สำคัญแค่ไหน กับการตรวจเลือดคุณพ่อ เมื่อภรรยาท้อง

23 views

1 min read

การตรวจเลือด เมื่อภรรยาตั้งท้องเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่คุณพ่อต้องทำ เพราะโรคติดต่อบางโรครู้ก่อนก็สามารถป้องกันได้ ถ้าไม่ได้รับการตรวจก่อนจะไม่สามารถรู้ และป้องกันโรคติดต่อนั้นได้ และอีกอย่างการตรวจดูเลือดทั้งของคุณพ่อและคุณแม่ยังดูด้วยว่าเลือดของทั้งคู่เข้ากันได้หรือไม่ เพราะถ้าเลือดของทั้งคู่เข้ากันไม่ได้ ก็จะมีความเสี่ยง และส่งผลต่อลูกน้อยในครรภ์ได้ อย่างเช่นมีภาวะซีด หรือหัวใจวายในครรภ์ ดังนั้นการตรวจดูเลือดของทั้งคุณพ่อและคุณแม่จึงมีความสำคัญต่อลูกในครรภ์อย่างมาก

การตรวจเลือดพ่อ สำคัญอย่างไร

การตรวจเลือด ของคุณพ่อ ตรวจเพื่อดูความผิดปกติของเจ้าตัวน้อย เพราะ ตรวจเลือด ของคุณแม่เพียงคนเดียวไม่เพียงพอ โรคบางโรคที่ถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์สามารถถ่ายทอดได้จากทางคุณพ่อสู่คุณแม่ และมาสู่ลูกน้อยในครรภ์ได้ อย่างเช่นโรคซิฟิลิส ตับอักเสบบี โรคเอดส์ และโรคทางกรรมพันธุ์อื่นๆ การตรวจเลือดของทั้งคุณพ่อและคุณแม่จะเป็นการช่วยดูแลลูกน้อยที่อยู่ในครรภ์ได้นั่นเอง

หากไม่ได้ตรวจเลือดพ่อ จะเป็นอะไรไหม

หากคุณแม่ตั้งครรภ์ โดยที่ไม่ได้ ตรวจเลือด คุณพ่อ ลูกที่เกิดมาจะมีความเสี่ยงหลายๆ ด้านไม่ว่าจะเป็นเสี่ยงต่อการเป็นโรคติดต่อทางกรรมพันธุ์ หรือโรคติดต่อที่คุณพ่อถ่ายทอดสู่คุณแม่และมาสู่ลูกน้อยได้ เพราะฉะนั้น การตรวจเลือด จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากคุณพ่อควรมี การตรวจเลือด ก่อน เพื่อตรวจดูโรคที่จะเป็นความเสี่ยงต่อทั้งภรรยา และลูกน้อยในครรภ์ เพราะถ้ารู้โรค ก็จะสามารถหาทางรักษาได้

โรคที่อาจติดต่อจากพ่อแม่ไปสู่ลูก

โรคทางพันธุกรรม หรือโรคที่ติดต่อทางพันธุ์กรรม ที่อาจติดต่อจากพ่อแม่สู่ลูกได้ เกิดจากความผิดปกติของยีนส์ ทำให้เกิดโครโมโซมที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น โรคส่วนใหญ่ไม่สามารถป้องกันหรือรักษาได้ อย่างเช่น กลุ่มโรคดังต่อไปนี้

1.โรคธาลัสซีเมีย Thalassemia

โรคธาลัสซีเมีย คือโรคโลหิตจางชนิดหนึ่ง ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของยีนส์ในร่างกาย โดยการถ่ายทอดจากพ่อและแม่ทางกรรมพันธุ์ ที่สร้างฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง หรือสารสีแดงในเม็ดเลือดแดงน้อยลง ทำให้เม็ดเลือดแดงมีความผิดปกติทั้งในแง่ของปริมาณและลักษณะ จนนำไปสู่ภาวะโลหิตจาง หรือภาวะซีด

