โรคสมาธิสั้นในเด็ก เรื่องที่พ่อแม่ควรรู้พร้อมวิธีแก้ปัญหา

226 views

1 min read

ใครจะรู้ว่าลูกของเราอาจป่วยเป็นโรคสมาธิสั้นในเด็กได้ ซึ่งภาวะนี้เกิดจากสมองส่วนหน้าควบคุมสมาธิทำงานลดลง ทำให้สมองขาดความสามารถที่จะจดจ่อหรืออยู่กับอะไรได้เป็นเวลานาน โดยเด็กที่ป่วยโรคนี้ต้องยอมรับว่ามีการเรียนรู้ที่ช้ากว่าเด็กทั่วไป และมีพฤติกรรมอื่นร่วม เช่น อยู่ไม่นิ่ง ไม่เชื่อฟัง และนี่ก็อาจทำให้หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าลูกป่วยด้วยโรคนี้หรือเปล่า ดังนั้น จึงขออาสาพาไปทำความรู้จักและพร้อมรับมือแก้ปัญหาได้ถูกจุด

เรื่องที่พ่อแม่ควรรู้เกี่ยวกับโรคสมาธิสั้นในเด็ก

โรคสมาธิสั้นในเด็ก หรือ Attention Deficit Hyperactivity Disorder : adhd คือ ภาวะที่สมองส่วนหน้า ซึ่งมีหน้าที่คิด วางแผน จัดลำดับผิดปกติ จากที่จะควบคุมสมาธิและพฤติกรรมของเราแต่กลับทำงานลดลง เกิดจากปัจจัยทางพันธุกรรมที่สามารถถ่ายทอดจากคนภายในครอบครัวถึง 75% รวมถึงระหว่างตั้งครรภ์คุณแม่ดื่มเหล้าและสูบบุหรี่ หรือเด็กที่คลอดก่อนกำหนด น้ำหนักแรกคลอดน้อย

อีกปัจจัยคือการเลี้ยงดูและสิ่งแวดล้อมรอบข้าง หรือเรียกอีกอย่างว่า “สมาธิสั้นเทียม” ที่พบได้ 25% อย่างการตามใจมากเกินไป ขาดความเป็นระเบียบ ไม่มีกฎภายในบ้านที่เคร่งครัด ควบคุมไม่สม่ำเสมอ นอกจากนี้ยังมีสื่ออิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง อย่าง มือถือ ไอแพด แท็บเล็ต รวมถึงโทรทัศน์ที่เปิดนาน ๆ แล้วไม่ได้รับการควบคุมจากผู้ปกครอง ซึ่งคุณพ่ออาจคิดว่าปล่อยให้เด็กอยู่กับสื่อเหล่านี้ช่วยให้ควบคุมลูกง่ายขึ้น ไม่งอแง ไม่รบกวนเรา ทั้งที่จริงการใช้สื่อเหล่านี้เสี่ยงเป็นโรคสมาธิสั้นในเด็กได้ง่าย ๆ พัฒนาการล่าช้าโดยเฉพาะด้านการสื่อสารและการพูด รอคอยอะไรไม่ได้ ใจร้อน หงุดหงิด เพราะส่วนหนึ่งมาจากการเลียนแบบพฤติกรรมจากสิ่งที่อยู่ในสื่อ

วิธีการสังเกตอาการกับลูกน้อย

หลังจากรู้ไปแล้วว่า adhd คือ สมองส่วนหน้าทำงานผิดปกติ ทีนี้เรามาศึกษาวิธีสังเกตอาการบ้าง ซึ่งปกติแล้วโรคสมาธิสั้นในเด็กสามารถแบ่งออกเป็น 3 ลักษณะอาการ คือ

1. พฤติกรรมซุกซน อยู่ไม่นิ่ง ยุกยิก มีการเคลื่อนไหวร่างกายอยู่ตลอด เหมือนเด็กที่ไปไหนได้ตลอดพร้อมลุยเต็มที่ พูดเก่ง พูดมาก ชอบเล่นเสียงดัง เล่นกับเพื่อนรุนแรง หรือที่รู้จักกันว่าเป็นเด็กไฮเปอร์

2. พฤติกรรมขาดความยับยั้งชั่งใจ คือมีความวู่วาม ใจร้อน หุนหันพลันแล่น พูดตรงไปตรงมา พูดแทรกเก่ง ไม่ชอบการรอคอยเพราะจะหงุดหงิด ขาดความระมัดระวังในการทำทุกสิ่งอย่าง

Sponsored

3. พฤติกรรมขาดสมาธิ มักจะเหม่อลอย ไม่สามารถจดจ่ออะไรนานได้ ทำอะไรไม่รอบคอบ ขี้ลืม ทำงานไม่เสร็จตรงตามเวลา ถ้าต้องใช้ความพยายาม อดทน หรือสมาธิมาก ๆ จะไม่ชอบทำอย่างเด็ดขาด

ถ้าลูกป่วยโรคนี้จริง ๆ มีวิธีแก้ปัญหาอย่างไร?

