คุณพ่ออย่าชะล่าใจ ลูกชอบดึงผมตัวเอง ไม่ใช่เรื่องเล็กที่ควรมองข้าม

22 views

1 min read

“ลูกชอบดึงผมตัวเอง” ถือเป็นอีกพฤติกรรมที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง คุณพ่อก็ไม่ควรคิดว่าเป็นเรื่องเล็กและมองข้ามไปเพราะอาจกลายเป็นปัญหาใหญ่มาตามมาภายหลังได้ กระนั้นแล้วหากคุณพ่อคนใดสังเกตเห็นว่าลูกมีพฤติกรรมเช่นนนี้อยู่เป็นประจำ เผลอพักเดียวดึงผมอีกแล้ว จำเป็นต้องรีบหาวิธีแก้ไขโดยด่วน ซึ่งเราไม่ทำให้ผิดหวังมีคำแนะนำดี ๆ มาฝาก

เผยสาเหตุที่ทำให้เกิดพฤติกรรม ลูกชอบดึงผมตัวเอง

ก่อนที่เราจะไปศึกษาวิธีแก้ อยากให้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมลูกชอบดึงผมตัวเองสักเล็กน้อย ซึ่งจริง ๆ แล้วพฤติกรรมนี้เรียกว่า “โรคดึงผม” หรือ Trichotillomania เป็นภาวะที่เด็กมักจะดึงผม หรือถอนขนแบบซ้ำ ๆ บ่อย ๆ จนเกิดปัญหาเป็นหย่อม แหว่ง พบในเด็กผู้หญิงมากกว่าเด็กผู้ชาย โดยทำเป็นช่วงเวลาแบบไม่รู้ตัว แต่จะทำบ่อย ๆ ซึ่งมีสาเหตุมาจากความวิตกกังวล ความเครียดที่สะสมอยู่ ถือเป็นปัญหาทางอารมณ์ที่แผงอยู่ อาจเป็นเพราะลูกอยากใกล้ชิดคุณพ่อแต่อาจจะไม่ได้อยู่ตามต้องการ จึงดึงผมเพื่อสร้างความผ่อนคลาย แต่เมื่อดึงผมบ่อยเกินไปก็จะกลายเป็นความเคยชิน ติดเป็นนิสัย แต่กระนั้นพฤติกรรมนี้ส่วนใหญ่มักจะหายไปเองเมื่อลูกมีอายุ 4 ปี

แล้วเราจะแก้ไขปัญหาพฤติกรรมดึงผมของลูกอย่างไร?

โรคดึงผมเรียกได้ว่าเป็นปัญหาทางด้านจิตใจของลูกที่คนเป็นพ่ออย่างเราไม่อาจมองข้ามไปได้จริง ๆ และหากพบว่าลูกของคุณมีพฤติกรรมเช่นนี้ ต้องรีบแก้ไขด้วยวิธีดังนี้

1. เริ่มต้นหาสาเหตุที่ลูกดึงผมตนเอง

แน่นอนว่าเราควรเริ่มจากการค้นหาสาเหตุที่แท้จริงว่าอะไรเป็นปัจจัยมากระตุ้นให้ลูกต้องมีพฤติกรรมดึงผมอยู่บ่อยครั้ง แล้วจึงค่อยแก้ไขปัญหาไปทีละเล็กทีละน้อย เช่น ปัจจัยอาจมาจากการที่คุณแม่มีน้องคนใหม่ ทำให้ลูกคิดไปว่าต่อไปนี้คุณพ่อคุณแม่จะไม่รักตนแล้ว หรือย้ายบ้านเปลี่ยนที่อยู่อาศัย การไม่มีเพื่อนเล่น ฯลฯ ซึ่งเมื่อเราพบปัจจัยแล้วก็จะแก้ไขได้ถูกจุด

2. หาเวลาใกล้ชิดลูก

อย่างที่บอกไปว่าพฤติกรรมลูกชอบดึงผมตัวเองอาจมาจากความเครียด ความกังวลที่ไม่ได้อยู่ใกล้ชิดกับคุณพ่อ เกิดความอ้างว้าง ว้าเหว่ ดังนั้น เมื่อลูกเกิดพฤติกรรมนี้ขึ้นให้รีบอุ้มขึ้นมากอด สร้างความรักความอบอุ่น ซึ่งลูกจะสามารถสัมผัสความรู้สึกนั้นได้จนลืมดึงผมตัวเอง

3. หากิจกรรมต่าง ๆ ให้ลูกทำ

เมื่อลูกมีกิจกรรมทำแน่นอนว่าพฤติกรรมลูกชอบดึงผมตัวเองก็จะค่อย ๆ หายไป เพราะไม่มีเวลาว่างไปดึงผมนั่นเอง ซึ่งคุณพ่อหรือคุณแม่เองควรให้เวลาอยู่กับลูกมากขึ้น ไม่ปล่อยให้อยู่คนเดียวมากเกินไป แนะนำว่าให้หากิจกรรมที่ลูกชอบ หรือกิจกรรมแปลกใหม่ให้ลูกทำ เช่น ปลูกต้นไม้ ทำสวน วาดภาพระบายสี เข้าครัวช่วยทำอาหาร ทำงานบ้านร่วมกัน เล่นน้ำในอ่างยาง ขี่จักรยาน ฯลฯ สร้างความรู้สึกดี ไร้กังวล ผ่อนคลายให้ลูก

