ถังดับเพลิงในรถยนต์ อีกอุปกรณ์ที่คุณพ่อควรมีติดรถไว้

9 views

1 min read

หนึ่งอุปกรณ์ที่คุณพ่อควรมีติดรถยนต์เอาไว้คือ “ถังดับเพลิงในรถยนต์” และบทความนี้จึงขอพูดถึงอุปกรณ์ดังกล่าวให้หลาย ๆ คนได้ลองไปศึกษาทำความเข้าใจ เพราะความปลอดภัยในรถถือเป็นสิ่งที่ไม่อาจมองข้ามได้ ทุกสิ่งมีโอกาสเกิดขึ้นได้อย่างคาดไม่ถึง แต่การเตรียมพร้อมรับมือย่อมช่วยลดความเสี่ยงจากอันตรายที่ร้ายแรงได้ดี ไม่มากก็น้อยอย่างแน่นอน

ทำความรู้จักเกี่ยวกับ “ถังดับเพลิงในรถยนต์”

ถังดับเพลิงในรถยนต์ถูกออกแบบมาให้มีขนาดที่สามารถติดตั้งอยู่ภายในรถได้เป็นอย่างดี ซึ่งถังดับเพลิง หรือ Fire Extinguisher เป็นอุปกรณ์ที่สามารถเคลื่อนที่ได้ ตัวถังแรงดันมีสารเคมีที่ช่วยดับไฟ พร้อมกับอุปกรณ์อื่น ๆ อย่างไกเปิด – ปิด มือจับ สายฉีด สลักนิรภัย ที่ออกแบบไว้อย่างดีไม่ทำให้ไฟลุกลามได้ง่าย ๆ โดยที่ในตัวถังจะเป็นสีแดง กรณีที่เกิดไฟไหม้จำเป็นต้องดึงสลักนิรภัยออก แล้วจับสายฉีดหันปลายเข้าไปที่เปลวไฟ ก่อนจะบีบไกให้สารเคมีภายในถังทำงานพุ่งตรงไปยังจุดไฟลุกไหม้ แน่นอนว่าการเอาไว้ในรถย่อมช่วยให้ดับไฟ หรือบรรเทาความรุนแรงได้ ปลอดภัยทั้งต่อตัวคุณพ่อ รวมถึงลูกน้อย หรือคุณแม่ที่นั่งมาด้วยกัน

ประเภทถังสำหรับดับเพลิงที่ควรรู้จักตามหลัก 4 Class

  • ถังช่วยดับเพลิง Class A : จะเป็นถังดับเพลิงในรถยนต์ที่มีเชื้อเพลิงพวกผงเคมีแห้ง, สเปรย์โฟม, สารเหลวระเหย หรือสามารถเคมีที่เป็นสูตรน้ำเข้าช่วย ซึ่งใช้จัดการเพลิงที่เกิดจากกระดาษ ของแข็ง พลาสติก ยาง หรือไม้
  • ถังดับเพลิง Class B : จะเป็นถังที่มีเชื้อเพลิงพวกผงเคมีแห้ง, สเปรย์โฟม, เคมีสูตรน้ำ หรือสารเหลวระเหย ซึ่งเพลิงมักเกิดขึ้นจากน้ำมันเชื้อเพลิง หรือก๊าซหุงต้ม
  • ถังช่วยดับเพลิง Class C : จะเป็นถังที่มีเชื้อเพลิงพวกผงเคมีแห้ง, เคมีสูตรน้ำ หรือสารเหลวระเหย ซึ่งเพลิงมักเกิดขึ้นจากไฟฟ้า หรืออิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ
  • ถังช่วยดับเพลิง Class K : จะเป็นถังที่มีเชื้อเพลิงพวกเคมีสูตรน้ำได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งเพลิงมักเกิดขึ้นจากน้ำมันพืช

โดยที่ถังดับเพลิงในรถยนต์เหมาะกับสารระเหยที่มีสัญลักษณ์ถังแบบ A และสัญลักษณ์ถังแบบ B ติดอยู่เท่านั้น โดยทั้ง 2 ประเภทนี้จะมีข้อดีคือหลังจากดับเพลิงลุกไหม้แล้วจะไม่ทิ้งคราบความสกปรกใด ๆ ในที่เกิดเหตุ ต่างจากที่เป็นผงเคมีแห้ง หรือโฟมที่จะทิ้งคราบไว้มากมาย ทั้งนี้ อย่างที่ทราบกันไปว่าถังที่ช่วยดับเพลิงมีหลากหลายประเภท ทั้งแบบฟองโฟม แบบสารระเหย และแบบผงเคมีแห้ง สิ่งสำคัญคือการอ่านฉลากข้างถังซึ่งจะบอกว่าเป็นการดับไฟประเภทไหน นำมาใช้กับอะไรถึงจะตอบโจทย์

ถังใช้ดับเพลิงในรถต้องมีคุณลักษณะเป็นอย่างไร?

