ออทิสติกเทียม คืออะไร คุณพ่อต้องสังเกตลูกน้อยเสี่ยงเป็นหรือไม่

11 views

1 min read

ในปัจจุบันการติดต่อสื่อสารมีการใช้เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างดูง่ายและสะดวกสบาย แต่ใครจะไปคิดว่าในความก้าวหน้าของเทคโนโลยีนี้จะเกิดมีโรค ออทิสติกเทียม เกิดขึ้น นั่นก็เพราะว่าเด็กๆ มีการใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ตั้งแต่อายุยังน้อยส่งผลให้เด็กๆ เกิดเป็นโรคดังกล่าวมากขึ้นนั่นเอง ซึ่งคุณพ่อหลายคนอาจยังไม่ทราบว่าโรคที่ว่านี้มีอาการอย่างไรและจะมีวิธีการรักษาแบบไหน วันนี้เราจะพามาทำความรู้จักโรคนี้และวิธีป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดโรคดังกล่าวขึ้นกับลูกๆ ของคุณนั่นเอง

ออทิสติกเทียม คืออะไร

ออทิสติกเทียม คือโรคความบกพร่องในการสื่อสารหรือเข้าสังคม เด็กที่เป็นโรคนี้ส่วนใหญ่คือพ่อแม่ไม่ค่อยมีเวลาพูดคุยหรือมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีด้วย ปล่อยให้ลูกเล่นโทรศัพท์หรือดูทีวีมากจนเกินไป ทำให้เด็กไม่สามารถสื่อสารกับคนรอบตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างที่ควรจะเป็น เด็กที่เป็นโรคนี้จะสังเกตได้ว่ามีความแตกต่างจากเด็กทั่วไปคือมีพัฒนาการที่ช้า การสื่อสารตอบโต้ช้า ไม่กล้าสบตาสายตา ชอบอยู่คนเดียวไม่ยอมให้พ่อแม่เข้าใกล้หรือโอบกอด แสดงออกทางสีหน้าไม่เป็น อย่างไรก็ตามเด็กที่เป็นโรคนี้สามารถรักษาให้หายได้ด้วยเวลาอันสั้น หากมีการกระตุ้นรักษาอย่างถูกวิธีเด็กก็จะสามารถกลับมามีพัฒนาการในการสื่อสารและเข้าสังคมได้

วิธีสังเกต ลูกน้อยเป็นออทิสติกเทียมไหม

ในปัจจุบันเชื่อว่าคุณพ่อหลายๆ ท่านอาจจะไม่ค่อยมีเวลาที่จะอยู่กับครอบครัวมากสักเท่าไหร่ เนื่องจากจะต้องทำงานเพื่อมาเลี้ยงดูครอบครัวทำให้เกิดความห่างเหินกับลูกๆ ทิ้งให้ลูกๆ จะต้องอยู่กับเกม กับทีวี และก็สมาร์ทโฟนเป็นส่วนใหญ่ ส่งผลให้มีโรคออทิสติกกับเด็กมากขึ้น หากคุณพ่อสงสัยว่าลูกของคุณมีอาการโรค ออทิสติกเทียม หรือไม่ให้ลองสังเกตอาการเหล่านี้ดู

  • เด็กออทิสติก จะมีพัฒนาการที่ช้ากว่าเด็กคนอื่นๆ ถ้าเทียบกันเด็กคนอื่น ที่อายุจะ 2 ขวบแล้วแต่ก็ยังไม่ยอมพูดหรือพูดไม่เป็นภาษา
  • มักจะแสดงออกแบบอาละวาดหรือโมโหแทน เพราะบอกความต้องการกับคนอื่นไม่เป็น
  • แสดงความรักกับคนรอบข้างไม่เป็น ไม่ยอมให้ใครอุ้มกอดหรือหอม
  • เด็กที่เป็นโรค ออทิสติกเทียม มักจะไม่เล่นหรือพูดกับคนอื่นๆ ชอบอยู่คนเดียวเสียส่วนใหญ่ มักจะเล่นคนเดียวมากกว่า
  • มีพฤติกรรมการแสดงออกหรือเข้าสังคมที่ต่างไปจากเด็กคนอื่นในวัยเดียวกัน
  • ไม่ลอกเลียนแบบท่าทีหรือเสียงของคนรอบตัว
  • เวลามีคนคุยด้วยแล้วชอบหลบตาไม่กล้าสบตา
  • ชอบอยู่กับสิ่งหนึ่งสิ่งใดได้เป็นเวลานานๆ เช่น ทีวีหรือโทรศัพท์
  • ไม่มีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบตัวไม่แสดงท่าทางหรือส่งเสียงเรียกคนอื่น
  • ไม่มีการตอบสนองต่อสิ่งเร้า เช่น แสง สี เสียง เป็นต้น
  • ไม่ส่งเสียงร้องอ้อแอ้หรือเรียกพ่อแม่
  • เวลามีคนเรียกจะไม่หันจะไม่สนใจต่อคนรอบข้าง
  • ชอบทำอะไรซ้ำๆ วนไปวนมา
  • มักจะร้องไห้โดยไม่มีเหตุผล

