักษาเงินต้นไว้

สำหรับนักลงทุนคนใดที่ไม่ชอบการลงทุนที่มีความเสี่ยงเลย ได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่าการฝากธนาคาร แถมเงินต้นยังปลอดภัยอีกด้วย การลงทุนกับกองทุนตราสารหนี้ เป็นการลงทุนที่ตอบโจทย์นี้ เพราะไม่ต้องมาเสี่ยงกับการผิดนัดชำระหนี้ แต่การลงทุนประเภทนี้เป็นการลงทุนที่ยากสำหรับนักลงทุนรายย่อย ดังนั้น ก็สามารถลงทุนทางอ้อม ผ่านทางกองทุนรวม ได้เช่นกัน

3. การลงทุนที่เหมาะกับคนไม่ชอบความเสี่ยง

การลงทุนซื้อกองทุนประเภทนี้ เป็นการลงทุนที่เหมาะกับนักลงทุนที่ไม่ชอบความเสี่ยง และไม่ได้หวังผลตอบแทนที่งสูหรือหวือหวาอะไร ซึ่งกองทุนตราสารหนี้ที่ไปลงทุนในตราสารหนี้แต่ละประเภท ก็จะมีความเสี่ยงที่แตกต่างกันออกไป อย่างเช่น ถ้าไปลงทุนในภาครัฐบาล ความเสี่ยงก็จะน้อย แต่ถ้าไปลงทันในหุ้นกู้ของเอกชนจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นนั่นเอง

4. การลงทุนเพื่อปกป้องอำนาจซื้อจากเงินเฟ้อ

การลงทุนในกองทุนประเภทนี้ยังสามารถบริหารความเสี่ยงในด้านอัตราเงินเฟ้อได้ด้วย โดยเลือกลงทุนในกองทุนที่มีนโยบายในการลงทุนในพันธบัตรชดเชยเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นพันธบัตรจ่ายผลตอบแทนตามอัตราเงินเฟ้อ เมื่ออัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มสูงขึ้น ผลตอบแทนพันธบัตรก็จะสูงตามด้วย และเพียงพอที่จะรักษาอำนาจซื้อไว้ได้

ต้องรู้อะไรบ้าง ก่อนลงทุนกองทุนรวมตราสารหนี้

สำหรับนักลงทุนที่ต้องการจะลงทุนในกองทุนตราสารหนี้  แต่ยังไม่รู้เรื่องรายละเอียดว่ากองทุนดังกล่าวมีความเสี่ยงอะไรมากน้อยแค่ไหน และลงทุนใช้ระยะเวลาเท่าไหร่ วันนี้เราจะพามาหาคำตอบกันก่อนลงทุนจริงดังนี้

1. กองทุนรวมตราสารหนี้ขาดทุนได้ด้วยหรือ?

คำถามนี้เชื่อว่าต้องมีนักหลายคนสงสัยกันอยู่ การลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ จะมีโอกาสขาดทุนหรือไม่ เนื่องจากว่าสิ่งที่เราจะได้รับจากทางกองทุนนั้นก็คือดอกเบี้ย ซึ่งได้มีการกำหนดไว้แน่นอนแล้วต่อปี และยังมีการจ่ายเงินปันผลอีกทุกๆ 6 เดือน ได้ผลตอบแทนที่สม่ำเสมอขนาดนี้เราจะขาดทุนได้อย่างไร

Sponsored

กองทุนประเภทนี้สามารถขาดทุนได้ เหตุผลเนื่องจากถ้าทางเราได้ลงทุนในล็อตหนึ่งล็อตใดไปแล้ว เท่ากับว่าโอกาสจะไปลงทุนในที่อื่นที่มีผลตอบแทนสูงกว่า อย่างเช่น เราลงทุนในพันธบัตรของรัฐบาลไว้ดอกเบี้ยอยู่ที่ 3 % ต่อปีระยะเวลา 5 ปี ซึ่งนั่นแปลว่าเงินจะถูกล็อคไว้ 5 ปี ซึ่งตลอด 5 ปีที่ผ่านมาอัตราดอกเบี้ยในท้องตลาดมีมูลค่าที่สูงขึ้น กองทุนก็จะเสียโอกาสที่จะนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีผลตอบแทนที่สูงกว่า เช่น พันธบัตรล็อตใหม่ที่ให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าที่เราลงทุนใน 5 ปีแรกนั่นเอง

2. ผลตอบแทนมาจากไหน

ผลตอบแทนของกองทุนมาจาก เงินที่นักลงทุนได้นำไปลงทุนในหุ้นกู้ของภาครัฐหรือเอกชน หรือที่เรียกว่าพันธบัตร คือจะได้รับดอกเบี้ยที่กำหนดไว้อย่างชัดเจนคือ 3 % ต่อปี และกำไรส่วนต่างจากการซื้อขาย หากว่าขายได้ราคาที่สูงขึ้น  แต่ถ้าขายในราคาที่ต่ำกว่าก็จะขาดทุนในส่วนนี้ไป และนี่เองว่าทำไม ถึงมีโอกาสขาดทุนในการลงทุนในกองทุนดังกล่าว

3. Credit rating คืออะไร และสำคัญอย่างไร?

คืออันดับความน่าเชื่อถือ หรือที่เรียกกันว่า Credit Rating เป็นการประเมินความน่าเชื่อถือในการออกตราสาร นั่นก็คือสถาบันความน่าเชื่อถือ Credit Rating Agencies ซึ่งได้รับการรับรองจากทางสำนักงานกำกับหลักทรัพย์ ของประเทศไทย มี 2 แห่ง นั่นก็คือ บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด กับ บริษัท ฟิทซ์เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่ง Credit Rating จะเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่า มีความเสี่ยงในการชำระหนี้เพียงใด โดยอันดับเครดิตยิ่งสูง ความเสี่ยงในการผิดนัดชำระนี่ยิ่งต่ำ แน่นอนว่า ผลตอบแทนก็จะได้น้อยกว่า ซึ่งหากมีเครดิตที่ต่ำกว่า ผลตอบแทนก็จะสูงกว่านั่นเอง

4. Benchmark ของกองทุนรวมตราสารหนี้คืออะไร?

Benchmark คือเกณฑ์มาตรฐานวัด ของดัชนีพันธบัตรของรัฐบาล เป็นดัชนีตัวชีวัดการเคลื่อนไหวของตลาดของกองทุนดังกล่าว เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบอัตราสินทรัพย์และการตอบแทนของประเภทอื่นๆ ใช้ดัชนีเปรียบเทียบเพื่อวัดผลของการดำเนินงานของกองทุนตราสารหนี้ ของ (Benchmark) ด้วย

สำหรับใครที่สนใจการลงทุน กับกองทุนตราสารหนี้ ก็คงจะพอจะทราบกันดีแล้ว ว่ากองทุนดังกล่าวมีข้อดีอย่างไร เพราะในปัจจุบันการลงทุนมีความเสี่ยงเป็นอย่างมาก ด้วยสภาวะเศรษฐกิจและโรคระบาด ถ้าใครที่อยากลงทุนที่มีความเสี่ยงที่ต่ำก็สามารถลงทุนกับกองทุนดังกล่าวได้

ติดตาม Papa Expert ได้ที่
Website - papaexpert.com
Blockdit - blockdit.com/papaexpert
Facebook - facebook.com/daipa.papa
Instagram - instagram.com/daipa_papa/