  • ต้องเป็นถังที่มีขนาดเล็ก โดยปกติแล้วขนาดของถังดับเพลิงในรถยนต์จะมีขนาด 2 – 5 ปอนด์
  • ถังที่ใช้ตควรเลือกที่สามารถพกพาไปไหนมาไหนได้ โดยจะต้องมีขาพลาสติกเอาไว้ยึดติดผนังรถยนต์ได้ดี และอยู่ในจุดที่หยิบมาใช้ตามต้องการได้ง่าย ๆ
  • ปกติแล้วถังที่ใช้ดับเพลิงแบบพกพาในรถยนต์แบบนี้ต้องมีขนาดกระป๋องอยู่ที่ 1,000 มล. มีความกว้าง x ยาว x สูง เฉลี่ยแล้ว 7 x 7 x 30 ซม. จึงถือเป็นถังที่ใช้ดับเพลิงแบบพกพา
  • สามารถนำไปใช้ดับเพลิงในกรณีฉุกเฉิน เร่งด่วนได้ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ขนาดเล็ก จำกัดแค่ไหน ก็หยิบมาใช้ฉีดพ่นทันที
  • ความสามารถในการดับเพลิงค่อนข้างสูงมาก แม้จะอยู่ในลักษณะถังเล็กแค่ไหนก็ตาม
  • ใช้งานง่าย แค่เริ่มต้นเขย่ากระป๋อง จากนั้นใช้สายฉีดไปที่จุดเกิดเพลิงไหม ควบคุมไม่ให้เพลิงลุกลามไปที่อื่น ก่อนที่จะดับจนสำเร็จผ่านไปด้วยดี
  • การมีถังดับเพลิงในรถยนต์จะช่วยให้เราควบคุมเพลิงจากที่จะรุนแรงให้ทุเลาลงได้ในระยะเริ่มต้น ไม่ทำให้ไฟลุกลามใหญ่โต หรือพรากชีวิตใครในรถไป

คำเตือนในการใช้งานถังสำหรับดับเพลิง

อย่างไรก็ตาม การที่คุณพ่อเก็บถังดับเพลิงไว้ในรถยนต์ก็มีข้อควรระวังอยู่ด้วย เพื่อให้ไม่เป็นอันตราย จึงไม่ควรเก็บไว้ในที่ที่ถูกแสงแดดส่องถึงโดยตรง แนะนำว่าให้เก็บไว้ใต้เบาะ หรือแขวนเอาไว้ในห้องโดยสารบริเวณกึ่งกลางระหว่างคนขับและส่วนคนนั่งด้านหลัง เพราะเป็นจุดที่แสงแดดสาดเข้ามาไม่ถึง หรือเลี่ยงหลบได้ดี

เมื่อคุณพ่อต้องออกเดินทางทุกครั้งควรตรวจสอบความปลอดภัยของถังดับเพลิงในรถยนต์ด้วย ดูว่ามีการรั่วไหล หรือชำรุดตรงไหนหรือไม่ เพื่อการใช้งานที่ตอบโจทย์ กรณีที่เกิดไฟลุกไหม้รถ แนะนำว่าให้หยิบถังที่ติดอยู่ออกมาแล้วฉีดไปที่ตัวรถจุดที่เพลิงกำลังลุกไหม้ อย่าใช้น้ำดับเพราะจะยากต่อการควบคุมต่อไป และให้ลูก ๆ รวมถึงคุณแม่ออกมาจากรถให้ไกลที่สุดด้วย ป้องกันรถระเบิด ถ้ามีคนบาดเจ็บในรถให้รีบปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อน แล้วพาออกมาจากรถให้ได้ไวที่สุด

และทั้งหมดนี้ก็เป็นคำแนะนำเรื่องของถังดับเพลิงในรถยนต์ที่คุณพ่อคงจะเข้าใจมากยิ่งขึ้น เมื่อเกิดสถานการณ์จะสามารถรับมือได้ทันท่วงที แต่กระนั้นทางที่ดีขออย่าให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงใด ๆ ขึ้นระหว่างขับขี่เลย ทั้งนี้ การขับขี่รถยนต์ควรอยู่บนพื้นฐานความไม่ประมาท ยิ่งมีลูกไปด้วยยิ่งต้องให้ความสำคัญต่อชีวิตมากที่สุด

Sponsored

ติดตาม Papa Expert ได้ที่
Website - papaexpert.com
Blockdit - blockdit.com/papaexpert
Facebook - facebook.com/daipa.papa
Instagram - instagram.com/daipa_papa/

บทความน่ารู้อื่นๆ คลิกไปอ่านกันเลย

1.รถเสียบนทางด่วน ขณะพาลูกไปเที่ยว คุณพ่อจะรับมือได้อย่างไร

2.คุณพ่อต้องระวัง ปัญหาที่ตามมาหากลูกติดโทรศัพท์เกินเหตุ