รู้วิธีแก้ปัญหาลูกนอนตกเตียง ที่คุณพ่อควรรีบป้องกันเอาไว้

10 views

1 min read

เรียกได้ว่าเป็นอีกปัญหาใหญ่ที่ไม่ควรมองข้ามของคุณพ่อรวมถึงคุณแม่ทุกคนด้วยอย่างที่สุด เมื่อ “ลูกนอนตกเตียง” พาให้เกิดความกังวล เครียด เผลอ ๆ นอนไม่หลับเพราะต้องคอยมาดูลูกพลิกตัว กลายเป็นไม่ได้พักผ่อนกันไปอีก ซึ่งอันที่จริงหากได้ลองศึกษาถึงวิธีแก้ปัญหานี้เชื่อว่าจะบรรเทาความกังวลลงได้ไม่มากก็น้อย แน่นอนว่าเราไม่ทำให้ผิดหวังได้รวบรวมวิธีแก้ปัญหามาบอกต่อ ว่าแล้วอย่ามัวรอช้าตามมาด่วน

สาเหตุที่ลูกนอนตกเตียง มาจากอะไร?

ต้องอธิบายให้หลาย ๆ คนเกิดความเข้าใจไว้ก่อนเลยว่าการที่ลูกนอนแล้วตกเตียงถือเป็นปัญหาการนอนอย่างหนึ่งที่ไม่อาจมองข้ามไปได้ ซึ่งสาเหตุที่เป็นเช่นนี้มาจากการที่คุณพ่อปล่อยให้ลูกน้อยนอนคนเดียว เมื่อมีการเคลื่อนไหวที่ไม่รู้ตัว โดยเฉพาะทารก หรือช่วงวัย 1 – 3 ปี ที่มีแนวโน้มจะเหยียดแขน หรือเตะขาตัวเอง ทำให้เกิดความเสี่ยงที่เมื่อพลิกตัวไปแล้วทำให้ลูกนอนตกเตียง คว่ำลงไปได้ง่าย ๆ นอกจากนี้ ยังมีสาเหตุอื่น อย่าง เตียงนอนที่ไม่มีมาตรฐาน สูงมากกว่า 120 ซม. มีช่อง ซี่ หรือรูต่าง ๆ มากกว่า 6 ซม. ที่เด็กเอาทั้งแขนขาออกได้ แต่ยังหัวติด ซึ่งหากลูกเกิดตกลงไปแล้วและเกิดผลกระทบ อย่าง

  • มีบาดแผลฉีกขาด เลือดออก
  • สลบ หรือซึม แหวะนมแบบพุ่ง อาเจียน หรืองอแงร้องไห้มากกว่าเดิม
  • ไม่ยอมเคลื่อนไหวที่ขา แขน เพราะอาจเกิดข้อต่อ กระดูก หรือกล้ามเนื้อได้รับการบาดเจ็บ
  • อาการอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นทั้ง ปวดท้อง ไม่ยอมกินอาหาร ซึ่งอาจหมายถึงช่องท้องได้รับบาดเจ็บ ตับ ไต ม้าม ฯลฯ

วิธีแก้ปัญหาที่คุณพ่อต้องใส่ใจ

1. ตรวจสอบที่กั้นเตียงให้ดี

ปกติแล้วที่กั้นเตียงลูกน้อยควรมีช่องห่างจากนั้นอยู่ที่ไม่เกิน 6 ซม. เพราะจะเป็นช่องทางไม่สามารถมีส่วนต่าง ๆ ของอวัยวะหลุดลอดลงไปได้ ที่สำคัญเมื่อเอาลูกเข้านอนที่เตียงนี้แล้ว ควรใช้ผ้าหรือหาหมอนพิงปิดช่องว่าง ร่องราวไว้ เป็นการป้องกันอีกทางที่จะไม่ให้ลูกสอดแขนหรือขาออกมาจากเตียงได้ หมดห่วงปัญหาการนอนแล้วตกเตียง

2. รอบเตียงหรือที่นอนควรมีที่กั้น

เป็นอีกวิธีการแก้ปัญหาลูกนอนตกเตียงที่อยากให้คุณพ่อได้นำไปใช้กันเลยก็คือให้เราใส่ตัวล็อกกั้นไว้รอบเตียงนอนทั้ง 4 ด้านเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุเด็กร่วงลงมา เพราะเมื่อลูกกลิ้งหรือยื่นแขน – ขาออกไปก็จะกระแทกที่กั้นรอบเตียงแล้วกลับมาแถมที่กั้นไม่หลุดเพราะเราใส่ตัวล็อกป้องกันไว้อีกขั้นเรียบร้อย ไม่ทำให้เกิดเหตุการณ์ตกจากเตียงขึ้นได้

