9 ภาวะฉุกเฉินในเด็ก ที่คุณพ่อต้องรีบพาไปพบแพทย์ทันที

17 views

1 min read

“ภาวะฉุกเฉินในเด็ก” มีโอกาสเกิดขึ้นได้กับทุกคน และหากขึ้นมาแล้วผู้เป็นพ่อจำเป็นต้องรีบพาเด็กไปโรงพยาบาลโดยด่วน เพื่อได้รับการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสม ทว่าคุณพ่ออาจจะไม่รู้มาก่อนว่าโดยทั่วไปแล้วเด็กมักมีภาวะใดเกิดขึ้นบ้าง จึงขอแนะนำ 9 ภาวะที่ควรต้องทำความเข้าใจและรู้วิธีดูแลเบื้องต้น

9 ภาวะฉุกเฉินในเด็กที่พ่อต้องทำความเข้าใจอย่างที่สุด

1. ภาวะถูกสัตว์มีพิษ งู หรือแมลงต่อย

โดยทั่วไปแล้วเด็กมักจะไม่รู้ตัวเองว่าตอนนี้มีสัตว์อันตรายใดอยู่ใกล้ตัวบ้าง หรือหากเห็นก็อาจจะไม่ได้รู้สึกกลัวอะไร กลับกันบางคนจู่โจมเข้าหาเลยก็มี จึงอาจเกิดภาวะฉุกเฉินแรก อย่าง ถูกสัตว์มีพิษ เช่น ตะขาบ แมงป่อง หรืองูกัดได้ รวมถึงเจอแมลงต่อย เช่น ผึ้ง บุ้ง ต่อ แตน มด ยุง ฯลฯ ซึ่งหากรุนแรงมากถึงขั้นชีวิตเลยทีเดียว ที่สำคัญภายใน 30 นาทีจะมีอาการป่วย อย่าง ลมพิษขึ้นทั้งตัว แน่นหน้าอก – ในคอ ปวดศีรษะ ปวดข้อ และหมดสติในที่สุด

2. ภาวะชัก

ภาวะฉุกเฉินในเด็กต่อมาที่มักเกิดขึ้นได้โดยเฉพาะในเด็กที่มีช่วงอายุระหว่าง 6 เดือน – 6 ปี ที่จะมีอาการชักเกิดขึ้นมาดื้อ ๆ ประกอบกับอาการไข้สูง วัดอุณหภูมิแล้วเฉลี่ยมากกว่า 37.5 องศาฯ ซึ่งหากคุณพ่อเจอภาวะชักเช่นนี้ให้ใจเย็นแล้วประเมินอาการไข้สูงก่อนเลย ถ้ามีไข้สูงให้เช็ดตัวด้วยน้ำอุณหภูมิปกติโดยเช็ดแขน ขา ลำตัวลากเข้าหาหัวใจจนกว่าไข้จะลดลง และหยุดชัก แต่หากทำอยู่นานแล้วยังไม่หยุดชักให้รีบพบแพทย์ทันที

อย่างไรก็ตาม กรณีที่เกิดอาการชักแต่ไม่มีไข้ ให้เด็กนอนตะแคงหรือนอนคว่ำไว้ เพื่อเป็นการป้องกันการสำลัก จากนั้นให้รีบพบแพทย์ทันที กรณีที่เด็กชักจนหยุดหายใจ ลำตัว ใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีเขียวให้ผายปอดทันที ไม่ควรใช้ของแข็งหรือไม้มางัดฟัน

3. ภาวะเกิดอุบัติเหตุรุนแรง

ภาวะฉุกเฉินในเด็กนี้เป็นเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เช่น เด็กเห็นยาของคุณพ่อวางอยู่แล้วดันไปหยิบมากิน แถมกินในปริมาณมาก เกินขนาด รวมกินสารพิษเข้าไปแล้วร้องไห้ หรืออาเจียนออกมาเป็นสียา ให้รีบหาตัวอย่างยาที่เหลือหรือขวดยาแล้วพาส่งโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ล้างท้องทันที หรือกรณีอุบัติเหตุรุนแรงมีเลือดไหลออกมาไม่หยุด ให้พยายามห้ามเลือดด้วยการกดแผลไว้ หากไม่หยุดจริง ๆ ควรรีบพาส่งโรงพยาบาลเช่นกัน

4. ภาวะไม่สามารถหายใจเองได้

เกิดจู่ ๆ เด็กมีอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก หายใจลำบาก สูดหายใจแล้วติดขัดเข้าไม่เต็มปอด พร้อมกับมีความกระวนกระวาย ร้องไห้ ดิ้นไปมา หรือใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีเขียว นั่นหมายความว่าเด็กกำลังเผชิญภาวะไม่สามารถหายใจเองได้ให้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที เพราะนั่นคือภาวะฉุกเฉินที่ไม่สามารถหายใจเองได้ ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ หรือให้ออกซิเจนเร่งด่วน