2.โรคดักแด้ Epidermolysis Bullosa

โรคดักแด้ถือเป็นโรคทางพันธุกรรมเป็นกลุ่มโรคผิวหนัง ซึ่งมักเกิดขึ้นกับทารก พบได้ยาก เกิดจากการกลายพันธุ์ของยีนเคราติน ทำให้ผิวหนังแห้งลักษณะคล้ายเกล็ดปลา มีแผลพุพองตามตัว ยังไม่มีวิธีรักษา เป็นการรักษาเพื่อบรรเทาอาการไม่ให้แย่ลง ในเด็กที่ไม่มีอาการรุนแรงมากมักหายได้เอง แต่ในส่วนที่มีโรคอื่นร่วมด้วยจะมีความเสี่ยงมาก ถึงขั้นเสียชีวิตได้

3.โรคลูคีเมีย Leukemia

ลูคีเมีย หรือมะเร็งเม็ดเลือดขาว เกิดจากความผิดปกติของไขกระดูก ทำให้ผลิตจำนวนเม็ดเลือดขาวเพิ่มขึ้นผิดปกติ จนไปทำลายภูมิคุ้มกันเม็ดเลือดปกติของไขกระดูก เมื่อเม็ดเลือดแดงและเกล็ดเลือดต่ำระบบเลือดก็จะทำงานผิดปกติ ทำให้ไม่สามารถต้านทานกับเชื้อโรคได้ เนื่องจากเม็ดเลือดขาวมีหน้าที่สำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันต่อสู้กับการติดเชื้อต่างๆ นั่นเอง

4.ดาวน์ซินโดรม Down Syndrome

ดาวน์ซินโดรม คือกลุ่มอาการความผิดปกติของโครโมโซม ทำให้ผู้ที่เป็นโรคนี้ จะมีปัญหาเรื่องสติปัญญา การใช้กล้ามเนื้อ โดยเด็กที่มีอาการดาวน์ซินโดรม จะสังเกตได้อย่างชัดเจน เช่น ศีรษะจะเล็ก ใบหน้าแบน หัวแบน ดั้งจมูกแบน ปากเล็ก ลิ้นยื่นออก คอสั้น มือสั้น ตัวเตี้ย ตาเป็นวงรีเฉียง บางรายอาจจะมีปัญหาสุขภาพร่วมด้วย อย่างเช่น โรคหัวใจ โรคลำไส้อุดตัน พิการแต่กำเนิด ภาวะต่อมไทรอยด์บกพร่องอย่างนี้ เป็นต้น ผู้ป่วยโรคนี้มักจะอายุสั้น

5.โรคเบาหวาน Diabetes

โรคเบาหวานเกิดจากเซลล์ในร่างกายทำงานผิดปกติ ในขบวนการเปลี่ยนน้ำตาลในเลือดให้เป็นพลังงาน ไม่สามารถนำน้ำตาลในเลือดไปใช้ได้อย่างเหมาะสม โดยขบวนการนี้เกี่ยวข้องกับอินซูลิน ที่สร้างจากตับอ่อนเพื่อใช้ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และเมื่อน้ำตาลไม่ถูกนำไปใช้ จึงทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นกว่าปกตินั่นเอง หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่มีการรักษา จะทำให้อวัยวะต่างๆ ในร่างกายเสื่อม มีโรคแทรกซ้อนได้ ซึ่ง การตรวจเลือด จะทำให้รู้ว่าเป็นโรคเบาหวานหรือไม่

Sponsored

6.โรคฮีโมฟีเลีย Hemophilia

ฮีโมฟีเลีย หรือโรคเลือดไหลไม่หยุด จะมีอาการเลือดออกง่าย หยุดยาก เลือดออกตามข้อ โดยเฉพาะตามข้อศอกหัวเข่า ข้อเท้า จะมีรอยเขียวช้ำเป็นจ้ำๆ อาจร้ายแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ ปัจจุบันยังไม่สามารถรักษาโรคนี้ให้หายขาดได้ เพียงแค่ป้องกันตัวเองเพื่อไม่ให้ร่างกายได้รับบาดเจ็บเพิ่ม