3. ไม่ใช้ที่นอนที่สูงมาก

เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ลูกนอนตกเตียงเกิดขึ้นอีก ก็ป้องกันโดยไม่ต้องให้ลูกนอนบนเตียงไปเลย แล้วก็เลือกที่นอนที่ไม่สูงจากพื้นห้องมาก อย่างเป็นฟูหปูกับพื้นแทน เมื่อลูกพลิกตัวแล้วเกิดพลาดก็แค่หลุดจากที่นอนไปนอนพื้นแทน ไม่มีทางเจ็บตัวขึ้นอีก หรือถ้าอยากให้ลูกนอนเตียงจริง ๆ ก็อย่างที่บอกคือให้ความสูงเตียงไม่ต้องมากเอาแค่ 120 ซม. พอ

4. คุณพ่อนอนอยู่กับลูกด้วยเลย

สุดท้ายก็คือการที่คุณพ่อนอนอยู่กับลูกไปด้วยเลย แต่จะต้องเลือกวิธีทั้ง 3 มาก่อนแล้ว ซึ่งเราแค่เข้าไปนอนในห้องเพื่อดูแลความเรียบร้อย ให้ลูกอยู่ในสายตาอีกครั้ง เราเองก็จะได้นอนหลับสบายด้วย ได้พักผ่อน ไม่ต้องคอยตื่นมาดูว่าลูกนอนตกเตียงแล้วหรือยัง หรือเกิดอะไรขึ้นก็จะได้ช่วยเหลือทันทุกช่วงเหตุการณ์

Sponsored

อย่าลืมถ้าลูกมักนอนตกเตียงต้องรีบสังเกตและรักษาอาการเบื้องต้น

ในกรณีที่พยายามป้องกันลูกทุกวิถีทางแต่ก็ยังพลาดแล้วลูกนอนตกเตียงสิ่งที่คุณพ่อต้องทำคือสังเกตอาการว่าเป็นอย่างไรบ้าง หมดสติ สลบ มีเลือดออกเยอะ มีสัญญาณว่ากระดูกจะหัก ร้องไห้เสียงแหลมสูงมากถ้าแบบนี้ให้พาไปหาแพทย์โดยด่วน

แต่ถ้ามีอาการบวมช้ำ หัวโนปกติแล้วร้องไห้ไม่นานก็หยุดร้องไปเอง แบบนี้แนะนำว่าให้คุณพ่อทำการประคบเย็นโดยใช้ผ้าขนหนูสะอาดห่อด้วยน้ำแข็งแล้วค่อย ๆ ประคบตามตำแหน่งที่มีปัญหา หรือบวมช้ำ จากนั้นก็เริ่มต้นเฝ้าดูอาการ 24 – 48 ชั่วโมง และถ้าเฝ้าดูอาการแล้วไม่มีปัญหาเพิ่มเติมก็ให้ประคบอุ่นในตำแหน่งที่เป็นต่อไปเรื่อย ๆ

ทั้งนี้ คุณพ่อสามารถใช้ยาแก้ปวดพาราเซตามอลได้ด้วย แน่นอนว่ามีความปลอดภัยมากกว่ายาแก้ปวดกลุ่มอื่น แต่ในกรณีที่ใช้ยาแก้ปวดนี้กับลูกไปแล้ว แต่อาการปวดยังไม่ดีขึ้น ยังปวดมากอยู่ ทางเดียวที่อยากแนะนำคือให้รีบไปพบแพทย์ลูกนอนตกเตียงถือเป็นปัญหาที่เราคาดไม่ถึง และไม่อาจมองข้ามไปได้ เพราะถ้าลูกตกเตียงเป็นประจำท้ายที่สุดคนที่บาดเจ็บก็คือลูก และเราในฐานะคุณพ่อก็อาจจะต้องกังวล กลุ้มใจที่ลูกเจ็บตัว ดังนั้น เพื่อให้เกิดความปลอดภัยทั้งลูก และตัวคุณพ่อเองก็นอนหลับสนิทก็ต้องแก้ไขปัญหาด้วยวิธีข้างต้นที่เราได้บอกไป และเราก็หวังว่าปัญหานี้จะหมดไปในที่สุด ที่สำคัญอยากย้ำอีกครั้งว่าถ้าลูกนอนแล้วตกเตียงมีปัญหาร่างกายที่เราแก้เองไม่ได้ ควรรีบพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้ช่วยตรวจวินิจฉัยและรักษาต่อไป

ติดตาม Papa Expert ได้ที่
Website - papaexpert.com
Blockdit - blockdit.com/papaexpert
Facebook - facebook.com/daipa.papa
Instagram - instagram.com/daipa_papa/

บทความน่ารู้อื่นๆ คลิกไปอ่านกันเลย

1.7 เทคนิคง่าย ๆ ในการสอนลูกให้รู้วิธีสร้างความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น

2.พฤติกรรมการขับรถ ที่คุณพ่อไม่ควรทำเด็ดขาดเมื่อมีลูกอยู่ในรถ