7 วิธีป้องกันรถหายที่คุณพ่อควรรู้ ปลอดภัย ไร้กังวล

35 views

1 min read

มิจฉาชีพเดี๋ยวนี้มีเล่ห์เหลี่ยมเยอะมากทรัพย์สินอย่าง “รถยนต์” ก็เป็นอีกสิ่งที่มักถูกโจรกรรมไปง่าย ๆ แต่หากคุณพ่อรู้วิธีป้องกันไว้เชื่อว่าความกังวลนี้จะไม่เกิดขึ้นในชีวิตจริงอย่างแน่นอน ดังนั้น เราจึงมี 7 วิธีป้องกันรถหายที่คุณพ่อควรรู้ทั้งเวลาอยู่บ้านและพาลูกไปไหนก็ตามมาบอกต่อ ให้ได้ลองศึกษาแล้วนำไปปรับใช้

7 วิธีป้องกันไม่ให้รถหาย คุณพ่อควรรู้ไว้

เชื่อว่าต้องมีคนที่กำลังอยากรู้ถึงวิธีป้องกันรถยนต์หายสร้างความปลอดภัย ไร้กังวลให้ตนเอง ซึ่งไม่ว่าจะอยู่ที่บ้าน หรือออกไปไหนก็ตามย่อมมีความเสี่ยงที่จะถูกโจรกรรมทั้งสิ้น โดย 7 วิธีป้องกันที่เรากำลังจะพูดถึง มีดังต่อไปนี้

1. ติดสัญญาณเตือนภัย

แน่นอนว่านี่อาจจะเป็นสิ่งแรกที่หลายคนนึกถึง และเราก็อยากให้ตัดสินใจทำกันจริงจัง อย่างการติดสัญญาณเตือนภัยที่มีไว้เพื่อป้องกันการถูกโจรกรรมรถหาย ไม่ว่ารถจะจอดอยู่ที่ไหนก็ตาม เพื่อเมื่อถูกงัดแงะ หรือมีวัตถุไปกระแทกเกินสัญญาณที่ตั้งไว้ สัญญาณเตือนก็จะดังขึ้นมาดื้อ ๆ กลายเป็นจุดเด่นให้ผู้คนที่อยู่ในละแวกนั้นรวมถึงตัวเรารับรู้ และมองหาความผิดปกตินั้นทันทีว่าเกิดอะไร ทำไมรถเสียงดัง

2. เลือกหาพื้นที่ปลอดภัยแล้วจอดไว้

สิ่งต่อมาที่เราอยากบอกอย่างที่สุดเลยก็คือให้หาพื้นที่ปลอดภัยแล้วจอดทิ้งไว้ก็ย่อมปลอดภัยเป็นเรื่องปกติ อย่าง จอดในพื้นที่สว่าง มองเห็นรถได้อย่างชัดเจน หรือบริเวณนั้นมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทำงานอยู่ แน่นอนว่าควรหลีกเลี่ยงจุดจอดรถที่ทำให้มีความเสี่ยงรถหายได้อย่าง จุดอับสายตา ที่มืด เปลี่ยว ไม่มีระบบนิรภัย ไม่มีกล้องวงจรปิดแถวนั้น หรือลับตาคนเดินผ่านไปมา

3. พยายามไม่เก็บของมีค่าไว้ในรถ

สิ่งต่อมาเลยก็คืออย่าละเลย หรือเป็นไปได้ต้องทำก็คือการไม่เก็บของมีค่าต่าง ๆ ไว้ในรถเลย ไม่ว่าจะ โทรศัพท์มือถือ กระเป๋าถือที่มีกระเป๋าเงินอยู่ด้านใน หรือสิ่งของล่อแหลมที่วางตั้งให้เห็นชัดเจน หรือถ้าจำเป็นต้องเก็บจริง ๆ ก็ควรมีสิ่งปกป้องไม่ให้มิจฉาชีพมองเห็นด้านในรถยนต์ นั่นคือ ลิ้นชัก หรือหีบห่อที่ปิดมิดชิดและไม่เวอร์วังเกินไปด้วย ไม่อย่างนั้นก็อาจจะเป็นจุดเด่นให้อยากรู้ข้างในกลายเป็นโจรกรรมไป ซึ่งหมายรวมถึงเลี่ยงรถยนต์หายร่วมด้วย

