หยุดปัญหาลูกติดขวด เมื่อถึงวัยอันเหมาะสม กับวิธีที่คุณพ่อควรทำ

11 views

1 min read

“ขวดนม” เรียกได้ว่าเป็นไอเท็มเด็ดสำหรับลูกน้อยอย่างมาก เสมือนเป็นโลกทั้งใบอยู่ด้วยกันตลอดไม่ว่าจะเข้านอนหรือตื่นนอน แต่เมื่อถึงช่วงวัยที่เหมาะสมก็จำเป็นต้องเลิกขาดจากกัน ซึ่งเป็นเรื่องยากมากทำให้บางบ้านต้องเจอปัญหาลูกติดขวดเลิกไม่ได้งอแงตลอดวัน ทว่าหากเกิดปัญหาเช่นนี้มีวิธีแก้ไขอย่างไร? มาร่วมหยุดปัญหานี้ด้วยข้อมูลที่น่าสนใจเหล่านี้

พาไปดู 7 วิธีที่คุณพ่อควรทำ หยุดปัญหาลูกติดขวด

ต้องบอกเลยว่าทั้ง 7 วิธีที่เรากำลังจะแนะนำต่อไปนี้ได้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้อธิบายไว้อย่างเข้าใจ ซึ่งจะมีวิธีไหน ทำยากง่ายย่างไรไปติดตามโดยด่วน

1. ฝึกให้ลูกใช้แก้ว

เริ่มต้นวิธีแรกที่จะทำให้ลูกติดขวดปล่อยวางได้อย่างราบรื่น ก็คือการฝึกให้ใช้แก้วแทน ซึ่งแก้วที่อยากแนะนำให้เป็นแบบพลาสติกมีหูจับจะข้างเดียว หรือสองข้างก็ได้ โดยที่แก้วควรมีฝาปิดป้องกันน้ำหกหรือไหลเข้าจมูกเวลายกซด ทั้งยังเป็นการฝึกให้ค่อย ๆ จิบไปในด้วย ทั้งนี้ควรเตรียมพร้อมการเลิกขวดตั้งแต่ลูกน้อยอายุ 6 – 9 เดือน

2. ไม่ปลุกลูกให้ตื่นกินนมแล้ว

ในช่วงวัยแรกเกิดลูกอาจจะตื่นขึ้นมาเองกลางดึกเพื่อดื่มนม แต่เมื่อมีอายุ 6 – 9 เดือนแล้ว คุณพ่อไม่จำเป็นต้องปลุกลูกเหมือนเคยให้มาดื่มนมมื้อดึก เพื่อเลิกอาการติดขวดนมของลูกไป แน่นอนว่าค่อย ๆ ลดปริมาณมื้อนมในช่วงกลางคืนลงด้วย จนในที่สุดก็ให้ลูกอดนมไปเองสูงสุดภายใน 1 ปี

3. ฝึกให้ลูกกินนมเป็นเวลา

การดื่มนมในวัยเด็กน้อยแบบนี้จริง ๆ ตั้งแต่ 6 เดือน – 2 ขวบต้องเลิกได้แล้ว ซึ่งเราควรจะให้ลูกดื่มเป็นเวลาเท่านั้น หรือดื่มเพราะหิว แต่ก็กำหนดเวลาไว้ ไม่ใช่ให้ดื่มเพราะอยากปลอบใจหรือกล่อมเข้านอน เพราะถ้าเป็นแบบนั้นลูกจะงอแงได้หากถึงเวลาแล้วไม่ได้ดื่ม กลายเป็นลูกติดขวดแบบไม่สามารถแก้ไขได้

4. บอกลูกให้รู้

กรณีที่ลูกรู้เรื่องบ้างแล้ว สามารถรู้ว่าอะไรทำได้อะไรทำไม่ได้ คุณพ่อจำเป็นต้องบอกลูก อธิบายให้ลูกเข้าใจ เพื่อปรับตัวล่วงหน้าว่าจะเลิกใช้ขวดนมเมื่อไหร่ วันไหน และเมื่อถึงวันนั้นจริง ๆ คุณพ่อควรเก็บควรนมให้หายไปเลย อย่าให้ลูกเห็น อาจจะใช้วิธีให้ลูกบอกลาด้วยตนเองก่อนแล้วเอาทิ้งให้เห็น รับรองว่าใครเคยติดขวดนมไม่มีอีกกลับไปอีกแน่นอน

5. ชมเชยเมื่อลูกไม่ร้องงอแง

สุดท้ายเมื่อลูกเริ่มดื่มจากแก้ว หรือไม่ร้องงอแงแล้ว ให้คุณพ่อกล่าวชื่นชม ให้กำลังใจ หรือบางคนอาจจะให้รางวัลเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ลูกชื่นชอบก็ได้ เพื่อสร้างความภาคภูมิใจในภารกิจอันยิ่งใหญ่นี้ ทำให้ลูกไม่อยากกลับไปใช้ขวดนมอีก ความสำเร็จอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

