6 วิธีรับมือลูกดื้อเอาแต่ใจ สำหรับคุณพ่อมือใหม่

53 views

1 min read

คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ หลายคนอาจจะกำลังปวดหัวกับพฤติกรรมลูกน้อย ที่ดื้อเอาแต่ใจอยู่ใช่ไหม? เด็กเมื่อมาถึงวัยที่กำลังเรียนรู้ อย่างเช่นวัยที่กำลังหัดเดินหรือ วิ่งเล่นได้แล้ว ช่วงวัยนี้เป็นช่วงที่ลูกน้อยจะมีพฤติกรรมแปลกๆ ออกมาเยอะ เพราะอยู่ในช่วงของการเรียนรู้ ซึ่งบางคนอาจจะมีอารมณ์ฉุนเฉียวดื้อเอาแต่ใจ  ช่วงวัยนี้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่จะต้องหาวิธีรับมือลูกน้อยวัยนี้ให้ได้ ซึ่งวันนี้เราก็มีวิธีรับมือกับลูกดื้อเอาแต่ใจ มาฝาก และนี่คือ 6 วิธีรับมือที่แนะนำให้คุณพ่อลองนำไปใช้กันดู

ช่วงวัยไหน ที่พบว่าลูกดื้อเอาแต่ใจที่สุด

เด็กในช่วงวัยที่พบว่ามีความดื้อรั้นเอาแต่ใจมากที่สุด ส่วนมากจะอยู่ในช่วงของการเรียนรู้ อยากรู้อยากเห็นอยากพิสูจน์ ช่วงนี้ถ้าโดนห้ามก็จะแสดงการต่อต้านออกมา ซึ่งวัยที่พบว่าลูกดื้อเอาแต่ใจมากที่สุดอยู่ที่ 2 – 5 ขวบ เพราะจะยังพูดและสื่อสารได้ไม่ดีนัก ในช่วงนี้จะชอบสำรวจสิ่งแวดล้อม ชอบเลียนแบบพฤติกรรมของผู้ใหญ่ ถึงแม้จะห้ามอย่างไรก็ไม่ฟัง จนดูเหมือนดื้อต่อต้านเอาแต่ใจ นอกจากนี้ยังคิดว่าทุกอย่างเป็นของตัวเอง หวงของเล่น ไม่ชอบแบ่งปัน และอารมณ์แปรปรวนง่าย จะร้องอาละวาดหากไม่ได้ดั่งใจ ผู้ที่เลี้ยงเด็กวัยนี้จึงควรมีความเข้าใจ ในพัฒนาการ  ปัจจัยสิ่งแวดล้อมซึ่งส่งผลต่อพฤติกรรมของเขา จึงจะช่วยให้การปรับปรุงพฤติกรรมเด็กในช่วงวัยนี้ให้ประสบผลสำเร็จได้

6 วิธีรับมือ เมื่อลูกดื้อเอาแต่ใจ

เด็กในวัยกำลังเรียนรู้ อยากรู้อยากเห็น เป็นช่วงวัยแห่งความดื้อซนเอาแต่ใจ คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ ควรให้ความใส่ใจลูกน้อยวัยนี้เป็นพิเศษ เพราะลูกน้อยวัยนี้รับมือยากจริงๆ แต่ก็ไม่ได้ยากเกินความสามารถของผู้ใหญ่อย่างเราๆ มาดูวิธีรับมือลูกดื้อเอาแต่ใจกันดีกว่า

1. รับมือกับเด็กเจ้าอารมณ์

เด็กหลายๆ คนที่มีนิสัยดื้อรั้น เอาแต่ใจนั้นบางที่สาเหตุก็มาจากการเลี้ยงดู ถูกปล่อยปะละเลย ขาดความรักความอบอุ่น ทำให้เด็กกลายเป็นคนเจ้าอารมณ์เข้ากับเพื่อนๆ ไม่ได้ ชอบแยกตัวเองออกจากกลุ่มเพื่อน ก้าวร้าว ทำร้ายผู้อื่น วิธีรับมือกับ ลูกดื้อเอาแต่ใจนี้ นอกจากจะต้องปรับพฤติกรรมแล้ว จำเป็นจะต้องแก้ไขที่สาเหตุต้นตอด้วย นั่นก็คือการให้ความรักความอบอุ่น ปรับวิธีการเลี้ยงดูเด็กเอาแต่ใจ ให้เหมาะสมกับวัยของเขา ซึ่งบางรายที่มีปัญหาเรื่องดื้อซนอาจจะมาจากการเป็นโรคสมาธิสั้น ส่งผลให้เด็กมีปัญหาการเรียนแบบพฤติกรรมตามมา เพราะฉะนั้นถ้ารู้ว่าลูกมีปัญหาดังกล่าวคุณพ่อคุณแม่ควรพาลูกไปพบแพทย์เพื่อรักษา และช่วยเด็กได้อย่างเหมาะสมเพื่อแก้ไขพฤติกรรมของเด็กได้เช่นกัน