7.โรคตาบอดสี Color Blindness

โรคตาบอดสี ถือเป็นโรคทางพันธุกรรมชนิดหนึ่ง เป็นภาวะผิดปกติของการมองเห็นสี ผิดเพี้ยนไปจากสายตาปกติ โรคนี้จะพบได้บ่อยในผู้ชาย มากกว่าผู้หญิง ซึ่งสีที่คนตาบอดสีคือ สีเหลือง สีส้ม และสีเขียว ส่วนภาวะบอดสีทุกสีนั้นจะพบได้น้อยมาก คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตความผิดปกตินี้ได้จากการจดจำและแยกสีของลูก โรคนี้ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เพียงแค่ใช้คอนแทคเลนส์หรือแว่นตาช่วยกรองแสงเท่านั้น

8.โรคท้าวแสนปม Neurofibromatosis

โรคท้าวแสนปม เกิดจากการกลายพันธุ์ของยีนส์ ผิวหนังที่ถ่ายทอดโครโมโซมที่ก่อให้เกิดเนื้องอกตามแนวเส้นประสาท มีลักษณะตุ่มเต็มตามร่างกาย มีตั้งแต่ขนาดเล็กไปถึงใหญ่ เนื้องอกที่เกิดขึ้นมักเป็นเนื้องอกไม่รุนแรง แต่ก็สามารถกลายเป็นชนิดร้ายแรงจนเป็นมะเร็งได้ โรคนี้ยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เพียงแต่รักษาเพื่อควบคุมอาการของโรคเท่านั้น

9.โรคคนเผือก Albinism

โรคคนเผือกเกิดจากความผิดปกติของยีนส์ ในขบวนผลิตเม็ดสีในร่างกาย ทำให้ร่างกายมีความผิดปกติเช่น ผิวขาวซีด ผมขาว มีปัญหาทางด้านสายตา เป็นต้น โรคนี้มีผลมาจากการถ่ายทอดยีนส์ด้อย มาจากทางพ่อและแม่ ยังไม่มีวิธีรักษา ทำได้แค่ดูแลดวงตาปรับการมองเห็นให้ดีและชัดเจนขึ้นได้เท่านั้น

10.ซีสติกไฟโบรซิส Cystic Fibrosis

โรคซีสติกไฟโบรซีส คือโรคที่เกิดจากความผิดปกติของยีนส์ ทำให้สารคัดหลั่งในร่างกายเหนียวข้นกว่าปกติ เช่น ตับ, ตับอ่อน, ปอด และลำไส้ ทำให้เกิดปัญหาในระบบทางเดินหายใจเช่น หอบหืด หายใจติดขัด หายใจมีเสียงหวีด มีอาการปอดบวมบ่อยๆ ส่งผลให้ระบบทางเดินอาหารและการย่อย ลำไส้เล็กไม่สามารถดูดซึมอาหารได้เต็มที่ เกิดอาการท้องอืด ปวดท้อง ลำไส้อุดตัน ในทารกแรกเกิดจะมีอาการท้องผูกอย่างรุนแรง ส่งผลต่อระบบสืบพันธ์ โรคนี้ยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ทำได้เพียงบรรเทาอาการ ลดภาวะเสี่ยงและอาการแทรกซ้อนเท่านั้น

โรคทางพันธุ์กรรมไม่สามารถรักษาได้ แต่ถ้าคุณพ่อได้รับ การตรวจเลือด และรู้ผลก่อนบางโรคก็สามารถป้องกันได้ อย่างเช่น โรคเอดส์และโรคซิฟิลิส เพราะฉะนั้นคุณพ่อและคุณแม่ควร ตรวจเลือด ก่อนการวางแผนมีลูก เพราะจะสามารถลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นนี้ได้

ติดตาม Papa Expert ได้ที่
Website - papaexpert.com
Blockdit - blockdit.com/papaexpert
Facebook - facebook.com/daipa.papa
Instagram - instagram.com/daipa_papa/