ลูกร้อน อยากติดแอร์ที่บ้าน คุณพ่อต้องรู้วิธีเลือกแอร์ให้เหมาะสม

37 views

1 min read

ในวันที่อากาศร้อนมากร้อนชนิดที่อยากอาบน้ำทั้งวี่ทั้งวัน เชื่อว่าคุณพ่อก็คงเกิดความคิดอยากติดแอร์ที่บ้านโดยเฉพาะบ้านไหนที่มีลูกด้วย ก็ยิ่งอยากให้ความสบายต่อลูกที่สุด แต่เจ้ากรรมปกติไม่ถนัดเรื่องการเลือกแอร์เท่าไรนัก เลยต้องการความช่วยเหลือจากผู้รู้เกี่ยวกับวิธีเลือกแอร์ให้เหมาะสมต้องทำอย่างไร แน่นอนว่าคุณได้สิทธิ์ความช่วยนั้นเดี๋ยวนี้

ทริคที่คุณพ่อต้องศึกษาเมื่อต้องการติดแอร์ไว้ในบ้าน

การเลือกซื้อแอร์ใช่ว่าจะมองแค่แอร์ยี่ห้อไหนดีเท่านั้น แต่ควรมองหาปัจจัยอื่น ๆ มาเสริมด้วย ซึ่งทริคที่จะให้คุณพ่อได้ศึกษามีด้วยกัน 7 อย่าง ดังนี้

1. ขนาด BTU ต้องเลือกให้เหมาะสม

อธิบายให้เข้าใจก่อนเลยว่าขนาด BTU เป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงความสามารถในการทำความเย็นของเครื่องปรับอากาศที่ปกติแล้ว 1 ชั่วโมงจะเท่ากับ 12,000 BTU แน่นอนว่าเราควรเลือกขนาด BTU กับขนาดห้องให้สัมพันธ์กัน เพราะหากเราเลือกค่าที่สูงหรือต่ำจนเกินไป ก็มีโอกาสที่ค่าไฟฟ้าจะเปลือง หรือเครื่องปรับอากาศเสียง่าย ๆ โดยการเลือกติดแอร์ตามขนาด BTU กับขนาดห้อง ให้ใช้สูตรขนาดของพื้นที่ไปคูณด้วย 650 – 800 BTU ต่อ 1 ตารางเมตร ซึ่งเราสามารถบวกลบได้อีกร้อยละ 5 ขึ้นอยู่กับทิศทางของห้อง ลักษณะการใช้งาน การโดนแดด (ตัวแปรต่าง ๆ)

2. ดูเรื่องคอยล์ และมอเตอร์พัดลม

คอยล์ถือเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ดูดซับและระบายความร้อนในอากาศที่มีทั้งครีบอะลูมิเนียม ท่อทองแดง ฯลฯ ซึ่งก่อนเลือกควรพิจารณาวัสดุที่ใช้ทำคอยล์ เช่น ความหนาของครีบ สารเคลือบป้องกันการกัดกร่อน หากเราเลือกคุณภาพดีมาใช้งานก็จะทำให้ยืดการใช้งานได้ยาวไปอีก ส่วนมอเตอร์พัดลมเป็นอีกส่วนที่สำคัญทางที่ดีขดลวดควรทนทานต่อความร้อนได้สูง เพื่อการใช้งานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่สะดุด และไม่เสื่อมสภาพไว ก่อนมองหาแอร์ยี่ห้อไหนดีควรดูเรื่องเหล่านี้ด้วย

3. อย่าลืมคอมเพรสเซอร์

คอมเพรสเซอร์ที่ถูกนำมาใช้งานโดยทั่วไปมีทั้งสิ้น 3 ชนิด ได้แก่ แบบโรตารี่ ซึ่งจะทำงานด้วยใบพัดที่หมุนแบบความเร็วสูง เสียงเงียบ การสั่นสะเทือนค่อนข้างน้อย ซึ่งเหมาะกับการติดแอร์ขนาดเล็ก ต่อมาเป็นแบบลูกสูบที่จะใช้กระบอกลูกสูบมาอัดน้ำยาให้เกิดความแรงสูง แต่เสียงจะดังและมีการสั่นสะเทือนค่อนข้างสูง แอร์ใหญ่ ๆ จะใช้กัน สุดท้ายเป็นแบบขดที่จะเป็นใบพัดขดลักษณะก้นหอย เสียงเงียบมาก สั่นสะเทือนน้อย ให้พลังงานที่สูงกว่า ที่สำคัญเป็นคอมเพรสเซอร์ที่ดีที่สุดแล้วเมื่อเทียบกับอีก 2 ชนิด

