7 สิ่งไม่ควรทำอย่างแรงเมื่อล้างล้อรถยนต์

10 views

1 min read

ล้อรถยนต์เป็นบริเวณที่ต้องพบเจอกับสิ่งสกปรกมากที่สุดไม่ว่าจะเศษหิน ดิน โคลน ทราย ฝุ่นละอองต่าง ๆ คนที่รักรถมาก ๆ หรือสายนักแต่งรถทั้งหลายแค่เห็นความสกปรกเหล่านี้ก็รู้สึกขัดหูขัดตาจนอยากล้างขึ้นมาเสียให้ได้เลย แต่รู้หรือไม่แม้เป็นการล้างล้อรถยนต์ก็มีสิ่งที่ควรระวังเอาไว้ด้วย เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายหรือส่งผลกระทบต่อส่วนอื่น ๆ ใครที่รักความสะอาด รักรถสุดหัวใจ ต้องล้างล้ออยู่ประจำ นี่คือ 7 สิ่งที่ไม่ควรทำอย่างแรง

7 สิ่งอย่าทำเด็ดขาดเมื่อล้างล้อรถยนต์

1. ล้างพร้อมกันทีเดียว 4 ล้อ

อย่าพึ่งสับสนว่าในการล้างล้อรถยนต์ก็ต้องล้างทั้ง 4 ล้ออยู่แล้ว ความหมายในที่นี้คือ ให้ค่อย ๆ ล้างไปทีละล้อ อย่าฉีดน้ำล้างแล้วใช้น้ำยาทำความสะอาดขัดถูไปพร้อมกันหมด แล้วจึงค่อยล้างออก เพราะระหว่างที่กำลังขัดถูล้อถัดไป ตัวน้ำยาที่อยู่บนล้อก่อนหน้ากำลังแห้งและซึมเข้าสู่แม็กรถยนต์ของคุณอยู่ การปล่อยให้เกิดเรื่องดังกล่าวขึ้นจะทำให้ผิวล้อโดนกัดกร่อนจนเป็นรอยด่าง ไม่สวยงาม ดังนั้นให้ค่อย ๆ ล้างทำความสะอาดทีละล้อจึงดีที่สุด

2. ขัดล้อด้วยความแรงหลังฉีดน้ำครั้งแรก

ไม่ว่าจะเป็นการล้างรถยนต์หรือล้างล้อเฉย ๆ นี่คือสิ่งต้องห้ามเด็ดขาด เพราะในการฉีดน้ำลงไปครั้งแรกโดยยังไม่ได้ใส่น้ำยาทำความสะอาดจะทำให้เกิดการเสียดสีระหว่างอุปกรณ์ที่ขัดกับตัวล้อ ส่งผลให้สารเคลือบหลุดล่อนออกมาได้ กลายเป็นรอยขีดข่วนที่ดูไม่สวยงาม เปรียบได้กับการโดนก้อนหินแข็ง ๆ หรือวัตถุแหลม ๆ เสียดสีกับผิวล้อก็ไม่ปาน แนะนำว่าให้ราดน้ำยาลงไปก่อนแล้วจึงค่อย ๆ ขัดถูด้วยความเบามือ จะช่วยให้ล้อดูใหม่เอี่ยมอย่างที่ต้องการ

3. ใช้น้ำยาล้างจานล้างล้อรถ

หลายคนชอบคิดว่าน้ำยาล้างจานคือน้ำยาวิเศษที่สามารถล้างได้ทุกสิ่งอย่างบนโลกใบนี้ แต่ในความเป็นจริงเมื่อนำมาใช้ล้างล้อรถยนต์แม้จะช่วยขจัดเอาคราบที่แห้งกรังหรือฝุ่นที่เกิดจากการเบรกได้ดี แต่ปัญหาคือด้วยกรดของตัวน้ำยาจะเข้าไปกัดกร่อนผิวเคลือบของแม็กให้หลุดลอกออกมา ลำพังแค่รอยด่างก็กวนใจมากพออยู่แล้ว แต่ถ้าใครใช้เป็นประจำโดยไม่ได้สังเกตพอสารเคลือบล้อหลุดล่อนจนแทบหมดก็มีโอกาสเกิดสนิมขึ้นได้ คราวนี้กลายเป็นงานใหญ่ที่ต้องเปลี่ยนล้อใหม่ เสียเงินไปอีก