หาคุณพ่อพบว่าลูกมีอาการเหล่านี้มากกว่า 5 ข้อขึ้นไปถือว่ามีความเสี่ยงออทิสติกแล้ว ซึ่งโรคนี้จะส่งผลร้ายต่อพัฒนาการของลูก ทางที่ดีควรพาลูกไปพบหมอเพื่อตรวจอย่างแน่ชัดอีกครั้งจะได้ทำการรักษาอย่างถูกวิธี

วิธีการรักษา

โรค ออทิสติกเทียม ในการรักษาเบื้องต้นก่อนที่จะถึงมือคุณหมอ สิ่งสำคัญที่สุดที่คุณพ่อควรทำคือ การสังเกตพฤติกรรมของลูกและแก้ไขตรงจุดก็จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะจะทำให้ลูกได้รับการดูและเอาใจใส่จากผู้เป็นพ่อเป็นแม่มากขึ้น ซึ่งแนวทางการรักษาเด็กออทิสติก จะต้องใช้ยาใจเพื่อรักษา ยาใจในที่นี้ก็คือความรักจากพ่อแม่นั่นเอง คุณพ่อคุณแม่ควรใช้เวลาอยู่กับลูกให้มากขึ้นให้ความรักความอบอุ่นไม่ปล่อยให้ลูกอยู่กับทีวี แท็บเล็ตและสมาร์ทโฟนมากเกินไป การใช้เวลาอยู่ด้วยกันคือมีการพูดคุยถามความคิดเห็นและความต้องการของลูกไม่ใช่แค่นั่งเล่นด้วยกันเฉยๆ เบื้องต้นหากลูกกลายเป็นคนติดหน้าจอไปแล้ว คุณพ่อจะต้องพยายามอย่างเต็มที่เพราะช่วงแรกลูกจะไม่ใส่ใจพ่อแม่เลย เนื่องจากถูกเลี้ยงมาแบบนี้นานพอสมควรแล้ว คุณพ่อจะต้องมีความตั้งใจและต้องมีศิลปะในการจูงใจให้ลูกกลับมามีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกันเหมือนเดิม

Sponsored

แนวทางป้องกัน

เนื่องจากว่าโรค เด็กออทิสติก เทียมไม่ใช่ภาวะที่เด็กเป็นมาตั้งแต่กำเนิด แต่เกิดจากการเลี้ยงดูเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นคุณพ่อสามารถป้องกันไม่ให้ลูกเป็น ออทิสติกเทียม ได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

  • ให้เด็กๆ ทำกิจกรรมอื่นๆ แทนการเล่นโทรศัพท์ เล่นแท็บเล็ตหรือดูทีวี เช่น เรียนศิลปะ เล่นของเล่นหรือฝึกการต่อ Lego เป็นต้น
  • จำกัดเวลาในการเล่นโทรศัพท์ แท็บเล็ต หรือดูทีวีได้วันละ 1 ชั่วโมง
  • ไม่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 2  ขวบเล่นแท็บเล็ตหรือโทรศัพท์
  • หาเวลาว่างอยู่กับลูกบ่อยๆ เน้นการพูดคุยเพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์ให้เด็กๆ ฝึกตอบโต้เมื่อมีคนพูดคุยด้วย
  • หากลูกโกรธควรฝึกให้เด็กระบายอารมณ์ผ่านทางคำพูดที่เหมาะสมไม่ใช่ทางอารมณ์ สอนให้เด็กพูดคุยกับพ่อแม่เมื่อต้องการอะไรหรืออยากได้อะไร
  • หมั่นพาลูกเข้าสังคมพบปะผู้คนอื่นๆ โดยอาจจะพาลูกไปเข้าค่ายหรือไปสวนสาธารณะเพื่อเล่นกับเพื่อนๆ ก็ได้
  • สอนให้ลูกออกเสียงแต่ละคำอย่างช้าๆ และชัดเจนพูดคุยกับลูกบ่อยๆ
  • ซื้อของเล่นที่เสริมพัฒนาการให้ลูกได้เล่นเพื่อฝึกสมอง

หากคุณพ่อกำลังสงสัยว่าลูกเป็นโรค ออทิสติกเทียม หรือไม่ คุณพ่อควรสังเกตให้ดีและเมื่อแน่ใจให้รีบพาลูกไปปรึกษาแพทย์เพื่อหาวิธีรักษาให้ทันเวลาก่อนที่จะสายเกินไป เพราะถ้าช้าไปอาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของลูกในการเข้าสังคมได้

ติดตาม Papa Expert ได้ที่
Website - papaexpert.com
Blockdit - blockdit.com/papaexpert
Facebook - facebook.com/daipa.papa
Instagram - instagram.com/daipa_papa/