คุณพ่อควรใส่ใจให้ลูกเลิกใช้ขวดนมอย่างเร็วที่สุด

สิ่งที่อยากบอกคุณพ่อเมื่อมีปัญหาลูกติดขวดเลยก็คือการทำตามคำแนะนำทั้ง 5 ที่กล่าวไปในตอนต้น เพราะไม่อย่างนั้นอาจเกิดผลเสียต่อตัวลูกน้อยของคุณได้ นั่นคือ

1. มีภาวะฟันผุ

เรื่องจากเด็กที่ติดขวดนมมักจะนอนหลับไปพร้อม ๆ กับจุกนมที่ยังคงมีน้ำนมอยู่ ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่นมจะตกค้าง และเกาะฟัน เมื่อเป็นเช่นนี้ติดต่อกันเป็นเวลานานจึงทำให้เกิดภาวะฟันผุได้ นอกจากนี้การดูดจุกนมจากขวดนานเรื่อย ๆ ทำให้การเรียงตัวของฟันผิดปกติ ฟันซ้อน ฟันห่างได้นั่นเอง

Sponsored

2. เกิดพัฒนาการด้านการพูดล่าช้า

ด้วยความที่ลูกติดขวด ดูดจุกนมอยู่อย่างนั้น ทำให้ไม่ปล่อยปากพูดคำใดออกมาเลย กลายเป็นว่าเสียโอกาสการพัฒนาด้านการพูดไปโดยปริยาย ไม่มีการสื่อสารกับคนรอบข้าง คุณพ่อคุณแม่ รวมถึงการฝึกหยิบจับสิ่งของอื่นเพราะมัวแต่จับขวดนม

3. กล้ามเนื้อมือไม่ได้รับการพัฒนาที่เหมาะสม

อย่างที่บอกไปว่าเมื่อลูกมีภาวะติดขวดแล้ว มือทั้ง 2 ข้างก็ต้องมาคอยจับขวดอยู่ตลอดเวลา จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เสียโอกาสพัฒนาด้านกล้ามเนื้อมือที่จะไปหยิบจับ รู้จักสิ่งของอื่น ๆ

4. ขาดสารอาหารที่ครบถ้วน

ด้วยความที่ลูกติดขวดจึงดื่มแต่นมจนอิ่มได้ง่าย ๆ ทำให้ไม่อยากอาหารอื่น ๆ โดยเฉพาะข้าวที่ปกติก็กินยากเย็นอยู่แล้ว ทำให้ลูกได้รับสารอาหารที่เป็นประโยชน์ครบถ้วนได้ไม่เต็มที่ ไม่ว่าจะ กากใยอาหาร ธาตุเหล็ก วิตามินซี ฯลฯ ซึ่งการดื่มนมตลอดวันมีโอกาสได้รับพลังงานมากเกินความจำเป็น เกิดโรคอ้วนได้ง่ายกว่าเด็กทั่วไป

แนะนำช่วงอายุที่เหมาะสม เพื่อเลิกเป็นเด็กติดขวด

จริง ๆ แล้วคุณพ่อควรเริ่มละพฤติกรรมลูกติดขวดได้แล้วตั้งแต่ 6 เดือน ซึ่งควรให้จับแก้วเอง เตรียมพร้อมเลิกดูดจากขวด พออายุ 8 เดือนเด็กจำเป็นต้องได้รับวิตามินบี วิตามินซี หรือสร้างเม็ดเลือดแดงให้สมบูรณ์ที่สุด จึงควรให้กินอาหารจำพวกเนื้อ นม ไข่ สาหร่าย ฯลฯ และไม่เกิน 2 ขวบให้เลิกดูดนมจากขวดไปได้เลย อาจเริ่มฝึกดื่มจากหลอด แล้วเปลี่ยนเป็นจิบจากแก้ว

คุณพ่อบางคนอาจจะใจอ่อนง่ายเห็นลูกร้องไห้งอแงจะเอาขวดนมก็ตามใจหยิบมาให้แล้ว ซึ่งอยากบอกว่าให้ทำใจแข็งไว้มาก ๆ เลย เพื่อไม่ให้ลูกติดขวดจนเป็นปัญหาต่อสุขภาพในอนาคตได้นะ

ติดตาม Papa Expert ได้ที่
Website - papaexpert.com
Blockdit - blockdit.com/papaexpert
Facebook - facebook.com/daipa.papa
Instagram - instagram.com/daipa_papa/