4. ใช้แปรงสีฟันในการขัดล้อ

บางคนมักเข้าใจผิดว่าก็แปรงสีฟันมีขนอ่อน ๆ แบบนี้ยังไงก็ใช้ล้างล้อรถยนต์ได้อย่างสบาย ๆ แต่อันที่จริงด้วยความสั้นและความอ่อนของขนแปรงจึงส่งผลต่อเรื่องของความสะอาดเป็นอย่างมากโดยเฉพาะบริเวณตามซอกมุมต่าง ๆ ไม่สามารถดึงเอาสิ่งสกปรกออกมาได้ ทำให้เสียเวลาในการขัดถูโดยใช่เหตุ แนะนำว่าควรเลือกซื้อแปรงสำหรับการล้างล้อรถมาใช้งานเลยจะดีที่สุด ลงทุนนิดหน่อยแต่ประหยัดเวลา ล้างได้สะอาด ไม่ต้องยุ่งยากให้เปลืองแรง

5. รีบล้างตัวรถก่อนล้อรถ

สำหรับใครที่มีเวลาว่างในการล้างรถยนต์ อย่าพึ่งรีบร้อนที่จะล้างตัวรถก่อนล้อเหตุผลคือ ล้อคือบริเวณรถที่สกปรกมากสุดอย่างที่กล่าวไป ดังนั้นหากล้างตัวรถเสร็จเรียบร้อยแล้วมาล้างล้อ เศษดิน หิน สิ่งสกปรกต่าง ๆ ก็อาจกระเด็นขึ้นไปโดนกับตัวรถจนต้องเสียเวลาล้างใหม่อีกรอบ ดังนั้นให้ล้างล้อจนสะอาดแล้วค่อยล้างตัวรถต่อ หากพบว่าเมื่อล้างตัวรถเสร็จแล้วมีคราบใด ๆ ติดอยู่ที่ล้อก็ใช้น้ำฉีดไล่ทำความสะอาดเท่านี้ก็เรียบร้อย

Sponsored

6. ใช้ผ้าเช็ดตัว ผ้าชามัวร์เช็ดล้อ

ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าหลังการล้างล้อรถยนต์ต้องเช็ดทำความสะอาดให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันการเกิดคราบบริเวณแม็ก แต่ผ้าที่เลือกใช้ไม่ควรเป็นผ้าชามัวร์หรือผ้าเช็ดตัวธรรมดาเป็นอันขาด เนื่องจากผ้าเหล่านี้ซับน้ำได้ไม่ดีนัก แถมยังมีขนเยอะจนอาจไปติดเป็นคราบอยู่บริเวณล้อรถได้ วิธีดีที่สุดคือให้ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ซึ่งเป็นผ้าสำหรับการเช็ดรถยนต์โดยเฉพาะ เช็ดทำความสะอาดให้แห้ง เท่านี้ก็จะช่วยให้ล้อดูใหม่ขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่าแล้ว

7. ไม่เคยลงแว็กซ์บริเวณล้อเลย

สิ่งสุดท้ายที่บังคับว่าต้องทำในการล้างล้อรถยนต์นั่นคือ การลงแว็กซ์ให้กับแม็กรถยนต์บ้าง อาจไม่ต้องถึงกับทำทุกครั้งหากเป็นคนที่ล้างบ่อย แต่อย่างน้อย 1-2 เดือน ควรลงสักหน โดยให้เคลือบลงไปบริเวณแม็กจากนั้นปล่อยทิ้งไว้ราว 10-15 นาที เช็ดออกด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์แห้งสนิท เท่านี้ก็จะช่วยเพิ่มความเงางามให้กับล้อของคุณเหมือนกับรถที่พึ่งออกใหม่ได้อย่างง่ายดาย เน้นย้ำว่าต้องเป็นผ้าไมโครไฟเบอร์ที่แห้งแล้วเท่านั้น ซึ่งควรเป็นคนละผืนกับที่ใช้เช็ดน้ำปกติ

ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างมากในการล้างล้อรถยนต์ เพราะจะทำให้เกิดการเสื่อมสภาพ น้ำยาเคลือบหลุดล่อน หรือแย่สุดคือเกิดสนิมกับแม็กได้เลย ใครต้องล้างบ่อย ๆ เป็นคนรักรถมากแนะนำให้ไปปรับใช้ รับรองว่าล้อรถจะดูเหมือนใหม่ ไฉไลสุด ๆ

ติดตาม Papa Expert ได้ที่
Website - papaexpert.com
Blockdit - blockdit.com/papaexpert
Facebook - facebook.com/daipa.papa
Instagram - instagram.com/daipa_papa/