เมื่อถึงวัยลูกหัดคลาน คุณพ่อมีวิธีเตรียมพร้อมอย่างไรบ้าง

0 views

1 min read

พัฒนาการของลูกน้อยเมื่อเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงอายุเราเองก็คงดีไม่มาก ๆ ที่ได้เห็นการเติบโตไปเรื่อย ๆ เช่นนี้ อย่าง การคลานเองก็เช่นกัน แต่ถึงกระนั้นเราเองก็คงต้องเตรียมความพร้อมเมื่อถึงวัยลูกหัดคลานให้ดีที่สุด แต่จะต้องทำอย่างไรบ้าง? นี่คงเป็นสิ่งที่หลายคนต้องการคำตอบ เราเองอยากช่วยเต็มที่จึงได้รวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาแนะนำ

คุณพ่อต้องเตรียมตัวเมื่อถึงช่วงวัยลูกหัดคลาน

1. จัดท่าทางที่เหมาะสมให้ลูกตั้งคลาน

ต้องอธิบายว่าในช่วงวัน 6 – 8 เดือน เด็กจะสามารถนั่งเอง หรือพลิกคว่ำเองได้แล้ว แต่เมื่อถึงช่วงวัยนี้แล้วลูกยังไม่คลาน คุณพ่อสามารถจัดท่าทางให้ลูกหัดตั้งคลานได้ง่าย ๆ เริ่มต้นให้วางลูกลักษณะท่านอนคว่ำ วางมือและขาของลูกออกในลักษณะคว่ำมือ หรือตั้งคลาน ให้ลูกรู้ถึงการถ่ายเทน้ำหนักไปหาอวัยวะ กล้ามเนื้อ เช่น ข้อไหล่ ขา ข้อมือ ข้อศอก ฯลฯ พอรู้แล้วก็จะฝึกลูกคลานได้ง่าย ๆ

2. ตัวคุณพ่อคือสิ่งวิเศษช่วยลูกหัดคลานที่ดีที่สุด

คุณพ่อเป็นของเล่นวิเศษที่จะช่วยหัดลูกได้คลานสบาย ๆ อย่างดีที่สุด ดังนั้นถ้าอยากให้ลูกมีพัฒนาการด้านหัดคลานล่ะก็ คุณพ่อต้องกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลูก อย่าเพิ่งเข้าไปหาให้ลูกได้ขยับตัวมาหาเราจนสำเร็จ รออยู่ห่าง ๆ อย่างห่วง ๆ เพราะการที่คุณพ่ออยู่ใกล้ลูกตลอดจะทำให้ลูกไม่อยากไปไหน ไม่อยากเคลื่อนตัวเคลื่อนไหว

3. จัดบ้าน หรือสถานที่ให้เหมาะสมกับการฝึกลูกคลาน

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเรื่องพื้นที่ให้ลูกหัดคลานนั้นมีความสำคัญอย่างที่สุด ซึ่งควรเป็นพื้นที่กว้างและมีความปลอดภัย เก็บสิ่งที่จะเป็นอันตรายทุกชนิดออกไปให้หมด หรือถ้ามีเหลี่ยมมุมก็ต้องเอาออกหรือถ้าไม่ได้จริง ๆ ควรมีของนุ่มนิ่มมาวางกั้น เริ่มต้นหัดคลานอาจจะใช้เบาะที่อยู่ในคอกกั้นเด็กมาวางรองก็ได้ เพื่อให้ลูกไม่เจ็บเวลาทำ หรือบางคนล้มก็ไม่เจ็บ หลังจากที่คล่องขึ้นแล้วจึงให้สัมผัสพื้นผิวจริง เรียนรู้เองและระมัดระวังเอง

4. กระตุ้นให้เคลื่อนไหวด้วยของเล่นชิ้นโปรด

Sponsored

แน่นอนว่าลูก ๆ ย่อมมีของเล่นชิ้นโปรดที่เมื่อเห็นแล้วอยากเข้าใส่เต็มที่ ดังนั้น เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ลูกได้เคลื่อนไหวคลานมาหาเรา จึงต้องมีของเล่นชิ้นโปรดล่อ อาจจะนั่งไกล ๆ แล้วถือขยับให้ลูกคลานเข้ามาหา หรือวางไว้ที่พื้นเริ่มจากระยะใกล้ ๆ แล้วค่อยห่างออกไปเรื่อย ๆ