สำหรับโรคสมาธิสั้นในเด็กนั้น คุณพ่อคุณแม่สามารถแก้ปัญหาได้ง่าย ๆ หรือถึงแม่ลูกจะไม่เป็นก็สามารถนำไปปรับใช้ได้ เพื่อฝึกความมีระเบียบวินัย ได้แก่

  • เลือกเรียงลำดับความสำคัญ : ตัวเราเองต้องลำดับความสำคัญก่อนว่าจะทำอะไรก่อน – หลังบ้าง เน้นให้เด็กเข้าสังคมง่าย ๆ และผ่อนคลายกับเรื่องที่ไม่สำคัญ เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งเด็กก็จะเข้าใจว่าสิ่งไหนสำคัญมากหรือน้อย
  • ให้คำชมกับลูกบ่อย ๆ : คำชมที่ว่านี้เป็นได้ทั้งคำชมแบบสั้น ๆ หรือตบไหล่ยินดีเมื่อเข้าปฏิบัติได้ตามที่เราคาดหวัง ยิ่งชมเร็วเด็กก็จะภูมิใจ รู้ว่าถูกต้องก็อยากทำอีก ซึ่งเด็กประเภทนี้ชอบคำชมมากกว่าเด็กทั่วไป เพื่อเป็นการปรับสอนนำทางให้เขาไปถูกทาง
  • ตั้งนาฬิกาเตือนความจำ : เพื่อเป็นการกำหนดขอบเขตในการปฏิบัติด้านต่าง ๆ คุณพ่อคุณแม่ควรตั้งนาฬิกาเอาไว้ เตือนว่าหมดเวลาเล่น ถึงเวลาต้องทำการบ้าน หรือจะสอนให้เด็กกะระยะเวลาของตนเองได้
  • ให้รางวัลบ้าง : ช่วยให้ลูกมีความพยายามที่จะทำมากขึ้น ไม่ใช่มีแค่คำชมลอย ๆ เท่านั้น ให้รู้สึกว่าเขาคือคนสำคัญ สร้างสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวได้ดี
  • รางวัลที่ให้ควรเปลี่ยนไปบ้าง : โรคสมาธิสั้นในเด็กอาจทำให้เบื่อหน่ายถ้าได้แต่รางวัลซ้ำ ๆ ดังนั้น จึงควรให้รางวัลแปลกใหม่บ้าง หรือให้เขามีส่วนร่วมคิดรางวัลให้ตัวเอง แสดงให้เห็นว่าปฏิบัติตัวแบบเดิม ๆ ไม่ใช่เรื่องจำเจ
  • หัดให้อภัยลูก : ก่อนเข้านอนให้พูดคุยกับลูก ให้อภัยในพฤติกรรมที่ลูกอาจทำผิดพลาด และเราก็ควรให้อภัยตัวเองด้วยที่กระทำการไม่เหมาะสมในวันนั้น ๆ
  • แสดงออกในแง่ดีเข้าไว้ : บอกสิ่งที่เราอยากได้จากลูกแบบชัดเจน และอย่างที่บอกกระตุ้นด้วยรางวัล คำชม
  • พูดให้กระชับ ลงมือทำ อย่างประชด : ด้วยความที่เด็กป่วยโรคนี้มักมีปัญหาการลงมือทำที่ช้า เข้าใจยาก ยิ่งเราพูดมาก ประชด หรืออธิบายยาว ๆ ยิ่งพาให้ทำได้ช้าลง อาจเตือนสั้น ๆ ไม่ย้ำซ้ำ ไม่จู้จี้ พูดน้ำเสียงธรรมดาให้น่าฟัง

สุดท้ายนี้ เรื่องของสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่มีบทบาทในชีวิตประจำวันอย่างมาก แนะนำว่าถ้าต้องใช้งานสื่ออิเล็กทรอนิกส์อยากให้เล่นได้วันละไม่เกิน 1 ชั่วโมงเท่านั้น มีระยะเวลาบอกชัดเจนไปเลย ไม่ตามใจ และควรดูความเหมาะสมของสิ่งที่เด็กจะดูหรือเล่น แต่หากไม่จำเป็นจริง ๆ ควรให้ลูกไปออกกำลังกายนอกบ้าน หรือหากิจกรรมทำดีกว่า นอกจากนี้ โรคสมาธิสั้นในเด็กยังสามารถรักษาควบคู่ไปกับการใช้ยาที่มีหลากหลายกลุ่มจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้วย


ติดตาม Papa Expert ได้ที่
Website - papaexpert.com
Blockdit - blockdit.com/papaexpert
Facebook - facebook.com/daipa.papa
Instagram - instagram.com/daipa_papa/