2. รับมือกับเด็กดื้อต้องใช้ท่าหนักแน่นเอาจริง

ในบางทีคุณพ่อคุณแม่ต้องการให้ลูกทำอะไรให้ แต่เด็กอิดเอียนและไม่ยอมทำตาม วิธีหนึ่งที่ได้ผล กับลูกดื้อเอาแต่ใจนี้คือ ต้องพูดให้หนักแน่น และจริงจังว่าให้ทำเดี๋ยวนี้ อาจจะต้องใช้ท่าทางที่จริงจังมาประกอบด้วย เช่น ลุกขึ้นจูงมือให้ไปทำสิ่งที่ต้องทำ อย่างเช่น ถ้าเด็กไม่ยอมทำการบ้าน จะบอกจะพูดหลายครั้งก็แล้ว คุณแม่คุณพ่อจะต้องแสดงว่า ลูกต้องทำการบ้านได้แล้วด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นว่า เอาสมุดการบ้านออกมาแล้วนั่งทำเดี๋ยวนี้ ถ้าลูกไม่ยอมก็ให้จูงมือไปเอาการบ้านมาทำพร้อมกับนั่งเฝ้าให้ทำเลย

3. บอกเตือนพร้อมอธิบายให้เขาเข้าใจ

เด็กวัยนี้พอที่จะรู้และเข้าใจในสิ่งที่ผู้ใหญ่บอกสอนได้แล้ว เมื่อเขาทำผิด คุณพ่อคุณแม่ ควรตักเตือน พร้อมบอกอธิบายให้เขาเข้าใจด้วยว่า อะไรถูก อะไรผิด บอกเขาตรงๆ ว่าทำอย่างนี้ไม่ดีอย่างไร อันตรายอย่างไร และจะส่งผลยังไงบ้าง โดยต้องอธิบายให้เขาเข้าใจ วิธีนี้จะช่วยให้เด็กเรียนรู้และเข้าใจถึงความผิดและอันตรายจะได้ไม่ไปทำอีกต่อไป

4. ชี้แนะพร้อมบอกหรือสอน

เด็กเอาแต่ใจ ผู้ใหญ่สามารถบอกสอนได้ การชี้แนะบอกสอนว่าอะไรทำได้ หรือทำไม่ได้ และหาทางออกให้เด็กได้รู้ว่าควรทำอย่างไรแทน อย่างเช่น หากเด็กกำลังขีดเขียนบนฝากำแพงบ้านควรรีบพาเขาออกมา และอธิบายให้เขาได้รู้ว่าทำอย่างนี้ไม่ได้ เพราะจะทำให้ฝาบ้านเลอะสกปรกไม่สวยงาม พร้อมทั้งหากระดาษหรือสมุดวาดเขียนให้เขาเขียนหรือวาดใส่แทน อย่างนี้ครั้งต่อไปเขาก็จะเรียนรู้ได้แล้วว่าถ้าอยากขีดเขียนก็ต้องมาเขียนใส่สมุดหรือกระดาษแทนฝาผนังบ้าน

Sponsored

5. เด็กดื้ออาจต้องใช้การเลิกให้ความสนใจ

เป็นธรรมชาติของเด็ก ที่อยากจะเป็นที่สนใจของคุณพ่อคุณแม่หรือจากคนรอบข้าง เพราะฉะนั้น เมื่อเด็กมีพฤติกรรม ที่ไม่พึงประสงค์ อาจจะใช้วิธีเลิกให้ความสนใจขณะที่ลูกดื้อเอาแต่ใจกำลังทำพฤติกรรเช่นนั้น และให้ความสนใจพร้อมให้รางวัลกับเด็กที่ทำตัวอย่างที่ดีแทน อย่างเช่น ลูกคนหนึ่งทานอาหารดี แต่อีกคนกลับไม่ยอมกินเล่นไปเรื่อยๆ คุณแม่ก็อาจจะชมลูกที่ทานอาหารดี แต่ไม่สนใจลูกที่กำลังเล่นไม่ยอมทานอาหาร โดยที่ไม่จำเป็นจะต้องดุว่า

6. ผู้ใหญ่ควรเป็นแบบอย่างที่ดี

หากคุณพ่อคุณแม่ เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูกได้เห็น พฤติกรรมส่วนใหญ่ของมนุษย์นั้น มักจะมาจากการเรียนรู้ภายหลัง ไม่ใช่การถ่ายทอดตามพันธุกรรม อย่างที่ผู้ใหญ่หลายๆ คนเข้าใจ เด็กส่วนมากจะเรียนรู้พฤติกรรมจากคนที่เลี้ยงดู โดยการกระทำของผู้ใหญ่มากกว่าการสั่งสอน อย่างเช่น หากสอนว่าการพูดปดเป็นสิ่งไม่ดีห้ามทำนะ แต่มีคนที่คุณพ่อคุณแม่ไม่อยากพบ มาถามหาคุณพ่อคุณแม่กลับบอกลูกให้ไปบอกว่าพ่อแม่ไม่อยู่บ้าน การกระทำเช่นนี้เหมือนเป็นการสอนลูกว่าพูดปดได้ นั่นเอง จึงไม่ควรทำ

เด็กที่อยู่ในช่วงแห่งการเรียนรู้ ที่อยากรู้อยากเห็นไปจนหมดทุกอย่าง เป็นช่วงที่มีความดื้อซน และเอาแต่ใจมากที่สุด คุณพ่อคุณแม่จะต้องเลี้ยงดูเขาด้วยวิธีที่ถูกต้อง จะช่วยแก้ปัญหาลูกดื้อเอาแต่ใจ ได้ดีมากทีเดียว


ติดตาม Papa Expert ได้ที่
Website - papaexpert.com
Blockdit - blockdit.com/papaexpert
Facebook - facebook.com/daipa.papa
Instagram - instagram.com/daipa_papa/