5 สาเหตุ ที่ทำให้ยางรถแตก และวิธีการรับมืออย่างเร่งด่วน

52 views

1 min read

บางคนใช้รถนานจนลืมไปว่ายางที่ใช้อยู่ยังสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพอยู่หรือไม่ ปกติยางรถที่เราใช้งานกันอยู่ทุกวันนี้จะมีอายุมากสุด 4 – 5 ปี แต่ถ้าเรายังฝืนใช้งานไปจนยางแตกลายงา หรือ ดอกยางหมด จะทำให้การยึดเกาะพื้นถนนลดลง เวลาเจอพื้นถนนที่เปียกแฉะจะทำให้รถทรงตัวไม่อยู่เกิดการไถลได้ง่าย ซึ่งบ่อยครั้งก็ทำให้ยางเกิดแตกหรือระเบิดจนเกิดอุบัติเหตุอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยทีเดียว และนี่ก็คือสาเหตุที่ทำให้ยางรถแตกหรือระเบิดนั่นเอง

1. ยางรถแตก เพราะยางรถเสื่อม หมดอายุในการใช้งาน

ยางรถที่เราใช้งานมานานย่อมเกิดการเสื่อมสภาพตามกาลเวลา การที่เรายังฝืนใช้งานยางที่หมดสภาพแล้ว วิ่งหรือบรรทุกของตามท้องถนน ย่อมเป็นอันตรายทั้งต่อตัวเราเองและผู้ร่วมใช้ถนน เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุได้ ฉะนั้นจึงควรหมั่นสังเกตยางรถที่เราใช้อยู่เป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ หากพบว่าสภาพของยางรถที่ดูเหมือนแข็งกระด้าง ไม่มีความยืดหยุ่น มีรอยแตกร้าว ขอบยางลึก ดอกยางไม่มี เป็นสัญญาณว่าเราควรจะเปลี่ยนยางใหม่ได้แล้ว และก็ไม่ควรฝืนใช้งานยางที่เสื่อมสภาพแบบนี้ต่อ เพื่อป้องกันรถยางแตก

วิธีการรับมือ

ถ้าขับรถอยู่แล้วยางรถแตกหรือระเบิดขึ้นมาคนขับควรตั้งสติปะครองพวงมาลัยให้มั่น ค่อยๆ ลดความเร็วลงไม่ควรเยียบเบรกอย่างกะทันหันเพราะจะทำให้รถหมุนเคว้งได้ เปิดไฟเลี้ยวประคองรถเข้าข้างทาง เปิดสัญญาณไฟฉุกเฉิน  ถ้าสามารถเปลี่ยนยางรถได้เองก็ควรเปลี่ยน แต่ถ้าไม่สามารถเปลี่ยนได้ก็ควรโทรหาร้านเปลี่ยนยางแถวนั้นให้มาเปลี่ยนให้ทันที

2. บรรทุกของที่มีน้ำหนักเกิน

ปัจจุบันการขนส่งมีการแข่งขันกันมากขึ้น ทำให้มีความเร่งรีบ ต้องทำเวลา เพื่อให้ทันตามกำหนดลูกค้า หลายคนจึงมักจะบรรทุกของเกินกำหนดที่รถจะรับได้ เมื่อมีการบรรทุกของเกินจนยางรถรับน้ำหนักไม่ไหว ขอบยางจะแตกย่นจนเกิดการระเบิดหรือรถยางแตกในที่สุด ดังนั้นการบรรทุกของเกินก็เป็นสาเหตุหนึ่งของรถยางระเบิดได้เช่นกัน

วิธีการรับมือ

เมื่อมีการบรรทุกของหนักเกินควรขับรถอย่างระมัดระวัง เติมลมยางให้เหมาะกับของที่จะบรรทุก ใช้ความเร็วไม่เกิน 80 กม/ ชม ไม่ขับส่ายไปส่ายมาเบี่ยงซ้ายเบี่ยงขวา ก็จะช่วยลดความเสี่ยงยางรถแตกระเบิดกะทันหันได้

3. ใช้ความเร็วเกินกำหนด

การขับรถเร็วเกินอัตรากำหนดบนท้องถนนก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ยางระเบิดได้เหมือนกัน ยิ่งต้องไปเจอสภาพพื้นผิวถนนที่ขรุขระ เป็นหลุมเป็นบ่อถ้าขับรถมาด้วยความเร็วสูงอาจทำให้ยางโดนกระแทกอย่างแรงมีโอกาสจะระเบิดได้ เพราะเมื่อขับรถตกหลุมกระแทกอย่างแรง น้ำหนักของตัวรถจะไปกระแทกลงที่ยาง ทำให้แก้มยางระเบิด ซึ่งอันตรายมาก  เพราะฉะนั้นไม่ควรขับรถเร็ว และเมื่อเจอถนนขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อก็ควรชะลอความเร็วของรถลงหน่อย โดยการขับรถด้วยความเร็วสูง โอกาสที่จะแก้ไขอะไรแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย จึงมักเกิดอุบัติเหตุตามท้องถนนบ่อยครั้ง

