8 จุดที่ต้องเช็คสภาพรถยนต์ หลังกลับจากเดินทางไกล

23 views

1 min read

ยานพาหนะคู่ใจอย่างรถยนต์ไม่ใช่แค่เอาไว้ขับขี่เท่านั้น แต่ต้องรู้วิธีดูแลเพื่อให้ใช้งานกันยาวนาน ไม่ต้องเสียเงินซ่อมบ่อย ๆ หรือต้องเปลี่ยนคันใหม่เพราะหมดสภาพ ปกติก่อนเดินทางไกลคนส่วนใหญ่ก็ต้องเช็ครถยนต์ตามจุดพื้นฐานต่าง ๆ อยู่แล้ว แต่มักหลงลืมไปว่าเมื่อ 4 ล้อคู่ใจของคุณทำงานมาหนักจากการขับหลายร้อยกิโลเมตร เมื่อกลับมาถึงบ้านก็ต้องไม่ลืมดูแลด้วยเช่นกัน จึงอยากแนะนำ 8 จุดต้องเช็คสภาพรถยนต์หลังกลับจากเดินทางไกล มีอะไรผิดปกติบ้างหรือไม่

8 จุดสำคัญที่ต้องเช็คสภาพรถยนต์ หลังขับขี่ทางไกล

1. ยางรถยนต์

จุดแรกอันถือเป็นพื้นฐานสุด ๆ ในการเช็คสภาพรถยนต์เพราะสังเกตง่าย มองเห็นชัดเจน ให้ลองดูยางรถยนต์ทั้ง 4 ล้อว่ามีความปกติใด ๆ เกิดขึ้นบ้างหรือไม่ เช่น ยางแบนผิดปกติ, มีเศษของมีคมติดอยู่กับยาง, ดอกยางเรียบมากกว่าเดิมเยอะมาก ฯลฯ ด้วยยางรถต้องเจอกับความหฤโหดบนเส้นทางที่คุณขับขี่ไปตลอด หากไม่ดูแลแล้วนำไปขับขี่ต่อทันทีก็อาจเกิดอุบัติเหตุหรือเรื่องไม่คาดฝันรุนแรงขึ้นมาได้ อย่าลืมเช็คเป็นอันขาด

2. ระดับน้ำมันเครื่อง

จุดต่อมาที่ต้องทำเลยนั่นคือ การเช็คระดับน้ำมันเครื่องที่กระโปรงหน้ารถยนต์ว่ามีระดับต่ำกว่าเกณฑ์หรือไม่ เพราะปกติเมื่อใช้เครื่องยนต์หนัก ๆ ก็เป็นการเพิ่มปริมาณของน้ำมันเครื่องให้ไหลเข้าไปสำหรับหล่อลื่นไม่ให้เกิดความเสียหาย ยิ่งใครที่ขับรถระยะทางไกลมาก เมื่อถึงบ้านแล้วต้องไม่ลืมตรวจสภาพรถในส่วนนี้เป็นอันขาด เพราะถ้าน้ำมันเครื่องลดลงเกินกว่าขีดที่กำหนดต้องรีบเปลี่ยนถ่ายทันที ไม่ควรทิ้งไว้ ด้วยโอกาสที่เครื่องยนต์จะเสียหายมีสูงมาก

3. ระดับน้ำมันหล่อเย็น

ไหน ๆ ก็เปิดกระโปรงหน้าเพื่อเช็คระดับของเหลวแล้วอย่าลืมสังเกตน้ำมันหล่อเย็นด้วยว่ายังอยู่ในเกณฑ์ปกติดีหรือไม่ ซึ่งหม้อน้ำหล่อเย็นจะมีขีดวัดระดับค่า Min – Max บอกเอาไว้ชัดเจน หากสังเกตดูแล้วตัวน้ำภายในอยู่ต่ำกว่า Min ต้องรีบหาซื้อหล่อเย็นมาเติมให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมทันที หรือจะไปให้อู่ ศูนย์จัดการให้ก็ไม่มีปัญหา การเช็คสภาพรถยนต์ตรงนี้จะช่วยในเรื่องการระบายความร้อนของเครื่องยนต์ ไม่ให้มีปัญหาตามมาภายหลัง

4. ไส้กรองอากาศ

จุดต่อไปที่ต้องเช็คสภาพรถยนต์หลังการขับขี่ทางไกลนั่นคือบริเวณไส้กรองอากาศ เนื่องจากเส้นทางที่ขับขี่มักเต็มไปด้วยฝุ่นควันสกปรกจำนวนมาก วิธีก็แสนง่ายดายเมื่อเปิดกระโปรงหน้ารถแล้วดึงกิ๊บล็อกตรงหม้อกรองอากาศออกมาเช็คดู หากฝุ่นเยอะก็ใช้ลมเป่าหรือเคาะทำความสะอาด (ห้ามใช้น้ำฉีดเด็ดขาด) แต่ถ้ารุ่นไหนมีระบบที่ทันสมัยก็ลองดูจากคู่มือรถว่าต้องเช็คอย่างไร ขณะที่บางคนจะให้อู่ช่วยเช็คก็ได้เช่นกัน