5. ภาวะปวดท้องรุนแรง

นับเป็นอีกภาวะฉุกเฉินในเด็กที่ต้องทำความเข้าใจเพราะมีโอกาสเกิดขึ้นได้ค่อนข้างสูง อย่างภาวะปวดท้องรุนแรงโดยไม่ทราบสาเหตุ ให้งดกินอาหารและเครื่องดื่มไปก่อนเลย ทั้งนี้ ห้ามใช้ยารักษาใด ๆ ด้วยเพราะอาจมีปฏิกิริยาทำให้เพิ่มความรุนแรงขึ้นได้ กรณีที่เด็กมีไข้และอาเจียน ดูเจ็บช่วงท้องฝั่งขวา อาจเป็นโรคไส้ติ่งอักเสบ หรือโรคอื่น ๆ ที่ร้ายแรง ให้รีบพบแพทย์ทันที

6. ภาวะหมดสติ

คงเป็นความกังวลและทุกข์ใจสำหรับคุณพ่อแน่ ๆ หากเด็กที่อยู่ในความดูแล หรือลูกของเราเกิดภาวะหมดสติไปได้โดยเฉพาะใครที่ไม่ทราบสาเหตุ ทางที่ดีที่สุดคือการรีบพาเด็กส่งโรงพยาบาลโดยด่วน เพราะอาจรุนแรงถึงขั้นไม่สามารถหายใจเองได้ หรือเสียชีวิต

Sponsored

7. ภาวะท้องเสียในเด็กอ่อน

ภาวะฉุกเฉินในเด็กกรณีท้องเสียช่วงวัยเด็กอ่อน หรือเด็กเล็กมักมีการถ่ายอุจจาระออกมา 3 – 4 ครั้ง แต่ก็ทำให้เกิดภาวะเสียน้ำมากได้ ทำให้เด็กรู้สึกไม่สบายตัว อ่อนเพลียมาก และกระวนกระวาย รวมถึงปัสสาวะน้อยลง ซึ่งหากสังเกตดูแล้วมีอาการเช่นนี้อยู่ต้องรีบพาส่งโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์วินิจฉัยพร้อมให้น้ำเกลือทดแทนน้ำที่ขาดไป

8. ภาวะชักที่เกิดจากลมบ้าหมู

ภาวะฉุกเฉินที่ไม่อาจมองข้ามได้เมื่อเด็กมีไข้สูงมาก ๆ แล้วเกิดอาการชักขึ้น ที่สำคัญเป็นอาการชักของลมบ้าหมู คุณพ่อต้องไม่ใช้ไม้ หรือช้อนมาขัดมางัดเด็ดขาด เพราะเสี่ยงที่จะทำให้ฟันเด็กหลุดออกจนไปอุดหลอดลมได้ กรณีมีไข้ให้รีบเช็ดตัวด้วยน้ำอุ่นหรืออุณหภูมิธรรมดาจนไข้ลด ห้ามให้กินยาทุกชนิดทางปากขณะกำลังชัก หรือระหว่างรู้สึกตัว จากนั้นให้พาส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด

9. ภาวะอาเจียนหรือถ่ายเป็นเลือด

ปิดท้ายกันที่ภาวะฉุกเฉินในเด็ก อย่างอาเจียนและถ่ายเป็นเลือด หรือถ่ายออกมาแล้วมีสีดำเป็นจำนวนมากเกินไป ซึ่งอาจคาดการณ์ไว้ก่อนได้ว่ามีเลือดออกในกระเพาะอาหาร หรือช่วงลำไส้ ให้ตั้งสติและรีบพาเด็กส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ ระหว่างเดินทางไปพบแพทย์ห้ามให้กินยา น้ำ หรือใด ๆ อีก

เมื่อรู้อย่างนี้แล้วก็หวังว่าคุณพ่อทุก ๆ คนที่ต้องดูแลลูกจะเกิดความเข้าใจอย่างที่สุดเกี่ยวกับภาวะฉุกเฉินในเด็กที่มีด้วยกัน 9 อาการหลัก ๆ อย่างลึกซึ้ง เมื่อเกิดภาวะใดภาวะหนึ่งขึ้นสามารถตั้งสติ และรับมือได้ทันท่วงที พร้อมรีบนำตัวเด็กส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดโดยเร็ว ทั้งนี้ ใครสนใจนำข้อมูลดี ๆ ไปเผยแพร่ต่อสามารถทำได้ทันที เพราะการดูแลเด็กอย่างใกล้ชิดด้วยความเข้าใจคือสิ่งสำคัญ นำพาซึ่งความปลอดภัย

ติดตาม Papa Expert ได้ที่
Website - papaexpert.com
Blockdit - blockdit.com/papaexpert
Facebook - facebook.com/daipa.papa
Instagram - instagram.com/daipa_papa/