วิธีการรับมือ

หากต้องขับรถในสภาพถนนขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อ ขนาดลึก ก็ควรขับอย่างระมัดระวัง ไม่ควรขับรถเร็ว เพราะอาจเจอความคมของหินหรือความลึกของหลุมบาดที่แก้มยางรถได้ และหากตรวจเจอว่ายางมีรอยบาดหรือรอยแตกควรรีบเปลี่ยนยางใหม่ทันทีไม่ควรฝืนใช้ในสภาพอย่างนั้น เพราะอาจจะเป็นอันตรายนั่นเอง

4. ยางรถแตก เพราะยางมีความร้อนจัด

เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอากาศร้อน และ แดดจัดมาก ซึ่งอาจจะมีผลต่อการขับขี่รถในเวลานาน ๆ อย่างแน่นอน การที่ต้องขับรถในระยะทางไกล ๆ เป็นเวลานาน ๆ โดยไม่ได้มีการพักรถเลยโอกาสที่จะทำให้ยางร้อนจัดจนเกิดระเบิดก็มี เพราะยางรถเป็นส่วนที่ต้องสัมผัสกับพื้นถนนที่ร้อน ๆ โดยตรงอยู่ตลอดเวลา หรือ อีกสาเหตุหนึ่งก็มาจากการที่รถเบรกติดที่ล้อข้างใดข้างหนึ่ง ทำให้ความร้อนไปเกิดที่ยางและยางเกิดแตกหรือระเบิดได้

Sponsored

วิธีการรับมือ

เมื่อต้องขับรถไกลๆ ควรมีการพักรถเป็นระยะ ๆ เพระนอกจากจะเป็นการพักเครื่องยนต์รถให้ระบายความร้อนแล้วก็เป็นการพักยางอีกต่างหาก เพราะสภาพอากาศในบ้านเมืองเราตอนนี้มีสภาพร้อนถึงร้อนจัดยิ่งเป็นช่วงเมษาอากาศก็ยิ่งร้อนมาก ถ้าจับดูแล้วยางมีความร้อนมาก ควรใช้น้ำที่มีราดไปที่ยางทั้ง 4 เส้นเพราะจะช่วยระบายความร้อนได้ดี และป้องกันยางรถแตกได้

5. การเติมลมยางที่ไม่เหมาะสมกับการใช้งาน

หลายคนยังไม่ค่อยรู้ และก็มักจะเข้าใจผิดในการเติมลมยาง เพราะลมยางเป็นสิ่งหนึ่งที่เราไม่ควรมองข้าม เพราะถ้าเติมลมยางไม่เหมาะสมกับรถที่เราใช้งานอยู่ อาจเกิดปัญหาถึงขั้นยางรถแตกเลยก็ได้ และ ถ้าลมยางอ่อนไปก็ทำให้รถเปลืองน้ำมันได้ฉะนั้นเราควรศึกษาและรู้ว่ารถที่เราใช้อยู่นั้นควรเติมลมยางเท่าไหร่ อย่างเช่น

  • รถเก๋งขนาดเล็ก ควรเติมที่ 25 - 30 ปอนด์
  • รถ SUV ขนาดกลางควรเติมที่ 30 - 35 ปอนด์
  • รถกระบะ ที่ไม่ได้บรรทุกของควรเติมที่ 35 - 40 ปอนด์
  • รถกระบะที่ใช้บรรทุกของควรเติม ที่ 45 – 50 ปอนด์
  • รถตู้โดยสารขนาด 5 - 10 คน ควรเติมที่ 43 - 55 ปอนด์

วิธีการรับมือ

การเติมลมยางที่เหมาะสมกับการใช้งานเป็นสิ่งที่เราควรจะทำอย่างสม่ำเสมอ อย่างเช่น ก่อนที่เราจะใช้รถบรรทุกของที่มีน้ำหนักเยอะ ถ้าพบว่าลมยางอ่อนไปก็ควรเติมให้เหมาะสมกับของที่เราใช้บรรทุก  แต่ถ้าเราเติมลมยางแข็งเกินไป จะทำให้การเบรก การโค้งไม่มีความยืดหยุ่นในการเกาะติดพื้นถนน ดังนั้นหากลมยางมากไปก็ควรหาที่ปล่อยลมยางตามปั๊มที่เขามีให้บริการอยู่แล้วนั่นเอง

ทุกคนควรเรียนรู้ที่จะใช้รถใช้ถนนเพื่อความปลอดภัย ขับขี่อย่างระวังและตรวจสอบดูรถที่เราใช้งานอยู่เป็นประจำ เพราะถ้ารถเกิดผิดปกติควรนำเข้าเช็คที่ร้านหรือศูนย์บริการทันที จะได้แก้ไขได้ทันก่อนจะเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมานั่นเอง

ติดตาม Papa Expert ได้ที่
Website - papaexpert.com
Blockdit - blockdit.com/papaexpert
Facebook - facebook.com/daipa.papa
Instagram - instagram.com/daipa_papa/