4. ตรวจเช็กรถอีกครั้งหลังล็อกประตูแล้ว

เพื่อเป็นการป้องกันอย่างที่สุด เมื่อคุณออกจากรถแล้วล็อกเสร็จสรรพถึงอย่างไรก็ควรตรวจสอบให้แน่ใจอีกครั้งว่าล็อคดีแล้วจริงหรือไม่ ทั้งนี้ ก็ต้องระวังไม่ลืมกุญแจไว้ในรถด้วย พยายามมองหากุญแจรถว่าเอาออกมาไหมด้วย จึงค่อยเดินห่างไกลไปทำธุระ ซึ่งการที่คุณพ่อมักจะลืมกุญแจไว้ในรถ ไม่ว่าจะจอดอยู่ในบ้านแล้วก็ตามนั่นก็เป็นอีกสาเหตุเหมือนกันที่ทำให้รถหาย จึงอย่าละเลยไปด้วยเช่นกัน

Sponsored

5. ติด GPS ติดตามรถเอาไว้เลย

นอกจากเรื่องเสียงสัญญาณเตือนกันขโมยแล้ว ก็ยังมีอีกวิธีที่น่าสนใจ นั่นคือการติด GPS ไว้เพื่อติดตามรถยนต์ เพราะหากเกิดสาเหตุที่รถหาย หรือถูกขโมยไปแล้วเราก็จะสามารถตรวจสอบดูตำแหน่งที่ตั้งของรถ ณ ขณะนั้นได้ทันควัน แล้วจึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามหารถอีกครั้ง ทั้งนี้ ด้วยความที่เทคโนโลยีปัจจุบันค่อนข้างดีขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ GPS ได้รับการพัฒนาตามไปด้วย กลายเป็นมีหลากหลายการใช้งาน ทั้ง มีบริการช่วยเหลือเมื่อรถถูกขโมยไป หรือมีระบบแจ้งเตือน ซึ่งก็มีสายด่วนให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงไปอีก

6. ถอดฟิวส์ – ชิ้นส่วนต่าง ๆ เมื่อต้องจอดนาน

สำหรับใครที่รู้ว่าต้องจอดรถไว้นาน ๆ โดยที่ตัวคุณเองก็ไม่ได้อยู่บริเวณนั้นคอยสอดส่องดูแลเท่าไหร่ หรือค่อนข้างมีความเสี่ยงที่จะถูกโจรกรรมไปได้ แนะนำว่าให้คุณถอดฟิวส์ รวมถึงชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่มีโอกาสนำพาซึ่งรถหายออกไปให้หมดเลย เอาที่แบบใช้งานไปไหนไม่ได้ เพราะต่อให้มิจฉาชีพสามารถปลอดล็อกเข้าไปนั่งภายในรถเตรียมขับไปก็ไม่สามารถสตาร์ทรถติด หรือเคลื่อนย้ายไปไหนง่ายขนาดนั้น

7. จับสังเกตคนรอบ ๆ รถ

ต้องบอกไว้เลยว่าปัจจุบันในประเทศไทยเรามีวิธีการขโมยที่เรียกว่า Remote Jamming แบบสกัดสัญญาณ ซึ่งจะกดแล้วไปรบกวนสัญญาณล็อกที่คุณกดรีโมทปกติ ทำให้รถไม่ได้ล็อกจริง ๆ ซึ่งการจะใช้วิธีนี้ได้นั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่มิจฉาชีพจะต้องยืนอยู่ใกล้ ๆ รถเราเพื่อให้สัญญาณไปถึง ดังนั้น สิ่งที่เราจะทำได้ก็คือการสังเกตคนที่อยู่รอบ ๆ รถว่ามีพฤติกรรมน่าสงสัยหรือไม่ และอย่างที่บอกเมื่อกดรีโมทล็อกรถแล้วก็ควรเดินตรวจสอบให้แน่ใจอีกครั้งด้วย แล้วความกังวลรถหายจะไม่เกิดขึ้นจริง

นอกจากนี้ ก็ยังมีวิธีอื่น ๆ ที่ก็ช่วยป้องกันไม่ให้รถหายทั้งที่จอดในบ้าน หรือที่ใดก็ตาม นั่นคือการพกกุญแจรถไปด้วยกันทุกที่ ทำสัญลักษณ์เฉพาะที่เราจำได้แม่นไว้ที่รถ เพื่อเป็นคำยืนยันว่านี่คือรถยนต์เราจริง หรือทำประกันภัยรถยนต์ที่มีสิทธิประโยชน์ครอบคลุมเรื่องนี้ไว้เลย ซึ่งปัจจุบันการโจรกรรมรถยนต์ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง และมีผู้เสียหายหลายคนที่ตกเป็นเหยื่อ แต่หากเรารู้จักการป้องกันที่เหมาะสม ตอบโจทย์ สิ่งที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นนี้รับรองว่าจะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน คุณพ่อจะยังคงมีรถยนต์ไว้ใช้งานดังเดิม

ติดตาม Papa Expert ได้ที่
Website - papaexpert.com
Blockdit - blockdit.com/papaexpert
Facebook - facebook.com/daipa.papa
Instagram - instagram.com/daipa_papa/