4. เลือกตามประเภทการใช้งานได้

ประเภทการใช้งานของแอร์นั้นจริง ๆ แล้วมีด้วยกัน 2 รูปแบบ คือ ติดแอร์กับผนังโดยถือว่าเป็นแบบที่นิยมมาก เพราะจะเล็กกะทัดรัด ห้องไหนพื้นที่น้อยควรเลือกประเภทนี้มาก ไม่ต้องหาพื้นที่วาง เสียงเงียบ แต่หากห้องต้องการความเย็นนาน อุณหภูมิสูง หรือทำงานหนักไม่ควรเลือกใช้ ส่วนอีกแบบคือตั้งพื้นที่จะให้พลังงานสูง เหมาะกับห้องที่ต้องการแขวนเพดาน หรือตั้งพื้นได้ การออกแบบส่วนใหญ่ไม่ทันสมัย และกินไฟฟ้ามากกว่า

Sponsored

5. ระบบฟอกอากาศที่มีให้

เรื่องของระบบฟอกอากาศถือเป็นอีกปัจจัยที่ควรมองหาเมื่อมีความคิดแอร์ยี่ห้อไหนดี ก็ต้องเป็นยี่ห้อที่มีระบบฟอกอากาศด้วย ซึ่งระบบนี้จะช่วยให้อากาศในห้องหมุนเวียนดีขึ้น แบ่งออกเป็น

  • การดักจับโดยใช้ไฟฟ้าสถิต เป็นการดักจับฝุ่นละอองในอากาศด้วยตะแกรงไฟฟ้า ที่มีแผ่นโลหะอีกชุดเรียงขนานกันอยู่ ใช้ในการดูฝุ่นละออง
  • การกรอง เป็นแผ่นกรองอากาศที่มาดักจับฝุ่นละอองไว้ มีการเปลี่ยนแผ่นกรองเพื่อไม่ให้เกิดเชื้อโรคสะสม ทั้งยังช่วยจัดการกลิ่นดีหากเลือกแบบคาร์บอน เพราะจะช่วยดูดซับได้
  • การปล่อยประจุไฟฟ้า เป็นการปล่อยประจุไฟฟ้าลบออกมาพร้อมกับลมเย็น เพื่อความสามารถในการดักจับฝุ่นละอองที่เป็นประจุบวกได้ดี โดยฝุ่นที่ดักจับจะร่วงหล่นที่พื้น สามารถเก็บกวาดทำความสะอาดได้โดยที่ไม่ต้องไปยุ่งกับแอร์

6. เลือกระบบประหยัดไฟด้วย

เรื่องระบบประหยัดไฟนี้คุณพ่อต้องไม่อาจมองข้ามไปได้เลยจริง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะแนะนำให้เลือกติดแอร์ที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 เพื่อให้ประสิทธิภาพในการทำงานสูง มีการประหยัดไฟฟ้าได้จริง แต่ก็มีข้อเสียเรื่องราคาที่จะสูงกว่าแอร์ทั่วไป จึงควรอ่านรายละเอียดให้เปรียบเทียบความเหมาะสมต่อคุณหรือไม่ อย่างไร

7. เรื่องการออกแบบและคุณสมบัติ

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าปัจจุบันมีการออกแบบแอร์ที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งเราควรเลือกเปรียบเทียบคุณสมบัติพิเศษต่าง ๆ ด้วยว่าเป็นอย่างไร มีข้อดี – ข้อเสียอย่างไร เพื่อนำมาพิจารณาถึงความเหมาะสมตามการใช้งาน เช่น ซิลเวอร์นาโน หรือนาโนไทเทเนียม ฯลฯ ทั้งนี้หน้าตาของแอร์ก็ควรเลือกในแบบที่คุณพ่อชอบด้วย หรือจะเลือกให้เข้ากับการออกแบบของห้องก็ไม่มีปัญหา เพื่อให้การติดแอร์เป็นไปอย่างสบายใจ

อย่างไรก็ตาม เรื่องของการติดตั้งและบริการหลังการขายก็เป็นอีกสิ่งที่คุณพ่อควรพิจารณาก่อนเลือกติดแอร์ที่บ้าน แนะนำว่าให้เลือกบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือ มีผู้เชี่ยวชาญที่สามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับแอร์ได้เป็นอย่างดี ราคาเหมาะสม อายุการใช้งานที่เป็นไปตามเครื่องไม่ใช่ชำรุดพังเสียหายก่อน ทั้งนี้ ต้องมีบริการหลังการขายที่รับประกันให้เราและสามารถดูแลซ่อมแซมได้เมื่อเกิดปัญหาภายในระยะเวลาที่กำหนด ยิ่งถ้าเลือกบริษัทผู้ผลิตใหญ่ ๆ ได้ยิ่งดี เพราะจะมีอะไหล่และช่างผู้เชี่ยวชาญที่เพียงพอ ลูกไม่ร้อนอีกต่อไป

ติดตาม Papa Expert ได้ที่
Website - papaexpert.com
Blockdit - blockdit.com/papaexpert
Facebook - facebook.com/daipa.papa
Instagram - instagram.com/daipa_papa/