5. บริเวณรอบตัวรถ

ในกรณีที่ไม่แน่ใจว่าระหว่างขับขี่รถได้ไปขูดขีดเป็นรอยอะไรมาหรือไม่ ก็ลองเดินรอบ ๆ ตัวรถแล้วสังเกตว่าตรงไหนมีร่องรอยการขีดข่วน เพราะบางทีรอยดังกล่าวอาจไม่ได้เกิดจากการไปเสียดสีกับขอบทางแต่อาจเป็นรอยเพราะหิน ดิน กระเด็นใส่ระหว่างขับขี่ ดังนั้นการตรวจสภาพรถที่ดีหลังขับระยะทางไกล ๆ ต้องไม่ลืมจุดนี้โดยเฉพาะใครที่รักรถมาก ๆ หากพบเห็นจะได้รีบแก้ไขไม่ให้รถคันโปรดต้องมีรอยดูแล้วไม่สบายตา

6. ระบบเบรก

การเช็คสภาพรถยนต์ที่สำคัญมาก ๆ จุดหนึ่งคือเรื่องของระบบเบรก ด้วยเป็นระบบแห่งความปลอดภัยในทุกเส้นทางการขับขี่ ใครที่ขับรถทางไกลแล้วรู้สึกว่าทริปนี้เบรกมากกว่าปกติ หรือเหยียบคันเบรกลงไปแล้วรู้สึกไม่เหมือนเดิม เช่น ลึกกว่าที่เคยเหยียบ, เบรกไม่ค่อยอยู่, เบรกแล้วมีเสียงเอี๊ยด ๆ อาจเป็นไปได้ว่าผ้าเบรกของคุณกำลังจะหมดและต้องรีบเปลี่ยนทันที เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ทั้งตนเอง ผู้โดยสารและผู้ขับขี่คนอื่น ๆ

Sponsored

7. ระบบช่วงล่าง

เป็นเรื่องปกติของช่วงล่างเมื่อต้องทำงานอย่างหนักติดต่อกันก็อาจเกิดข้อผิดพลาดหรือความเสียหายขึ้นได้ วิธีเช็คง่าย ๆ คือ หากขับรถกลับมาจากต่างจังหวัดแล้วรู้สึกว่ารถแข็งกระด้างมากกว่าปกติตอนขึ้นเนิน หรือการขับขี่บนท้องถนนทั่วไป ควรให้ช่างในอู่ซ่อมช่วยตรวจสอบให้เลยว่าช่วงล่างมีปัญหาอะไรหรือไม่ ยิ่งตรงโช้คอัพต้องตรวจตราเป็นพิเศษ เพราะบ่อยครั้งโช้คที่มีปัญหามักนำพาความอันตรายมาสู่ผู้ขับขี่ในแบบที่คุณไม่ทันได้ระวังตัว

8. ไฟส่องสว่างทุกจุด

ท้ายที่สุดในการเช็คสภาพรถยนต์เมื่อกลับมาถึงบ้านให้ลองเปิดไฟทุกดวงของรถว่ายังทำงานปกติหรือไม่ ไล่ตั้งแต่ไฟหรี่ด้านหน้า, ไฟเต็มดวง, ไฟตัดหมอก, ไฟเลี้ยว 2 ข้าง, ไฟเบรกด้านท้าย และไฟถอยหลัง เพราะระบบไฟส่องสว่างหลายคนมักมองข้าม เวลาขับขี่ครั้งถัดไปแล้วไม่รู้ว่าไฟเสียก็มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายมาก ยิ่งเป็นตอนกลางคืนด้วยแล้วมันไม่คุ้มค่ากับการเสียเวลาสักเล็กน้อยเพื่อตรวจสอบให้ชัดเจน

นี่เป็น 8 จุดเบื้องต้นในการเช็คสภาพรถยนต์หลังขับขี่ทางไกล ยิ่งใครต้องใช้รถประจำแทบทุกวัน ในตอนที่ขับทางไกลอาจมีความเสียหายเล็ก ๆ น้อย ๆ เกิดขึ้นได้เสมอ เมื่อตรวจสภาพรถทุกครั้งจะช่วยลดความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ และยังรักษาชีวิตของทุกคนโดยรอบเอาไว้ด้วย

ติดตาม Papa Expert ได้ที่
Website - papaexpert.com
Blockdit - blockdit.com/papaexpert
Facebook - facebook.com/daipa.papa
Instagram - instagram.com/daipa_papa/