4. เปิดพื้นที่ให้ลูกกลางแสดงออก

บางครั้งคุณพ่ออาจจะเข้มงวดมากจนเกินไปไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม ลูกน้อยก็จะรู้สึกกดดันจนกลายเป็นความเครียดในที่สุด สิ่งที่อยากแนะนำเลยก็คือการลดความกดดันนั้น ๆ ลง ผ่อนหนักให้กลายเป็นเบาบ้าง เปิดพื้นที่ให้ลูกได้กล้าทำในสิ่งที่ตนเองชื่นชอบ เน้นการพูดคุยเยอะ ๆ ให้ลูกรู้พูดออกมา แสดงความคิดเห็นออกมา รับฟังลูกและพร้อมเปลี่ยนแปลงกันและกัน สร้างความรู้สึกสบายใจได้ดี

Sponsored

5.  อย่าปล่อยให้ลูกอยู่คนเดียว

บางครั้งเราอาจจะหากิจกรรมให้ลูกทำแล้ว แต่ก็ปล่อยให้เขาอยู่คนเดียว สุดท้ายก็มีโอกาสที่ลูกจะดึงผมตัวเองอีกได้ เพราะรู้สึกว้าเหว่ อ้างว้าง แม้จะมีกิจกรรมทำแต่ไม่มีคนอยู่ด้วย ไม่มีคนเล่นด้วยก็ไม่มีประโยชน์ ดังนั้น คุณพ่อจึงไม่ควรปล่อยให้ลูกอยู่คนเดียว ควรอยู่เป็นเพื่อนลูก อาจจะเล่นเกม หรือออกไปเดินห้างสรรพสินค้าใกล้บ้านก็ได้เช่นกัน

6. พยายามไม่ดุด่าลูก

คุณพ่อควรใช้เหตุผลในการเลี้ยงลูกอย่างที่สุด ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมลูกชอบดึงผมตัวเอง หรืออื่น ๆ ก็ตาม หากผิดจริงอยากให้ลองคุยกันอย่างมีเหตุผล อธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วเน้นย้ำว่าจุดไหนไม่ควรทำอย่างสิ้นเชิง ทำแล้วจะได้ผลลัพธ์อย่างไร ไม่ใช่พอลูกทำผิดก็ดุด่า ตำหนิ หรืออย่างลูกดึงผมก็ดุเสียงดัง กล่าวว่าลูกรุนแรง เพราะจะทำให้ลูกรู้สึกไม่ปลอดภัย เมื่ออยู่คนเดียวก็มีโอกาสดึงผมต่อไปได้

7. หากลองแก้ไขแล้วไม่ได้ผลเลยให้ปรึกษาแพทย์

ใครที่พยายามลองทุกวิธีแก้ไขปัญหาลูกชอบดึงผมตัวเองแล้วแต่ยังไม่เป็นผลเลย ลูกยังคงดึงผมตัวเองอยู่เป็นประจำ ทางออกที่ดีที่สุดก็คือการพาลูกไปปรึกษาแพทย์ผู้มีความเชี่ยวชาญ เพื่อร่วมกันหาทางแก้ไขปัญหาที่อาจจะแตกต่างจากนี้ไปก็เป็นได้ อย่ามองข้ามหรือนิ่งนอนใจเป็นอันขาด

และทั้งหมดนี้ก็เป็นรายละเอียดข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาลูกชอบดึงผมตัวเองที่คุณพ่อต้องทำความเข้าใจตั้งแต่สาเหตุ ปัจจัยการสร้างพฤติกรรม ไปจนถึงวิธีแก้ปัญหาที่มีด้วยกันหลากหลาย หากพบว่าลูกมีพฤติกรรมเช่นนี้อยู่จริง ๆ ให้ลองเลือกวิธีเหล่านี้ไปปรับใช้กันดูได้ เชื่อว่าจะช่วยให้อาการลูกดีขึ้นไม่มากก็น้อย และอย่าลืมว่าสิ่งสำคัญคือการที่ลูกได้อยู่ใกล้ชิดกับคุณพ่อ หรือคุณแม่ สร้างความปลอดภัยภายในจิตใจ ไร้กังวล ส่วนใครลองนำวิธีเหล่านี้ไปทำตามแล้วได้ผลลัพธ์อย่างไร มาแชร์กันได้เลย

ติดตาม Papa Expert ได้ที่
Website - papaexpert.com
Blockdit - blockdit.com/papaexpert
Facebook - facebook.com/daipa.papa
Instagram - instagram.com/daipa_papa/