5. ให้กำลังใจ ดีใจแบบเล่นใหญ่เมื่อลูกคลานมาหาได้

สุดท้ายเมื่อลูกหัดคลานแล้วทำสำเร็จ มาหาเราได้สำเร็จ ก็อยากให้คุณพ่อเพิ่มกำลังใจ ทำดีใจแบบเล่นใหญ่ไปเลย หรือระหว่างที่คลานก็ให้ส่งเสียงเชียร์เพิ่มกำลังใจก็ได้ เวลาลูกล้มก็เข้าไปกอด ซึ่งการที่มีคุณพ่ออยู่ข้าง ๆ ด้วยในช่วงเวลาที่ลูกเริ่มต้นทำอะไรใหม่ ๆ จะทำให้เขาสนุก และรู้สึกว่าตนเองปลอดภัย กล้าที่จะทำสิ่งต่าง ๆ ต่อไป

รู้หรือไม่?! ท่าคลานของลูกมีได้ 6 ท่า!

เผื่อคุณพ่อคนไหนยังไม่รู้เราก็อยากแนะนำว่าท่าคลานของลูกน้อยที่เราจะช่วยลูกหัดคลานนั้นมีด้วยกันทั้งหมด 6 ท่า แต่ละท่าก็จะมีความแตกต่างกันออกไป ได้แก่

  • คลานแบบปกติ : เป็นท่าที่ใช้มือและเข่าเพื่อคลานเอาตัวเองเคลื่อนไหว จังหวะเวลาคลานจะสอดคล้องระหว่างมือและหัวเข่าไปเอง และลูกจะคลานได้ไวมาก ๆ
  • คลานด้วยท้อง : เป็นท่าคลานที่เด็ก ๆ จะเอาท้องไปติดพื้นสัมผัสแล้วไถตัวให้ดูเหมือนหมอบคลานแบบทหารฝึก ซึ่งถือเป็นท่าเริ่มต้นให้ตัวเอง โดยที่การไถจะไปข้างหน้า กางมือกางเท้าคล้ายท่ากบ
  • ฝึกลูกคลานท่าหมี : ลักษณะท่านี้จะแตกต่างจากทั้ง 2 ท่า โดยการใช้หัวเข่ายันตัวแทนการใช้เข่า เหมือนหมีกำลังเดิน ซึ่งลูกจะใช้พลังเยอะแบบหมีไปอีก
  • คลานแบบปู : เป็นลักษณะการคลานที่เด็กเริ่มจะรู้หลักการมากขึ้นแล้ว การคลานจะนั่งแล้วใช้มือกับขา 1 ข้าง เขยิบตัวไปด้านหน้า เหมือนคนขี้เกียจลุกเดิน แต่ก็น่ารักไปอีกแบบ เหมือนได้เห็นความพยายามในการขยับของลูก
  • ลูกหัดคลานท่าไปด้วยกัน : เป็นท่าคลานที่จะนั่งแล้วเด็กจะโน้มตัวไปข้างหน้า เอามือดึงตัวเองไปเรื่อย ๆ ใช้ท่านี้ไม่แน่เพราะพวกเขาเริ่มเจ็บเข่าแล้วก็เป็นได้ แต่ถือเป็นท่าที่ฉลาดคิดเอามาก ๆ
  • คลานแบบผสม : หลายคนอาจจะงง ๆ ว่าคลานแบบผสมคืออะไร? ก็คือการคลานไปด้วยกลิ้งตัวไปด้วยทำไปเรื่อย ๆ จนมาหาเราสำเร็จ คล้ายกับการที่ขวดนมกลิ้ง หรืออยากได้อะไรแต่นอนอยู่ก็เลยกลิ้งไปหาซะเลย

ในช่วงเริ่มต้นที่ลูกหัดคลานนั้นอาจมีการใช้ท่าที่หลากหลายตามความสามารถของลูก ไม่ว่าจะกระดึ๊บทีละนิด ใช้กำลังแขนลากขาหรือท้อง เอาก้นไถ ฯลฯ ซึ่งทุกสิ่งทุกท่าที่ลูกทำจริง ๆ แล้วไม่มีผิดถูก คุณพ่อเองควรให้กำลังใจเยอะ ๆ ครึกครื้นเวลาที่ลูกกำลังทำ หรือทำได้แล้ว เพื่อให้ลูกเกิดความเข้าใจว่าสิ่งที่เขากำลังทำมันถูกต้อง คุณพ่อดูดีใจ ดูสนุก หวังว่าคำแนะนำข้างต้นทั้งหมดจะช่วยคุณพ่อได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ติดตาม Papa Expert ได้ที่
Website - papaexpert.com
Blockdit - blockdit.com/papaexpert
Facebook - facebook.com/daipa.papa
Instagram - instagram.com/daipa_papa/